Hitch Part 3 (end)

 

Scene 7: Sara ถูกเจ้านายสั่งให้สืบเรื่องของ Allegra ซึ่งไปparty กับ Albert โดยตั๋วของ Albert ได้มาจากคนชื่อ Alexander Hitch… Sara ก็เลยชวน H มาเรียนทำอาหารเป็นคอร์สสั้นๆแค่ 3-4 ชั่วโมงตอนกลางคืน ขณะที่ทำอาหารกันเจ้านายของ Sara ก็พยายามจะล้วงความลับออกมาจาก H แต่ก็ไม่สำเร็จ และเรื่องก็จบลงที่ว่า H เกิดแพ้อาหาร (ถ้าจำไม่ผิด) ผื่นขึ้นเต็มหน้า เดือดร้อน Sara ต้องพาไปซื้อยาแก้แพ้

 

และคงเป็นเพราะแถวนั้นใกล้กับ apartment ของ Sara เธอก็เลยพา H ไปนอนพัก แล้วสองคนก็คุยกันโดยที่ H นอนอยู่บนโซฟา และ Sara นั่งอยู่ตรงพนักของโซฟา ซึ่งตรงนี้ผมว่าเป็นจุดที่ปราการสุดท้ายของ Sara พังลงเพราะว่าวันรุ่นขึ้นก่อนจะจากกันไป Sara กับ H จูบลากันด้วย

 

ส่วนเนื้อหาของบทสนทนาก่อนนอนนั้น Sara พูดถึง sister ของเธอ  และพูดเป็นนัยๆว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างที่เธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ (ในภาษาอังกฤษ sister ไม่ได้บอกว่าเป็น พี่สาว หรือ น้องสาว) ซึ่ง H พูดมาว่า


H: Is this the younger sister?

Sara: How do you know?

H: I can hear it … sort of an innate protective thing..

 

ซึ่งการที่ H สามารถเดาถูกก็ทำให้ Sara เล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เกิดว่า น้องสาวเธอเกือบตาย และก็มาจบที่ว่า เราควรจะรักใครซักคนดีไหม ถ้าความรักมันต้องมากับความเจ็บปวด…

 

[Scene นี้เรียกว่าเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่า H จีบ Sara ติดแล้ว ถ้าคิดว่าการที่ H จีบติดเพราะฟอร์มหลุดหน้าเห่อออกมานั้นถูกเสี้ยวเดียวครับ

 

ตลอดเวลา Sara ก็รู้ว่า H เนี่ยไม่เบาหรอกครับ แต่การที่ H ฟอร์มหลุดเนี่ยเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มี vulnerability เหมือนกัน ซึ่งไอ้ตรงเนี้ยเนี่ยสำคัญครับ คนเราเวลาเห็นอีกฝ่ายมีจุดอ่อนหรือข้อเสียเหมือนกัน แล้วมักจะการ์ดตก เพราะคิดว่าเออเค้าก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกันนี่ ไม่ได้เก่งไปซะทุกเวลา ประกอบกับสัญญาติญาณผู้หญิงที่ชอบดูแล ชอบเห็นใจอยู่แล้ว พอมาเจออย่างงี้ก็เลยตกหลุมไงล่ะครับ

 

ซึ่งการจีบสาวโดยแสดงออกถึง vulnerability หรือไม่ก็ soft sides ในเวลาที่เหมาะเจาะนั้นก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ๆอะไร เพราะในประวัติศาสตร์นั้นมีคนใช้หลายคนไม่ว่าจะเป็น Don Juan, John F. Kenedy, Duke Ellington, Errol Flynn ในกรณีของ H ต่างกันตรงที่ว่า H ไม่ได้ตั้งใจจะแสดงออกมาแต่เป็นสถานการณ์พาไป แต่ในขณะที่พวกที่ผมพูดถึง ใช้ออกไปอย่างเป็นนิสัย.. แต่ขอไม่บอกว่าพวกนี้ใช้ออกไปยังไง lol..

 

การที่คนเราแสดงออกถึงจุดอ่อน หรือ ด้านที่อ่อนแอ ออกมาเนี่ยมันทำให้อีกฝ่ายคิดทางอ้อมว่าคนๆนั้นมีความจริงใจ เพราะไม่งั้นคงไม่ยอมการ์ดตกแสดงอะไรแบบนี้ออกมา แต่..ไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะจริงใจนะครับ แค่ทำให้อีกฝ่าย “คิด” ว่าจริงใจเท่านั้น… และก็ไม่ใช่ว่าจะแสดงอะไรออกมาก็ได้ เพราะถ้าสิ่งที่แสดงออกมาเป็น character flaws ที่โรคจิต หรือแสดงให้เห็นว่าคนนั้นเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้ ก็เสียคะแนนแบบไม่ต้องกู้เลยเหมือนกัน

 

แล้วก็อย่างกะฟ้าเป็นใจที่ apartment ของ Sara อยู่ใกล้ จริงๆจะเป็นที่ไหนก็ได้ครับ ที่คนสองคนสามารถผ่อนคลายแล้วก็คุยกันโดยไม่มีคนอื่นมากวน แต่สิ่งที่สำคัญที่ทำให้ Sara เล่าเรื่องน้องออกมาจนหมด ก็เพราะคำพูดที่ H พูดว่าเป็นน้องสาวคนเล็กใช่รึเปล่า  การเป็นคนช่างสังเกตุและเดาใจคนอื่นเก่งเนี่ย จะทำให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องที่ปกติจะไม่เล่าออกมาได้เยอะนะครับ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ Sara ก็คงจะพยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมถึงเล่าออกไป ซึ่งเหตุผลที่เธอบอกกับตัวเองก็คงจะเป็นว่า สงสัยเราคงชอบเค้าและเชื่อใจเค้าแน่เลย ไม่งั้นเราคงไม่เล่าเรื่องออกไป

 

แต่เหตุผลเสริมที่เธอไม่ได้เอามามองประกอบก็คือ สถานการณ์ทุกอย่างมันเป็นใจ ประกอบกับ H เป็นคนช่างสังเกตุด้วย ก็เลยทำให้เธอเล่าเรื่องน้องออกมา]

 

Scene 8: เพื่อนของ Sara ถูกผู้ชายหลอกฟัน  Sara คิดว่าคงเป็นเพราะ Date Doctor ช่วยผู้ชายคนนั้นแน่ๆ ซึ่งในตอนแรกผู้ชายคนนั้นก็มาขอให้ H ช่วยเหมือนกันแต่ H ตอบปฏิเสธไป เพราะผู้ชายคนนั้นคิดแต่จะฟันผู้หญิงอย่างเดียว

 

แต่ผลก็กลายเป็นว่า Sara คิดว่า Date Doctor อยู่เบื้องหลัง และไปบีบผู้ชายคนนั้นให้บอกออกมาว่าใครเป็น Date Doctor ซึ่งตอนหลัง Sara ก็รู้ว่าเป็น H นี่เอง ด้วยความที่แค้นที่เพื่อนตัวเองโดนหลอก ก็เลยไม่ถาม H ให้ดีก่อนว่าเรื่องเป็นไงมาไง ไปเขียนข่าวลง เรื่องแดงออกมาอย่างกะวันนั้นของเดือน lol..  Allegra เลิกพูดกับ Albert ไปเลย ส่วน H นั้นกลายเป็นตกงาน

 

ในตอนหลัง Sara ก็มารู้ความจริงว่า H ไม่ได้ช่วยผู้ชายคนที่มาหลอกฟันเพื่อนของตัวเอง ก็ไปขอโทษพร้อมกับขอคืนดีกับ Hitch แต่ลองคิดดูสิครับ คนโดนทำให้ตกงานชีวิตอยู่ดีๆเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเพราะความเขลาของผู้หญิงคนนึง H ก็ไม่ได้ยอมคืนดีกับ Sara

 

[จริงๆแล้วถ้าเป็นในชีวิตจริง รับรองHไม่ตกงานแถมได้งานเพิ่มขึ้นอีกบานตะไท haha  เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่านักข่าวเนี่ยมั่วแค่ไหน และเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกะเรื่องงานแค่ไหน ซึ่งซีนนี้ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจแต่ต้องพูดถึงเพราะว่าจะต้องกล่าวอ้างในซีนต่อไป  ในด้านของ H ผมว่าเค้าก็ทำถูกแล้วที่ไม่ยอมคืนดีกับ Sara ในตอนนั้นเพราะว่า โดนเข้าไปซะขนาดนั้น]

 

Scene9: แต่ในที่สุดทุกอย่างก็จบลงด้วยดีตามสูตรสำเร็จของ Hollywood  H ขอเข้าพบกับ Allegra แล้วบอก Allegra ว่าสิ่งที่ตัวของ H ทำนั้นไม่ได้เป็นการหลอกผู้หญิง (แต่จริงๆมันเป็นการ manipulate ต่างหาก โฮะๆ) แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ชายธรรมดาที่ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนดารา และตังค์กองเป็นภูเขาให้สามารถจีบผู้หญิงที่ตัวเองชอบได้เท่านั้น ซึ่งสำหรับผมแล้ว punchline ของเรื่องนี้อยู่ที่คำถามที่ H ถาม Sara ว่า…


H: ถ้าAlbert ไม่ได้โวยวายขึ้นมาในห้องประชุม คุณจะมองจะสนใจเขาบ้างไหม

 

Allegraตอบว่าไม่แน่ แต่ตอนหลังก็ยอมรับความจริงว่า ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องคราวนั้น เธอก็คงจะไม่ได้เริ่มสนใจที่ตัว Albert…  แล้วเธอก็ถามต่อว่าสิ่งที่ Albert ได้ทำเปิ่นๆหลุดฟอร์มไปนั้นเป็น H สอนรึเปล่า H ก็ตอบว่าตรงส่วนนั้นเค้าไม่ได้สอน ซึ่งจุดนี้ทำให้ Allegra เข้าใจในที่สุดว่าเธอนั้นชอบนิสัยของ Albert จริงๆ ก็เลยคืนดีกับ Albert ส่วน H ก็ตามไปขอคืนดีกับ Sara

 

ตอนจบของหนังจบที่ว่า ไม่มีกฏของการจีบสาวหรอก… เป็นการบอกนัยๆว่าคนที่จีบสาวเก่งๆสุดท้ายก็ตกม้าตายได้เหมือนกัน

 

[ดูตั้งแต่ต้น ถูกใจซีนนี้ที่สุด และก็ไม่ชอบซีนนี้ที่สุดเหมือนกัน เอาที่ถูกใจก่อนละกันครับ

 

ถูกใจตรงคำถามที่ H ถาม Allegra ว่าจะสนใจ Albert บ้างรึเปล่าถ้าเกิด Albert ไม่ใช่วิธีแบบนั้น ซึ่ง Allegra ก็ตอบมาว่า “คงไม่”

 

มันสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Albert & Allegra, Hitch & Sara หรือในชีวิตจริงก็ตาม เรื่องทุกอย่างที่ดำเนินมาถึงตอนนี้ได้ ก็เพราะว่า ในinteractionในตอนต้นๆนั้นเป็นที่ถูกใจของอีกฝ่าย

 

ในกรณี Albert นั้น Allegra เริ่มสนใจเพราะ Albert โวยวายในห้องประชุม ในกรณีของ Hitch นั้น Sara เริ่มสนใจจากการเจอกันในผับ

 

ถ้าไม่เริ่มสนใจก็จะไม่มีเหตุการณ์อื่นๆตามมา จริงไหมครับ?   

 

ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะโสภาที่จะพูด แต่ผมก็เชื่อว่า คนเราชอบอีกฝ่าย เพราะว่า “ถูกใจ” ไม่ใช่เพราะอีกฝ่าย “จริงใจ” ถ้าจริงใจอย่างเดียวแต่ทำตัวโง่ๆซื่อๆลาวๆเข้ามา ก็ค่อยรอเป็น “คนสุดท้าย” ของผู้ชาย/ผู้หญิง ละกันครับ lol

 

ก็เลยมาถึงจุดที่ไม่ชอบซึ่งก็คือในตอนจบที่บอกว่า ไม่มีกฏในการจีบสาวหรอก เป็นการบอกนัยๆว่าคนเราเล่นเกมส์ไปก็เท่านั้น ควรจะมีความจริงใจให้กันดีกว่า ซึ่งผมว่าไม่จริงอย่างที่อธิบายข้างบนนี้แล้ว ผมว่าจริงๆน่าจะจบที่ว่า ไม่มีกฏในการรักใครซักคนหรอก มากกว่า เพราะว่าพอคนเรารักหรือชอบใครมากๆซักคนแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรหรือเปิ่นแค่ไหนมันก็ดูดีไปหมดนั่นแหละ

 

ซึ่งผมก็ยังเชื่อว่าการเล่นเกมส์บ้าง ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะดึงดูดอีกฝ่าย วามจริงใจไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้จีบใครซักคนติด แต่ถ้าไม่มีความจริงใจต่อให้จีบใครมาได้ก็ไปกันไม่รอด เพราะท้ายสุดแล้วความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มาจากความจริงใจ ก็เห็นล่มกันไปซะส่วนใหญ่

 

และถ้าการเล่นเกมส์ทำได้ออกมามีสไตล์ ต่อให้ผู้หญิงที่ไม่ชอบ player อย่าง Sara ยังต้องออกปากชม หลังจากที่ไปเดทกับ H ในครั้งแรก

 

Sara: But… he did it with flare.

Friend: So that’s a good trait to have??]

 

ตอบ:

 

คุณรูริโกะ: ดิฉันคิดว่า ไม่มีใครในโลกที่คิดวิธีจีบผู้หญิงอย่างนี้ได้ในเวลาอันสั้น ไม่กี่วินาที อย่างในเรื่องหรอกค่ะ และ ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถโต้ตอบได้อย่างนางเอกในเรื่อง

 

อย่างงั้นคงไม่มีแสดง ลำตัด หรือ หมอลำ แบบสดๆแล้วมั้งครับ ทุกคนมี spontaneity อยู่ในตัวทั้งงั้นอยู่ที่ว่าจะดึงออกมาใช้เป็นรึเปล่า… ไว้รอผมเขียนเรื่อง improvisationก่อนแล้วจะเข้าใจว่าจริงๆแล้ว spontaneity ก็มี structure ในตัวของมันเองเหมือนกัน

 

ในความเป็นจริงแล้ว Cold Reading และ conversation opener เนี่ยเป็นtopicที่เค้าสอนกันใน seduction community เลยนะครับว่าทำยังไงบ้าง เวลาคนที่ “พอเป็น”เข้าไปจีบสาวเนี่ย เค้าไม่ได้คิดทุกอย่างจากศูนย์หรอกครับ เค้าแค่เอาสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่ มารวมกับ สิ่งที่สังเกตุได้จากผู้หญิง มาผสมกันเป็น conversation opener

 

ยกตัวอย่าง… สมมติเห็นผู้หญิงซักคนในผับ แล้วถ้าพอรู้วิธีดูโหงวเฮ้งบ้าง (หรือต่อให้ไม่รู้เลยก็ตาม) ก็เข้าไปเปรยๆว่า

 

มองหน้า*

“รู้ไหมครับว่า คิ้วโค้งๆแบบเนี้ย เค้าว่ากันว่ามีนิสัยแบบไหน” แล้วก็เงียบ..

 

ซึ่งแน่นอนส่วนใหญ่ก็คงจะถามกลับมาว่า นิสัยแบบไหนหรอ… ซึ่งพอถึงจุดนี้ จะsteer conversation ไปแบบไหนก็ได้… เช่นอาจจะตอบไปว่า

 

“คิ้วแสดงถึงความคิด คิ้วแบบนี้แสดงว่าเจ้าของเป็นคนที่มีด้านทะเล้นซ่อนอยู่ในตัว”

 

จริงๆก็คือคำทำนายแบบมั่ว แต่จุดประสงค์เพื่อจะดึงบทสนทนาให้ไปในtopicของเรื่อง…ทะเล้นๆ lol

 

แล้วของอย่างงี้ก็ไม่ได้มีกฏตายตัวว่าจะต้องดึงตรงไหนออกมาเป็นจุดเริ่มสนทนา แต่ถ้ามีอะไรที่มันดูเด่นออกมาเวลาสังเกตุจากผู้หญิงคนนั้น ก็ใช้อันนั้นแหละ ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบอยู่แล้วที่จะคุยแบบนั้น เพราะว่าtopicที่คุยกันมันเป็น topic ที่คุณโก้ของทุกคนชอบ – เพราะพูดถึงตัวเองไงล่ะครับ

 

ส่วนในเรื่องที่ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถตอบโต้ได้อย่างนางเอกในเรื่องนั้น คุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามีหรือไม่มี ส่วนประเด็นที่ว่าคุณจะชอบผู้หญิงคนนั้นรึเปล่าก็อีกเรื่องนึง lol และจากที่ได้รู้จักคุยเล่นกับหลายๆคนในนี้ก็มีคนที่รับมุขได้หลายคนเหมือนกัน : )

 

แต่ชอบตอนหลังที่หนังแสดงให้เห็นว่าพวกบ้าทฤษฎีการจีบสาว สุดท้ายก็ตกม้าตายก่อนได้แอ้ม เป็นปลาตายน้ำตื้นเพราะในชีวิตจริง อะไร ๆ ก็ไม่เป็นไปตามแผนหรอก

 

Sara ตกหลุม H ก่อนที่เรื่องมันจะแดงอีกครับ และอย่างที่บอกว่าถ้า H จริงใจแต่เข้ามาจีบแบบบ้านๆอย่างผู้ชายคนแรกที่เข้ามาจีบ Sara ในผับ คิดหรอว่า Sara จะสนใจหรอครับ?

 

สรุปจริงใจไว้ก่อนดีกว่า เอาแบบบ้าน ๆ ดีกว่า เห็นไหมคะว่าหนุ่มซื่อ ๆ อย่างตุ้ย บีบี และ ออฟ/บอย เอเอฟสองกลับเป็นขวัญใจสาว ๆ ยิ่งกว่าหนุ่มท่ามากอย่างว่านเยอะเลยค่ะ

 

ไม่ได้ดู AF แต่คิดว่าการใสซื่อบนจอทีวีมันตัดกับ imageดาราทั่วไปที่ตอแหลขี้โกหก มันเลยดึงให้พวกที่ใสซื่อเด่นออกมา ส่วนเรื่องจริงใจ ในฐานะคนที่ถูกต้มเปื่อยมาก่อนย่อมเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ควรมี แต่ถ้ามีแต่ความจริงใจอย่างเดียวผมก็ไม่เอาเหมือนกันล่ะครับ (อย่างคุณแฟนก็มีความจริงใจ แต่ความแสบของเธอก็ไม่เบาเหมือนกันครับ lol)

 

ขอบอกว่าวินซ์ วอห์น แคมไม่แพ้พี่แบรดค่ะ สูงกว่าตั้งเกือยสิบเซนต์ด้วย

 

ต้องดูรูปที่พวก paparazzi ไปแอบถ่ายมาลงในหนังสือ tabloid แบบซุบซิบดาราครับ ตอนนี้ Vince อ้วนอย่างกะหมูเลย lol

 

น้องโม: กะลังคิดอยู่ว่า เวลา ผช จะจีบ ผญ ด้วยวิธี หรือคำพูดแบบนี๊จิง ๆ อ่ะ จะมีผู้หญิงซักกี่คนที่ตามทันนิ และที่สำคัญ .. จะมี ผช ซักกี่คน ที่ไม่เสี่ยว? (( ขนาดขึ้นชื่อว่า คุณตัวกวน บางทียังมีหลุดเสี่ยวเล๊ย lol ))


มีดิ๊ทำไมจะไม่มี ส่วนผู้หญิงจะตามทันรึเปล่า อันนี้อีกเรื่องนึง เสี่ยววันละนิดจิตแจ่มใส่ค๊าบบ หรือน้องโมไม่เคยเสี่ยว อิอิ

 

Britchy: ถามว่าเป็นวิธีที่ดีไหม ก็อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด และก็อาจจะไม่ได้ผล <=== ถ้าคนนๆนี้ไม่ได้ดูมีเสน่ห์ไปกว่าคนกลุ่มที่แต่งตัวดี แล้วมาพูดแค่นี้แล้วเดินจากไปเนี่ย ชั้นไม่สนชัวร์ แถมขยำกระดาษทิ้งแน่ๆ 555

 

ก็ถึงบอกไงว่าไม่ใช่จะใช้ได้ผลซะทุกคนและทุกสถานการณ์ แต่implicationของการทำอย่างงั้นก็คือ แสดงให้เห็นว่าแตกต่างระหว่าง พวกผู้ชายที่รุมล้อม ไง

 

---------------------

 


ตัวกวน
5 ก.ย. 2548 เวลา 11:55 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< Hitch - Part 2

เนื่องจากไม่สามารถนำข้อมูลบางส่วนออกมาได้ (รายละเอียดกรุณาอ่านที่ แถลงการณ์)
สำหรับ ไดอารีหลังวันที่ 23 สิงหาคม 2548 จะไม่สามารถอ่านได้ ก่อนหน้านี้อ่านได้ตามปกติ

เรื่องแดงออกมาอย่างกะวันนั้นของเดือน <<<< ewwwwwww~ - -'

สรุปได้ดีคะ

อ่านมาถึงตรงตอบคอมเม้นท์ แล้วขอเม้าท์ hoho คือคุณแบรท แกก็มีปัญหาเรื่องกลิ่นกายเหมือนกันคะ คือว่ากันว่าลูกจ้างถึงกับลาออกไปสามคน แหล่งข่าวบอกว่าแกไม่ชอบอาบน้ำ เหอ เหอ - -' อิชั้นว่า อ้วนๆ(เค้ามาอ้วนทีหลังนี่ มันรักไปแล้ว)แต่ไม่เหม็น ยังไงก็น่าพิศมัยกว่าคะ

ฟันธง!

aoministry (เสี่ยวฟันธง จิตแจ่มใจ) hoho
 
5 ก.ย. 2548 เวลา 13:13 น.

อย่างงั้นคงไม่มีแสดง ลำตัด หรือ หมอลำ แบบสดๆแล้วมั้งครับ ทุกคนมี spontaneity อยู่ในตัวทั้งงั้นอยู่ที่ว่าจะดึงออกมาใช้เป็นรึเปล่า >>>

อย่างที่คุณบอกค่ะ ลำตัดและหมอลำเป็น "การแสดง" ที่ผู้แสดงจะต้องเตรียมว่าเราจะมา "แสดง" ให้ผู้ชมดูถึงบทสนทนาที่ยอกย้อนสนุกสนาน ผู้แสดงต้องเตรียมเปลี่ยนโหมดในสมองให้ไวและรับมุขได้ ผิดกับผู้หญิงธรรมดาที่พอเข้าไปในผับก็นั่งเก๊กท่าสวยค่ะ ไม่มีใครที่ในหัวคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะตอบมุขผู้ชายอย่างไรเหมือ นนักแสดงลำตัดหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ยังคิดว่าต่อให้นักแสดงลำตัดหญิงที่เก่งที่ส ุดพอเข้าไปในผับแล้วมีหนุ่มมาสีด้วยประโยคซับซ้อนก็คงไม่มีปัญญ าโต้ตอบอย่างที่ตัวเองเป็นนักแสดงลำตัดฝีปากกล้าทำได้บนเวทีหรอ ก ไม่เชื่อขอท้าให้คุณตัวกวนเข้าผับแล้วไปพูดประโยคที่ฮิชว่าให้ส าวคนไหนก็ได้ฟัง เชื่อว่าพูดจนสาวหมดผับก็คงไม่มีสาวคนไหนต่อมุขได้ทันควันค่ะ

ส่วนเรื่องที่คนเรามี spontaneity อยู่ในตัวก็จริงค่ะ แต่ดิฉันว่าความ spontaneity นั้นมีความละเอียดอ่อนคาดเดาไม่ได้ค่ะ ขอยกตัวอย่างโดยใช้ประโยคที่คุณเลือกใช้มานะคะ

“รู้ไห มครับว่า คิ้วโค้งๆแบบเนี้ย เค้าว่ากันว่ามีนิสัยแบบไหน” แล้วก็เงียบ..>>>

ถ้าเป็นดิฉันแล้วล่ะก็

1. ถ้าผู้ชายหล่อ...ก็จะคิดสารตะในหัวว่าไอ้นี่หล่อแถมมีมุขแปลก ๆ ดูเป็นเสือผู้หญิงไม่น่าไว้วางใจ แล้วดิฉันก็คงแค่ยิ้มแบบงง ๆ ให้เขา แล้วทำเป็นไม่สนใจ รอดูปฏิกริยาเขาต่อค่ะ

2. ถ้าผู้ชายไม่หล่อ...ก็คงคิดว่า ไม่หล่อแถมยังพยายามมากอีก อย่างนี้ต้องพยายามปกปิดปมด้อยอะไรในตัวแน่ ๆ แล้วดิฉันก็จะตอบแบบตัดบทไปว่า "ไม่อยากรู้ค่ะ" หรือแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

เพราะฉะนั้นสมมติฐานของคุณท ี่ว่า "ซึ่งแน่นอนส่วนใหญ่ก็คงจะถามกลับมาว่า นิสัยแบบไหนหรอ" นั้นเป็นการเจเนรัลไลซ์ผู้หญิงแบบง่าย ๆ ที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบทำค่ะ เพราะการตอบสนองต่อมุขนี้ของผู้หญิงแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไปต ามลักษณะนิสัยของผู้หญิงแต่ละคน เพราะฉะนั้นการทำตัวแตกต่างอาจจะไม่ได้ผลอย่างที่ว่าเสมอไป

ถ้าจริงใจอย่างเดียวแต่ทำตัวโง่ๆซื่อๆลาวๆเข้ามา ก็ค่อยรอเป็น “คนสุดท้าย” ของผู้ชาย/ผู้หญิง ละกันครับ lol >>>

ขอบอกว่าความซื่อ ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความโง่ และความไร้รสนิยมค่ะ (ขอหลีกเลี่ยงไม่ใช้คำว่าเสี่ยวและลาวนะคะเพราะโดยส่วนตัวคิดว่ ามันเป็นการดิสคริมิเนชั่นและสามารถใช้คำอื่นที่สื่อความหมายคล ้ายคลึงกันได้) ซื่อและจริงใจอย่างมีสมองก็มีนะคะ ซึ่งดิฉันว่าน่าดึงดูดมากกว่าความปรุงแต่ง และพยายามจนเกินพอดีมากค่ะ

Sara ตกหลุม H ก่อนที่เรื่องมันจะแดงอีกครับ >>>

ดิฉันก็ว่าอย่างเดียวกันค่ะ แต่เธอตกหลุมรักอะไรที่หลุดจากแผนค่ะ ไม่ใช่ที่ความเพอร์เฟคของเขา ซึ่งแสดงว่าการที่เธอรักเขามันไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากเทคนิคที่เ ขาใช้ค่ะ (ซึ่งประเด็นนี้จะเถียงกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะมันเป็นหนั งไม่ใช่ชีวิตจริง) แต่เห็นด้วยที่คุณว่า "ไม่มีกฏในการรักใครซักคนหรอก เพราะว่าพอคนเรารักหรือชอบใครมากๆซักคนแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรหรือเปิ่นแค่ไหนมันก็ดูดีไปหมดนั่นแหละ"


และอย่างที่บอกว่าถ้า H จริงใจแต่เข้ามาจีบแบบบ้านๆอย่างผู้ชายคนแรกที่เข้ามาจีบ Sara ในผับ คิดหรอว่า Sara จะสนใจหรอครับ? >>>

ไม่รู้ค่ะ เพราะซาร่าห์เป็นตัวละครสมมติที่ในความคิดของดิฉันเป็นการสร้าง คาแรคเตอร์หญิงฉลาดในแบบของฮอลลีวู้ดที่ไม่สมจริง ฉะนั้นจะมาคาดเดาเอาว่าซาร่าห์จะโต้ตอบอย่างไรหากฮิชเข้ามาแบบบ ้าน ๆ เป็นการกระทำที่ไม่มีประโยชน์ แต่ตัวดิฉันเองชอบแบบซื่อ ๆ ไม่ต้องท่ามากมากกว่าค่ะ แต่ก็อย่างที่บอกซื่อแต่ไม่เซ่อ ซื่อแบบมีรสนิยมน่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด(สำหรับดิฉัน)ค่ะ

ต้องดูรูปที่พวก paparazzi ไปแอบถ่ายมาลงในหนังสือ tabloid แบบซุบซิบดาราครับ ตอนนี้ Vince อ้วนอย่างกะหมูเลย lol >>>

จะท้วงตั้งแต่ทีแรกแล้วแต่เห็นจะเป็นการเบี่ยงประเด็ น ข่าวน้องเจน กับพี่วินซ์นี่กรองแล้วหรือคะ เห็นมีแต่ปาปาราซซี่ที่พยายามจะจับคู่ เจ้าตัวเขายังเพิ่งให้สัมภาษณ์ในวานิตี้แฟร์ว่าเข็ดกับความรักแ ละยังรักแบรดอยู่เลย ส่วนเรื่องที่วินซ์ วอห์นเหมือนหมู แบรด พิทท์ ตอนก่อนเล่นทรอยก็อ้วน แถมยังสิวเขรอะเหมือนกันค่ะ (อันนี้เคยเห็นรูปจากแทปลอยด์) แถมคนทั้งวงนอกและในยังเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่าแบรด ตัวเหม็นและไม่ชอบอาบน้ำด้วยนะคะ สรุปคือดิฉันว่าถ้าเจนจะมาคบกับวินซ์คงไม่ใช่เพราะเบื่อคนหล่อค ่ะ เพราะแบรดก็ไม่ได้หล่อทุกมุม หล่อตลอดเวลาและวินซ์ก็หน้าตาดีและเซ็กซี่ในสายตาสาว ๆ เหมือนกัน (เดี๋ยวพอเล่นหนังก็ลดได้เองค่ะ)

ไม่ได้ดู AF แต่คิดว่าการใสซื่อบนจอทีวีมันตัดกับ imageดาราทั่วไปที่ตอแหลขี้โกหก มันเลยดึงให้พวกที่ใสซื่อเด่นออกมา ส่วนเรื่องจริงใจ ในฐานะคนที่ถูกต้มเปื่อยมาก่อนย่อมเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งที่ควรมี แต่ถ้ามีแต่ความจริงใจอย่างเดียวผมก็ไม่เอาเหมือนกันล่ะครับ (อย่างคุณแฟนก็มีความจริงใจ แต่ความแสบของเธอก็ไม่เบาเหมือนกันครับ lol) >>>

ประเด็นนี้เห็นด้วยร้อยเปอร์เซนต์ค่ะ แต่เราอาจจะอนุมานจากปรากฏการณ์ที่คนซื่อได้ดี และเด่นกว่าคนเก๊กนี้ว่า คนในสังคมเรากำลังเปลี่ยนรสนิยมไปชอบอะไรที่ซื่อ ๆ ไม่มีท่ามากได้หรือเปล่าคะ

คุณตัวกวนสรุปตอนท้ายได้ดีค่ะ ชอบ

รูริโกะขอปรบมือให้ค่ะ
 
5 ก.ย. 2548 เวลา 13:15 น.

สะกิดใจตรงที่ฟ้าเป็นใจ ให้ อพาร์ตเม้นท์ sara อยู่ใกล้ ๆ ..
ชีวิตจริงจะพอดี๊ พอดี เหมือนในนิยายมั๊ยน๊า O____o"

พี่ .. วันไหนพี่คิดจะผันตัวเองไปเป็นผู้กำกับหนัง ช่วยบอกด้วยนะคะ จะติดตามค่ะ แต่คงจะเดาแนวได้ไม่ได้ยาก อิอิ

// น้องโมไม่เสี่ยวซักนิ๊ดดดด .. แต่น้องโมเสี่ยวตลอดเวลา -"-

: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
5 ก.ย. 2548 เวลา 13:16 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  กันยายน
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me