|
Engineering

ตอนอยู่มัธยมปลายเมืองไทย
ผมก็เหมือนเด็กไทยทั่วๆไปที่ค่อนค่างตามกระแสว่าควรจะเรียน หมอ
หรือไม่ก็วิศวะ
ก็อย่างว่าที่ไทยไม่ค่อยสนับสนุนให้เด็กมีความคิดเป็นของตัวเองเท่าไหร่
ตอนนั้นพ่อบอกว่า เรียนวิศวะสิลูก จะได้คิดอะไรเป็นระบบ
เมื่อก่อนความสามารถในการเถียงคำไม่ตกฟากยังด้อย
ถ้าย้อนกลับไปคงจะสวนไปว่า
จะเชื่อคำแนะนำด้านวิศวะจากคนที่เรียนรัฐศาสตร์คงจะยากหน่อย
lol.. ขนาดคนที่เรียนวิศวะยังมีมุมมองที่ต่างกัน
นอกจากนั้นวิศวะยังมีหลายสาขาแยกย่อยไปอีก ถ้าเรียนสาขา control
& system เนี่ยคงจะคิดเป็นระบบอย่างที่พ่อพูดจริงๆ
แต่พอมาเรียนก็ไม่ได้เรียนสาขาย่อยนั้น
ได้อะไรจากการเรียน
*ใส่สาขาที่คนถูกถามเรียน* ?
เป็นคำถามหนึ่งที่ผมมีเก็บไว้ในกรุคำถามเพื่อใช้ทดสอบคนที่คุยด้วยกลายๆ
แล้วผมก็คิดว่าเป็นคำถามที่ค่อนข้างดีเลย
เพราะบางคนสักแต่ว่าเรียนไปอย่างงั้น ไม่ได้เข้าถึง หัวใจ
ของวิชาที่เรียนเลย
ซึ่งจริงๆก็ไม่มีคำตอบที่ถูก
เพียงแต่ฟังคำตอบแล้วคงได้เห็นว่าวิสัยทัศน์ (สะกดถูกด้วย
ฮิ้ววว) ว่าคนๆนั้นมีกรอบความคิดยังไง
สำหรับตัวเองคิดว่าสิ่งที่ได้จากการเรียน
Engineering นั้นมีอยู่สองข้อ
ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนว่าสิ่งที่วิศวะทำก็คือแก้ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน
เช่นทำยังไงเพื่อจะprocessกระบวนการนี้ให้เร็วที่สุด
โดยที่เสียทรัพยากรน้อยสุดเป็นต้น
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้มาหลักๆก็คือสิ่งที่เกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา
1. Learning to work with
constraints
รู้จักที่จะแก้ปัญหาโดยมีข้อจำกัด
คือทุกสิ่งทุกอย่างมีข้อจำกัดอยู่แล้วเช่น ข้อจำกัดด้านสถานที่
ข้อจำกัดด้านกำลังทรัพย์ ข้อจำกัดด้าน..คิดเอาเอง มีล้านแปด
แต่ทำยังไงถึงจะให้ได้ผลดีที่สุดในข้อจำกัดที่มีอยู่ล่ะ?
คือคำถามที่วิศวะต้องมานั่งขบคิด
คนอ่านอาจจะเห็นว่ามันเป็นอะไรที่common
senseมากๆ
แต่ว่าในชีวิตจริงหลายๆสถานการณ์คนเรามักมองไม่ค่อยออกว่าข้อจำกัดมันอยู่ตรงไหน..
เลยพาลทำให้ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วจะทำไงให้ได้ผลดีที่สุด
เหมือนอย่างที่ว่ารู้เขารู้เรานั่นแหละ
แต่บางทีคนเรามัวแต่มองข้างในว่าตัวเองต้องการอะไร
โดยลืมมองข้างนอกว่าlimitมันอยู่ตรงไหน
ซึ่งตรงนี้เอาไปใช้กับชีวิตจริงได้เกือบทุกเรื่อง
ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ
เพราะการใช้ชีวิตของคนเรานั้นนอกจากfreewillแล้วมีข้อจำกัดด้านอื่น
(ขนาดทักษิณรวยล้นฟ้ายังต้องมานั่งปวดหัวกับเสนาะตอนนี้เลย lol)
อย่างการจัดห้องที่เคยเขียนไปก็เหมือนกัน
ห้องจริงๆก็ไม่ได้สวยมากมายอะไร โต๊ะกาแฟก็กระดำกระด่าง haha
