ฉันจะบิน

อ่านentryของคุณ Xtreme วันนึงที่พูดเรื่อง The merchant of Venice เลยทำให้นึกถึงวีรกรรม(หรือความเสี้ยน?)ของตัวเองที่เคยทำไว้ในอดีต  ขอเล่าย่อๆว่าเนื้อเรื่องของ The merchant of Venice เป็นยังไงถ้าใครรู้ว่าเป็นยังไงแล้วจะข้ามไปก็ได้ครับ

 

Part I: The merchant of Venice

 

 

เรื่องนี้บทละครของ Shakespeare เนื้อเรื่องย่อมีอยู่ว่า Bassanio กับ Antonio เป็นเพื่อนรักกัน Bassanio ต้องการเงินค่าเดินทางเพื่อที่จะไปจีบสาวชื่อ Portia ที่เมือง Belmont ก็เลยยืมเงินเพื่อนรักตัวเอง แต่ Antonioไม่มีเงินให้ยืมเนื่องจากได้เอาไปลงทุนทำกิจการเดินเรือไปหมดแล้ว เลยแนะนำให้ไปยืมจากตัวร้ายชายยิวที่ชื่อ Shylock โดยให้ตัว Antonio เป็นคนค้ำประกัน Shylock ไม่ชอบขี้หน้า Antonio อยู่แล้วเพราะเขาเคยวิจารณ์คนยิวที่ปล่อยกู้ก็ต้องเก็บดอกเบี้ยเสียๆหาย แต่ก็ยังให้ยืมเงินโดยตกลงกันว่า ถ้าไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ Antonio ต้องชดใช้ด้วยเลือดเนื้อของเขาเองน้ำหนักหนึ่งปอนด์

 

ตามพินัยกรรมของพ่อของ Portia เธอจะแต่งงานได้ก็ต่อเมื่อคนที่มาจีบเธอสามารถเลือกหีบใบที่ถูกต้องจากสามหีบ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีใครเลือกถูก แต่พอ Bassanio มาถึงก็สามารถเลือกถูก ซึ่งหีบสามใบนั้นมีข้อแตกต่างกันดังนี้..

 

ใบที่หนึ่งทำจากทองคำ มีข้อความสลักว่า : "Who chooseth me shall gain what many men desire"
ใบที่สองทำจากเงิน มีข้อความสลักว่า: "Who chooseth me shall get as much as he deserves"

ใบที่สามทำจากตะกั่วมีข้อความสลักว่า: "Who chooseth me must give and hazard all he hath" หมายความว่า คนที่เลือกจะต้องทุ่มเทและเสี่ยงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี

 

คงรู้ว่าใบไหนถูกนะครับ ความหมายที่ซ่อนอยู่ของหีบสามใบนั้นมาจากคำสอนของศาสนาคริสต์ว่า คนเราไม่ควรเชื่อโดยใช้สัมผัสภายนอก เพราะสิ่งของภายนอกนั้นมันหลอกตาได้ แต่ควรจะมีความเชื่อ และเสี่ยงที่จะเชื่อเพื่อที่จะได้รับสิ่งตอบแทน ซึ่งการเลือกแบบนี้ถือว่าBassanioได้เปรียบเมื่อเทียบกับคนจีบคนอื่นซึ่งเป็นเจ้าชายหรือคนมั่งคั่ง เพราะว่า Bassanio ไม่ได้เป็นคนที่ร่ำรวยอะไร จึงไม่ลังเลที่จะเสี่ยงตัดสินใจเลือกใบที่ทำจากตะกั่ว

 

หลังจากทั้งสองแต่งงานก็ดันมีข่าวว่า Antonio ไม่มีตังจ่ายที่กู้มาเพราะว่าเรือที่เขาลงทุนเกิดสูญหาย ก็มีเรื่องให้ยุ่งๆลุ้นๆว่า Antonio จะถูกฆ่ารึเปล่า (เพราะว่าที่บอกว่าเนื้อหนึ่งปอนด์ไม่ได้บอกว่าตรงไหน จะเอาตรงหัวก็ได้มั้ง) ก็เรื่องก็จบลงได้ด้วยดีเพราะ Portia ซึ่งปลอมเป็นผู้ชายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางกฏหมายไปช่วยคลี่คลายให้ สรุปก็คือจบอย่าง happy ending

 

Part II: Fly flew flown

 

“พี่เนี่ยรู้ตัวรึเปล่าว่าบ้า ชอบไปทำอะไรทุ่มเทให้แล้วอย่างงี้ผู้หญิงเค้าจะไม่ชอบได้ไง”

 

แฟนเก่าคนที่สองเคยว่าผมเอาไว้ ซึ่งก็คงจะจริง  เพราะสังเกตตัวเองว่ามีแววเป็นอย่างงั้นมาตั้งแต่ตอน ม.4 แล้ว แต่เรื่องตอน ม.4 เก็บไว้ก่อน :P คิดว่าคงจะเป็นนิสัยส่วนตัวจริงๆ คือจะมองว่าถ้าทำอะไรที่มันธรรมดา ก็อย่าไปทำเลยดีกว่า ทำดีๆโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดว่าจะทำให้ จะได้เก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆทั้งสองฝ่าย เคยพูดเล่นๆกับเพื่อนสนิทว่าเวลาแก่แล้วจะได้มีเรื่องไปเล่าให้หลานๆฟังว่า ปู่ตอนหนุ่มๆนั้นทำเรื่องบ้าๆบอๆอะไรบ้าง

 

ที่อ่านเกี่ยวกับ The merchant of Venice แล้วทำให้นึกถึงเรื่องที่จะเล่า ก็เพราะ Bassanio เป็นผู้ชายที่ยอมทุ่มทุนสร้างเสี่ยงไปหาผู้หญิงที่ตัวเองชอบ ในชีวิตตัวผมเองทำอะไรเกินตัวหรือเสี่ยงอยู่หลายครั้งเหมือนกัน เช่นเคยบินไปหาผู้หญิงอยู่สามคน

 

ครั้งแรก:

 

จำได้ว่าประมาณตอนเรียนอยู่ปีสองอยู่ Boston อายุสิบเก้าไม่ก็ยี่สิบต้นๆ คุยกับสาวคนนึงที่อยู่ San Diegoแล้วชอบ ไม่รู้ชอบไปได้ยังไง lol เพราะยังไงก็รู้ตัวเองว่าไม่เอาคนนี้เป็นแฟนแน่นอน..เพราะตอนนั้นคบกับแฟนคนแรกอยู่ แต่คนกำลังหลง วันหนึ่งนึกยังไงขึ้นมาไม่รู้ ตัดสินใจบินไปหา โดยตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่า ถ้าไปเจอตัวจริงๆแล้วชอบก็จะใช้เวลาสองสามวันด้วยกันแล้วหลังจากนั้นก็คงเลิกคุยไปเลย แต่ถ้าไม่ชอบก็คงยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่

 

ไปแบบไม่ได้เตรียมตัวให้เกิดอะไรขึ้น เพราะตั้งใจว่าจะไม่ให้มีอะไรเกินเลย ปกติเวลาไปไหนจะเตรียมของละเอียดมาก แต่คราวที่ไปแปรงสีฟันยังลืม เอาไปแค่เสื้อผ้าเท่านั้น นั่งรถไฟใต้ดินไปสนามบินแล้วซื้อตั๋วเอาเดี๋ยวนั้นเลย ถ้าใครอยู่อเมริกาคงรู้ว่าซื้อตั๋วตอนวันที่จะบินเป็นอะไรที่แพงมากกกกก บินในประเทศยังแพงกว่าบินกลับไทยอีก ประมาณว่าตั๋วใบนั้นกลับไทยได้สองรอบ - -‘’

 

สมมติว่าน้องคนนี้ชื่อน้องเอฟละกันครับ เคยเห็นรูปแล้วล่ะแต่แค่รูปเดียว (เป็นความคิดที่ผิดมากๆครับ lol) ตอนบินไปได้ครึ่งทางก็โทรไปบอกว่าจะมา เค้าก็เอาเพื่อนรุ่นพี่ผู้หญิงไปด้วยคนนึง.. ซึ่งก็เป็นความคิดที่ผิดมากๆของน้องเอฟ เพราะรุ่นพี่คนนั้นสวยน่ารักมาก ตอนลงจากเครื่องมามองเห็นรุ่นพี่คนนั้นก่อน พอถามก็พบว่าไม่ใช่น้องเอฟ พอเห็นน้องเอฟแล้ว… เอาเป็นว่าขอเปลี่ยนชื่อจากน้องเอฟ เป็นน้องชัทเตอร์นะครับ 55555

 

“หาเรื่องใส่ตัวจริงๆเลยตู” … คือความรู้สึกในใจ

หนาวๆร้อนๆ … คือความรู้สึกทางกาย

น้องชัทเธอก็พาไปทานข้าวเย็น ทานเสร็จไข้จับครับ เป็นไข้จริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหรือเพราะหน้าของน้องชัทเธอกันแน่ แล้วเธอก็พาไปพักที่โรงแรมก่อนจะกลับบ้านของเธอไป เรื่องของเรื่องมันอยู่ตรงนี้แหละครับ เธอไม่ได้กลับทันทีทันได พอเข้ามาส่งที่ห้องในโรงแรมได้ซักพักเธอก็บอกว่าแฮงค์ เพราะว่าทานวอดก้าไปตอนกลางวัน แล้วมาแฮงค์ตอนนี้ (มันเป็นไปได้หรอครับท่านผู้อ่าน??? ไม่รู้จริงๆ เพราะไม่ค่อยทานเหล้า) ก็เลยขออยู่ที่ห้องแปปนึง….

 

ตอนแรกผมอยู่บนเตียงนอนจับไข้อยู่แต่ทานยาแล้ว..เธออยู่ตรงโซฟา

.
.

ผ่านไปสิบนาทีเธอลงจากโซฟา มาอยู่ข้างๆเตียงแล้วถามว่า นวดให้เอารึเปล่า ก็ปฏิเสธไปครับ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรมากกว่านั้นรึเปล่า

 

เวลาเล่าให้เพื่อนฟังจะประมาณว่า..

“เฮ้ยแก ตอนนั้นนะฉั้นโคตรง่วงเลย แต่ไม่กล้าหลับ รู้เปล่ามันทรมานมากๆที่เป็นไข้เพลียๆแถมกินยาแบบให้ง่วงแล้วต้องมานั่งฝืนไม่ให้หลับ เพราะเดี๋ยวเค้าปล้ำตรู”

 

สุดท้ายขันติผมก็หนักแน่นกว่า โฮะๆ ไม่ยอมหลับ น้องชัทเธอเลยยอมแพ้กลับบ้านไปแต่โดยดี รอดตัวไปหนึ่งวัน หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้สร้างความลำบากใจแค่ส่งที่หน้าห้องเฉยๆ (ขอบคุณค๊าบบบ) แล้วก็พาไปเที่ยวแถวนั้นนิดๆหน่อย.. พอบินกลับมาก็เล่าให้แฟนฟัง เค้าก็ถามว่าไม่รู้หรอว่าอย่างนั้นเค้าเรียกว่าอ่อย.. lol

 

*อ๊ะๆ คนอ่านคงคิดว่าถ้าเกิดน้องชัทหน้าเหมือนรุ่นพี่คงเกิดอะไรขึ้นแน่ ไม่จริงครับ เพราะอย่างที่บอกว่าไม่กะให้มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน

*ตอนคบกับแฟนคนแรกนี่จะไม่ค่อยว่าอะไรกัน เพราะว่าอยู่กันห่างและต่างคนก็ต่างมีเผลอไปชอบคนอื่นบ้าง ถ้าไม่ใช่เป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสส่วนใหญ่ก็จะเคลียร์ๆให้อภัยกันไป

*ไม่ได้เลือกหน้าตามาก แต่อย่างน้อยเดินกันขออย่าให้คนด่าว่าไปขุดมาจากป่าช้าไหน คิดว่าคงไม่ได้เป็นข้อจำกัดที่โหดร้ายมากนัก..มั้ง?

 

ครั้งที่สอง:

 

ตอนนั้นก็ยังอยู่ Boston จีบแฟนคนที่สองที่อยู่แถวๆแอลเอ ก็ไม่ได้คิดว่าจะบินไปหาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะเข็ดจากครั้งที่แล้วแผลยังสดฮ่ะๆ แต่จากบทเรียนครั้งที่แล้วทำให้รอบคอบมากขึ้น รูปมีเป็นโหล เวปแคมก็เล่น เรื่องมีอยู่ว่าเผอิญตอนนั้นจะบินกลับไทยหน้าหนาว คราวนั้นต้องบินจาก Boston – Chicago – Tokyo – Bangkok แล้วดันไปติดแหง่กอยู่ที่ Chicago  พายุหิมะลงพอดีหนักมากไปไม่ทันตกเครื่องจากชิคาโก้ไปโตเกียว วิ่งวุ่นอยู่ประมาณ 12 ชั่วโมงก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะได้เครื่องที่ไปโตเกียวลำอื่นเลย

 

ก็เลยไปคุยกับทางสายการบินว่าขอขึ้นเครื่องที่ไปลงแอลเอ แล้วค่อยขึ้นเครื่องไปโตเกียวจากที่นั่นวันรุ่งขึ้น โชคดีที่มีที่ว่างของเครื่องที่ไปแอลเอคืนนั้นพอดี พอไปถึงก็โทรบอกเค้าว่า “ให้ทายว่าอยู่ที่ไหน”  พอเค้ารู้ว่าอยู่แอลเอเลยโดนสงสัยว่ากะจะมาหาตั้งแต่แรกแล้ว แต่จริงๆถ้าไม่มีหิมะตกที่ชิคาโกก็คงไม่ได้มาหรอก

 

ตกลงกันว่าผมจะแวะไปหาเค้าตอนเช้าๆ และคงมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่สองชั่วโมง เนื่องจากเครื่องที่จะกลับไทยออกประมาณสิบเอ็ดโมงของวันรุ่งขึ้น และบ้านเธอก็แสนจะไกลจากตัวเมือง ต้องออกจากโรงแรมแต่เช้า ด้วยความที่ไม่คุ้นที่คุ้นทางบวกกับไม่ได้เตรียมที่จะมาที่นี่ก่อน ก็เลยไปคุยกับ concierge ของโรงแรมให้เค้าช่วยจองรถให้หน่อย  ตอนแรกก็นึกว่าคงเป็นรถแทกซี่ไปรับไปส่ง ปรากฏว่าเป็นรถ limousine คนขับใส่สูท คันเหมือนกับในรูปข้างล่างนี่แหละ lol..

 

 

 

ตอนเจอกันต่างคนต่างอยู่กันคนละฟากถนนรอไฟแดงเพื่อที่จะได้เดินมาเจอกัน ได้อารมณ์MVมาก lol.. ได้นั่งคุยกันสองชั่วโมงบนม้านั่งใกล้ๆบ้านของเค้า อากาศเช้าๆเย็นสบาย สีหน้าที่เอียงอายของอีกฝ่าย มือที่อ่อนนุ่ม น้ำตาใสๆ สายตาที่ตัดพ้อเล็กน้อย กอดที่อบอุ่นก่อนจากลา..เพื่อที่จะพบกันใหม่ในวันหลัง ภาพทั้งหมดยังคงติดอยู่ในความทรงจำ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน และเรื่องของเราจะกลายเป็นแค่ความทรงจำไปแล้ว…

 

*ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่รีบออกจากชิคาโกมาที่แอลเอก่อน เพราะหลังจากออกมาได้พายุตกหนักกว่าเดิมอีก ถ้าอยู่ที่นั่นก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับเมืองไทยวันไหน

*พอตอนจะกลับรถมารับ พอเค้าเห็นก็บอกว่า เว่อร์มากกก (ไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณ concierge หรือด่าดี แต่ก็ทิปไปตั้งยี่สิบเหรียญแน่ะ J)

*concierge ของโรงแรมมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แขกที่มาพัก ประมาณว่าอะไรก็ตามที่แขกต้องการ ถ้าเค้าทำได้เค้าจะทำให้ เคยไปพักโรงแรมแล้วช่วยให้conciergeเช่ามือถือมาให้ใช้ชั่วคราวพี่แกก็ทำให้

 

ครั้งที่สาม:

 

ครั้งนี้นับว่าหนักที่สุด แต่คงเล่าอะไรละเอียดมากไม่ได้ ตอนนั้นเริ่มๆคบๆกับแฟนคนที่สี่ แล้วทีนี้มีปัญหาเกิดขึ้นกับเธอ ไม่ใช่เพราะทะเลาะกัน แต่ปัญหาใหญ่มากถึงขนาดทำให้ต้องบินไปอังกฤษ คิดว่าผู้ชายคนอื่นถ้ารักผู้หญิงซักคนนึงก็คงจะตัดสินใจเหมือนผม แต่มันไม่ได้ง่ายๆเหมือนตอนสองครั้งแรก เพราะไม่ได้บินในประเทศ ที่ต้องทำในวันนั้นก็คือ ไปมหาลัยขอtranscriptเพื่อที่จะเอาไปวีซ่ากับกงศุล ขับไปวีซ่าที่กงศุล จัดกระเป๋า ซื้อตั๋ว เมล์ไปบอกอาจารย์ว่าจะหายไปซักสัปดาห์นึง… personal reasons หาคนมาดูแลแมว ภายในวันเดียว…. จำได้ว่าขับรถอย่างกับคนบ้า ลุ้นมากกว่าจะทันรึเปล่า พริบตาที่มาถึงสนามบินรู้สึกภูมิใจนิดๆว่าทำได้ด้วยแฮะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลลดลงเลย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นค่อนข้างจะสาหัส…

 

ตั๋วแพงกลับเมืองไทยได้เหมือนกัน แต่ก็ยังน้อยกว่าครั้งแรกที่บิน.. แต่ต่อให้แพงกว่านี้ก็คงไปเหมือนกัน lol.. เป็นครั้งแรกที่นั่งสายการบิน Virgin Atlantic ติดใจมากครับ ที่นั่งสีสดใส แอร์สวย :P กะว่าไปตายเอาดาบหน้าจริงๆเพราะจะได้เจอตัวแฟนรึเปล่าก็ไม่รู้ โรงแรมในอังกฤษแพงมากโดยเฉพาะไม่ได้จองไว้ก่อน..

 

คงสงสัยว่าได้เจอตัวรึเปล่า ไม่ได้เจอครับ… เธอบินกลับไทยในวันรุ่งขึ้น ผมบินกลับอเมริกาวันรุ่งขึ้น..เช่นกัน สรุปว่าไปนอนค้างคืนที่อังกฤษคืนนึง เป็นovernight stayที่แพงที่สุดเท่าที่เคยพักมา…


Part III: Reflection

 

เหลวไหลไม่เบาครับ ผู้ชมทางบ้านโปรดอย่าเลียนแบบ :P เคยอ่านที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้ข้อความว่า try to do something crazy and you’ll expand your comfort zone ซึ่งก็จริงอย่างที่เค้าพูดจริงๆ ไม่อยากแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานครับ สิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ที่ใช้ชีวิตยืนยาว แต่อยู่ที่มีเวลาที่ประทับใจมากแค่ไหน

 

อย่างน้อย..ผมเชื่อเช่นนั้น

 

--------------------------------------------------

 

ps.
1. เรื่องเสี้ยนๆยังมีอีก แต่คงไว้รอโอกาสให้ และอยากจะเขียนจะมาเล่าให้ฟังครับ
2. เครียดเรื่องงาน แต่อารมณ์ดีเรื่องอื่น หึหึ

3. บทย่อมาจาก www.sparknotes.com

4. หวังว่าคงไม่ต้องมีครั้งที่สี่ lol

 

 

ตัวกวน
17 มิ.ย. 2548 เวลา 11:05 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< เปลือก There’s something about Natalee Part I-II >>

เฮ่ออออออออออ


ลุ้นจริง

9.
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 11:49 น.

อยากบินมั่ง บินไปให้ไกลจากที่จมอยู่กับอดีต TT_TT

The merchant of Venice - เฟิ้มดีแฮะ ยืมเงินเพื่อนเป็นค่าเดินทางเพื่อจีบสาว ^^"


Teresa
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 12:00 น.

โห............... ไปป์ค่ะ>"<

บ้าดีจริงๆ ผู้หญิงไม่หลงแย่หรอค่ะ ทำซะขนาดนั้น อ่านแล้วก็หัวเราะ ยิ้ม ตลก น่ารักดี เป็นหนุ่มโรแมนติคมากมากค่ะ อยากฟังวีรกรรมต่อค่ะ ถ้าจุ๋มเป็นผู้ชายไม่รู้เหมือนกันว่าจะจีบสาวได้บ้าเท่าไปป์ป่าว แต่ที่ผ่านมาถ้ารักใครก็บ้าทุ่มเทมากมายอยู่เหมือนกัน

joomyy
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 12:13 น.

มั่นใจหรอค่ะว่าถ้าน้องชัตเตอร์หน้าเหมือนรุ่นพี่สาวสวยแล้วจะปล่อยเค้ากลับไปจริงๆ

อย่างน้อยอาจจปล่อยให้เค้านอนอยู่ข้างๆคนป่วยทั้งคืนละมั้ง อิอิ

joomyy
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 12:22 น.

First, this entry is the debut one sharing your life to us and I feel really glad also it implies me that you trust people here more and more otherwise you would've let us know how your life is.


“พี่เนี่ยรู้ตัวรึเปล่าว่าบ้า ชอบไปทำอะไรทุ่มเทให้แล้วอย่างงี้ผู้หญิงเค้าจะไม่ชอบได้ไง” >>> really? bring it on na ka p pipe. I excitedly read the following paragraph after this quote, I found your secret and how hopelessly you devoted to all your EXs.


สมมติว่าน้องคนนี้ชื่อน้องเอฟละกันครับ เคยเห็นรูปแล้วล่ะแต่แค่รูปเดียว (เป็นความคิดที่ผิดมากๆครับ lol) ตอนบินไปได้ครึ่งทางก็โทรไปบอกว่าจะมา เค้าก็เอาเพื่อนรุ่นพี่ผู้หญิงไปด้วยคนนึง.. ซึ่งก็เป็นความคิดที่ผิดมากๆของน้องเอฟ เพราะรุ่นพี่คนนั้นสวยน่ารักมาก ตอนลงจากเครื่องมามองเห็นรุ่นพี่คนนั้นก่อน พอถามก็พบว่าไม่ใช่น้องเอฟ พอเห็นน้องเอฟแล้ว… เอาเป็นว่าขอเปลี่ยนชื่อจากน้องเอฟ เป็นน้องชัทเตอร์นะครับ 55555 >>> This is why you are so neat undoubtedly.

Poor Ms. shut(down). I think she might look umm... what i should say then, okay gimme a sec.......

Oh she might not meet your standard.

*ไม่ได้เลือกหน้าตามาก แต่อย่างน้อยเดินกันขออย่าให้คนด่าว่าไปขุดมาจากป่าช้าไหน คิดว่าคงไม่ได้เป็นข้อจำกัดที่โหดร้ายมากนัก..มั้ง?>> That's why appearance is the investment. lol


I was romatically smiling when I read your second flying. :)


Okay lemme tell you about my Fly Flew Flown, I once flew to see a guy somewhere, of course I had bf already. I stayed with him overnight but just once for me.

androdiasic
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 13:06 น.

บ้าดีเดือดมากๆ

ว่าจะขอจดสูตรอื่นๆบ้างน่ะค่ะ

ตั้งแต่อ่านไดมาก็จดได้เยอะพอควร
แต่ยังไม่ได้ทำเลยยยยยยยย

หรือหากจะรวมเล่มแจกบรรดาแควนๆที่ติดตามก็ไม่ว่ากัน :P

PS ตอบคำถาม
>หน้าเด็กเหมือนกันรึเปล่า
>แล้วอายุเท่าไหร่ lol... :P

น้องเขาน่ารักกว่าค่ะ
เกิด 2525 น่ะ เด็กมะ



Kitty Lover
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 15:27 น.

I'm waiting very long for this entry.
very impressed. your diary is what i'm looking for everyday. jammer dat je maar 1 keer per week schrijft. doe het vaker alsjeblieft. ik ben verslaafd aan je online-dagboekje.
succes ermee!



[ voices in the sky, bluebird flying high ] 17 มิ.ย. 2548 เวลา 17:24 น.

“พี่เนี่ยรู้ตัวรึเปล่าว่าบ้า ชอบไปทำอะไรทุ่มเทให้แล้วอย่างงี้ผู้หญิงเค้าจะไม่ชอบได้ไง”

ขอเถียงอะ เราว่าไม่จำเป็นเสมอไปหรอก โดยความคิดเห็นส่วนตัวนะ ลองผู้หญิงเธอมีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แค่ทำให้อะไรนิดหน่อย เธอก็ปลื้มแล้ว แต่ถ้าไม่ชอบ ต่อให้ทำอภิมหาโปรเจกต์ใหญ่โตขนาดไหน ก็ไม่ชอบอยู่ดีอะ อาจจะพาลยิ่งหมั่นไส้เอาซะด้วยซ้ำ

วีรกรรมเนี่ยสุด ๆ ดี เอาไปเป้นซีนในหนังได้เลยอะ แต่เห็นด้วยว่า ชีวิตคนเราบางครั้ง ต้องได้ทำอะไรบ้ารำห่ามั่ง มันเหมือนเติมสีสันให้กับชีวิต


ps >>ไปหาละครแบบนี้มาดูจากไหนเนี่ยครับ เช่าวีดีโอหรอ?

เปล่าอะ แถวนี้มันไม่มีร้านเช่า ดูจากเน็ตเอา doozija อะ แต่คิดว่าแถวนู้นคงหาร้านเช่าวิดีโอไทยไม่อยากนะ ถ้าอยากดู



[ sherry ] 17 มิ.ย. 2548 เวลา 18:21 น.

part III ถูกต้องที่สุด จงอย่าแก่เพราะอยู่นาน

ความประทับใจในวาระของอายุแต่ละวัย ย้อนกลับไม่ได้ จงใช้มันอย่างคุ้มค่าไม่ว่าจะผิด ถูก ชั่วบ้าง ดีบ้าง




Big Sis
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 18:25 น.

เหนื่อยแทนพี่ไปป์ - -"

Marguerite rouge
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 20:49 น.

เรื่องแรก: ก่อนอื่น ขอขำก่อนค่ะ... 55555555 คิดว่าน้องชัทเธอไม่ได้เอาจริงค่ะ เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว ถ้าเธอจะทำอะไรขึ้นมานี่ก็ง่ายแบบแค่มือเอื้อมเลยโดยที่ไม่ต้องรอให้หลับ แต่นี่คงแค่อ่อยๆเฉยๆ [นัยว่ายังมียางอายอยู่] เผื่อจะมีฟลุ้ค

เรื่องที่สอง: ขอไม่คอมเมนท์ละกันค่ะ :)

เรื่องที่สาม: เศร้าค่ะ จำได้ว่าอยู่ในไดวันเก่าๆใช่มั้ยคะ

จริงๆแล้วการทุ่มเทแบบบ้าระห่ำเนี่ยก็ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบนะคะ ออกจะเป็น risky investment ด้วยซ้ำ คือ ถ้าไม่ประทับใจไปเลย ก็ freaked out เลยได้เหมือนกัน

- XTreme -
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 21:59 น.

เรื่อง The merchant of Venice ตอนที่เข้าที่ไทย
แคทก็อยากดูนะ แต่โรงฉายน้อยมาก ๆ

ขอแอบสงสารน้องชัตเตอร์ได้มั้ยคะ หุหุ

พี่ไปป์นี่ทุ่มเทจริง ๆ เลยเนอะคะ
แต่ก็เนอะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตไปอีกแบบ ^^

 Expression of Love *
 
17 มิ.ย. 2548 เวลา 22:44 น.

The power of internet

"getting to know people without the urge to judge their physical appearance, until, cyber life was brought alive.. "

hehe, i felt so pity for nong shut .. hehehe


[ เคย มาแล้ว ] 18 มิ.ย. 2548 เวลา 00:58 น.

4th with me and flying for me is acceptible...

4th for someone else while i'm still standing on your nose...
^
^
we should then make it fair, right?

*grin*

Chaos
 
18 มิ.ย. 2548 เวลา 08:18 น.

ทุ่มทุนสร้างจริงๆค่ะ คุณตัวกวน...

มิน่า สาวๆถึงหลงเสน่ห์ ^^

Born For LoVe
 
18 มิ.ย. 2548 เวลา 19:04 น.

๑. ดูจนจบ ไม่รู้สึกว่ามัน Happy Ending เลย....หรือว่าเรามิสจุดหลักของหนัง เหมือนางเอกทำเกินกว่าเหตุตอนไปเป็นทนาย หรือหนังต้องการบอกว่าไม่มีอะไรยุติธรรมสำหรับ คนยิว...เหมือนพระเอกกะเพื่อน..มันเกินกว่าเพื่อน...เหมือน เหมือน เหมือน เหมือน....แล้วให้แหวนไป ก็ยอมรับเขาคืนอีกไหนบอกจะทิ้ง(อันนี้พอเข้าใจได้) แต่ อืม ติดใจเยอะแยะ....


๒. เรื่องบินไปหาที่เล่าเนี่ย เนี่ย อืม ฮิๆ....
*ข้อน้อยขอคารวะ*

๏ ๏ ๏
 
19 มิ.ย. 2548 เวลา 02:23 น.

เอ่อ ... เป็นผู้ชายที่น่ากลัวจริงๆ --_--'' โดยเฉพาะ spent money กลับไทยสองรอบไปหาน้องชัด(เจน ..ว่าหลอน) ..

[ Alice in wonderland ] 19 มิ.ย. 2548 เวลา 06:01 น.

I have to respect u for ur giving in to ur impulse krab...I thought I was sometimes crazy but u just blew me away.

Crazy and illogical acts can be so v. damn romantic...but what about the time between those acts though?

I think making the efforts to understand the girl, who she really is, what she really wants, is as or even more important than flying to see her from impulse krab...

How to keep the fire burning after lighting it with those romantic moments is much more difficult than the act of lighting itself...

Who am I to say anything anyway? My bf doesn't understand me and hw wouldn't go the distance for me to do those things you did...not in the next million yrs...

Sour grape on my side, I think.

PS * I think Chaos deserves ur fourth impluse flight. Why don't u start saving money now?

PS ** N' Shutter must be devastated. Did u keep the chatlog and e-mail of when you still contacted her? I am v. curious to know more about her techniques krab. How to lure a committed guy to come see you after just giving him one photo of you...that's quite an accomplishment indeed.

PS *** I like your third flight the most...it's painfully romantic...and tragic...like an anti-climax to a Korean movie krab...


Atashi
 
19 มิ.ย. 2548 เวลา 13:29 น.

อย่าเสียดายในสิ่งที่ทำไป
แต่ภูมิใจที่ได้ทำ
แล้วได้บทเรียนกลับมาดีกว่าเนอะ

คิดเหมือนกันเรื่องความประทับใจในชีวิต
อย่างน้อยเราก็อิ่มเอมกับมันได้ทุกเวลา
ที่กลับไปคิดถึงมัน:)

lachouette
 
19 มิ.ย. 2548 เวลา 19:53 น.

เอ่อ..ค่อนข้าง เป็นวีรกรรมจริงๆ โดยเฉพาะ ครั้งที่ 3 ... จริงๆ พี่ว่า ไอ้ความระห่ำ ไม่ยั้งคิด แบบนี้ ก็มีกันทุกคน แต่มันอยู่ที่ความพร้อมด้วยมากกว่า

โดยเฉพาะ...พร้อมที่ปัจจัย ไงค่ะ.ที่จะเป็นตัวเบรคได้อย่างชะงัดนักเชียว..ว่าไหมค่ะ

พี่ปู



MiDdle oNe
 
20 มิ.ย. 2548 เวลา 00:44 น.

เหอๆ แอบสงสารน้องชัตเตอร์ กิกิ

เวลาผ่านไป...ยังถูกขุดมาเผาซ้ำอีกรอบ...

ทำไรไว้....คงต้องคิดก่อนทำให้มากก่านี้

เพราะวันดีคืนดี...อาจกลายเป็นเรื่องขำขำ

ในประสบการณ์ของใครบางคนก็ได้นิ เอิ้กๆ

• MarroN CreaM •
 
20 มิ.ย. 2548 เวลา 09:20 น.

Was that , in part, dued to the night under the star? :P >>>

I'm afraid it was kha.

androdiasic
 
20 มิ.ย. 2548 เวลา 13:58 น.

Woww !! por boon toom jing jing krub ...

cryo
 
20 มิ.ย. 2548 เวลา 14:46 น.

1. เรื่องเสี้ยนๆยังมีอีก แต่คงไว้รอโอกาสให้ และอยากจะเขียนจะมาเล่าให้ฟังครับ
^
^
cant wait ... :P

cryo
 
20 มิ.ย. 2548 เวลา 14:48 น.

พี่ไปป์ขา...
นิดาชอบคอมเมนท์ของพี่ไปป์เมื่อวานที่สุดเลย..
อืม แล้วนิดาก็กลับไปอ่านคอมเมนท์ที่นิดาเขียนจริงๆในไดพี่ไปป์ด้วย...
ไม่เข้าใจเลยว่า นิดาเคยเข้าใจโลกขนาดนั้นด้วยเหรอ.. ไม่รู้ตอนนี้มันหายไปไหนหมด ความคิดแบบนั้น ..
:')


Marguerite rouge
 
20 มิ.ย. 2548 เวลา 20:53 น.

วีรกรรมนี่ไม่ทราบค่ะว่าใครมากกว่าใคร .. แต่ดูท่าทางว่าเราจะมีลูกบ้าพอกัน lol

:)

Alynn
 
22 มิ.ย. 2548 เวลา 12:08 น.

แคทก็ว่าเจ้าของหอไม่เชื่อหล่ะพี่ไปป์
แต่ก็ถือว่า เป็นค่าที่เค้าขึ้นค่าหอละกัน
เพราะแต่เดิม ก็แพงมาก ๆ อยู่แล้วด้วย

 Expression of Love *
 
22 มิ.ย. 2548 เวลา 23:34 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  มิถุนายน  
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30
[ archive / ไดอารีทั้งหมด ]

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me