แต่ถ้ามืดๆแล้วมองไม่เห็น พื้นที่ก็ไม่ได้มีมากมายอะไร
เลยต้องเอาโต๊ะกาแฟที่ปรับเป็นโต๊ะกินข้าวมาวางข้างเตียงนอน
2. The power of choice
เคยอ่านจากที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้แล้ว แต่ข้อความคือ
Your decision is as best as your best choice.
หมายถึงว่าการตัดสินใจเราดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับ
ตัวเลือกหรือหนทางที่เรามี นึกออกไหมครับ.. ถ้าเรามีตัวเลือกแค่ตัวเดียว
ผลที่ออกมาได้ดีที่สุดก็คือทางเลือกนั้น ถ้าเรามีหลายทางเลือก
ผลที่ออกมาได้ดีที่สุดก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดจากหลายๆทางเลือกนั้นถ้าเรารู้วิธีที่จะมองให้ออกว่าในหลายทางเลือกนั้นทางเลือกไหนที่ดีที่สุด
อันนี้เกี่ยวข้อกับข้อแรกที่พูดไปเรื่องข้อจำกัด..
เพราะว่ามีข้อจำกัดเราเลยต้องคิดดูว่ามีกี่หนทางที่สามารถแก้ปัญหาได้
ข้อนี้ก็
common sense เหมือนกันแต่จำทำให้ติดเป็นนิสัยเนี่ยยากครับ
นอกจากต้องใช้ประจำ
แต่เดี๋ยวนี้ผมติดเป็นนิสัยไปแล้วว่าถ้าเจออะไรที่เป็นปัญหานั้น
ต้อง generate choices ออกมาก่อนเพื่อที่จะดูว่ามีทางไปกี่แบบ..
ซึ่งไอ้ตรงที่ติดเป็นนิสียเนี่ยผมคิดว่า priceless
เลยมั้งครับ
จริงๆแล้วสองข้อนี้ก็มีสอดแทรกอยู่ในสาขาอื่นเหมือนกัน
ก็อย่างที่บอกว่าอยู่ที่คนจะมองว่าตรงไหนนั้นสำคัญ
แต่ในด้านวิศวะสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเลยล่ะครับ
จากentryที่แล้ว:
1. ยังมีคนเจ็บจากหลังหักครั้งที่แล้วอยู่
hahaha
แหมก็บอกแล้วว่าจะไม่เปิดเมนท์ครั้งนี้
ถ้าคราวนี้แกล้งกันก็เสียคำพูดสิครับ
ครั้งที่แล้วที่แกล้งก็เพราะ
ไม่ได้บอกไว้ก่อนว่าจะไม่เปิดคอมเมนท์ถือว่าไม่เสียคำพูด และ
เรื่องครั้งที่แล้วเป็นการพูดชมคนเพราะฉะนั้นเปิดไปก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก
แต่ครั้งนี้เป็นการว่าคนเปิดไปคงดูไม่ดีแน่
ใครยังเจ็บหลังอยู่โปรดติดต่อรับยาแก้ปวดหลังไมค์ได้ครับ
lol
2. มีคนตอบถูกเป๊ะเลยครับ
ไม่เฉลยครับว่าใครบ้าง แต่เดาๆกันเอาเองละกันตามที่เห็นนี่แหละ
lol

คุณไม่ประสงค์ออกนามถ้าอยากได้ cd ก็ส่งเมล์มาที่ pipet_mit@hotmail.com ละกันครับ พร้อมกับที่อยู่
และบอกข้อความในชื่อที่ถูกลบไปว่า ประสงค์อะไรกันแน่ :P ถือเป็น
key ที่ใช้ยืนยันว่าเป็นคุณจริงๆ
(เพราะคนอื่นคงไม่รู้ว่าคำที่ลบนั้นคืออะไร)
Banana cake:

พอดีคุณแฟนได้หยุดงานว่างๆก็เลยมานั่งทำเค้กกัน
ตอนกลับไปเมืองไทยผมไปซื้อวีซีดีสอนทำขนมมา
เลยได้มีโอกาสเอามาลองทำดู เป็นเค้กกล้วยหอม
อร่อยครับ
ถ้าไม่เชื่อลองไปถามคุณแฟนดูได้ ฮ่ะๆ

---------------------
To do list: พรุ่งนี้ต้องเริ่มออกกำลังกายแล้ว
ลดน้ำหนักด่วน!
ตัวกวน 2 มิ.ย. 2548 เวลา 14:57 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |