|
Expectation, Unpredictability, and Being
different
นอกเรื่อง:

Los Angeles นี่คนรวยๆเยอะครับ อย่าง Ferrari, Rolls
Royce, Bentley เนี่ยจะเห็นบ่อยมาก Lamborghini
นี่ก็เห็นแต่ความถี่จะน้อยกว่าหน่อย
วันนี้ขับรถไปทำงานก็เห็นรถคันนึ่งวิ่งผ่านไปทางเลนข้างๆ
ก้นสวยมากกก ปกติดูรถจะดูว่า หน้า และ ก้น สวยรึเปล่า
(คล้ายๆกับมองผู้หญิงนั่นแหละ ฮิ้ววว)
ดูเรียบแต่หรูตอนนี้เลยกลายเป็นรถในฝัน Lamborghini
ตกอันดับรถในฝันไปเพราะว่ารู้สึกว่า bling bling ไปหน่อย
คันที่ว่าก็คือ Aston Martin DB9 ราคาหกล้านบาทที่นี่
(เชิญฝันต่อไป)
Part I: ตอบคำถาม
ประมาณสัปดาห์ที่แล้วเวลาวุ่นๆอยู่ก็มีข้อความส่งมาทาง
msn เพื่อนตัวดีก็ส่งข้อความมากวน
ได้ความว่าหนุ่มที่เธอกำลังคบอยู่ตอนนี้อีเมล์ถามคำถามมา
อยากให้ผมช่วยดูให้หน่อยว่าทำไงถึงจะ impress
หนุ่มคนนั้นได้คำถามที่หนุ่มคนนั้นถามมาก็คือ
m: he asked me to tell him what do i like
about myself and what would i change if i could
คำถามปกติครับ ว่า
1. ชอบตัวเองตรงไหน
2. ถ้าเลือกเปลี่ยนได้เกี่ยวกับตัวเองจะเลือกเปลี่ยนตรงไหน
ทีนี้มาดูคำตอบแรกที่เพื่อนตัวดีของผมเขียนขึ้นมากันเถอะ
m: I am very comfortable with
myself, so I have nothing to complain really, I love to smile
and laugh, I enjoy being and taking care of myself ( and my
loved ones)
1-10 ให้กี่คะแนนครับ?
.
.
ผมอ่านแล้วส่ายหัวเลย
เพราะคำตอบดูธรรมดามาก ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย
ผมมีทฤษฏีอยู่อย่างนึงว่า
คนเราจะคาดหมายไว้ในใจอยู่เวลาถามคำถามคนอื่น
คือเรียกว่าอาจจะมีเดาคำตอบไว้คร่าวๆแล้วว่าจะได้คำตอบมาในแนวไหน
เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะทำให้ตัวเองเป็นคนน่าสนใจ
ก็ต้องมองให้ออกว่า expectation ของอีกฝ่ายอยู่ตรงไหน
แล้วก็ทำอะไรที่เหนือความคาดหมายของอีกฝ่ายนึง
ถ้าลองหยุดและคิดซักนิดจะเห็นว่าเรื่องนี้สามารถเอาไปใช้เป็น
มุมมอง กับเรื่องอื่นๆได้ด้วย
ไม่ใช่เฉพาะกับเรื่องตอบคำถามอย่างเดียว
แต่ใช้ได้เกี่ยวกับการพูดจา การวางตัว และอื่นๆอีกมากมาย
"Hmm....
sound like a beauty pageant contest kind of question to
me..."
Not knowing you perhaps... Just kidding
lol. *hugs*.. Nothing to change really. People might think
about changing the bad things but what they don't realize
is
that good/bad experiences are what make
them today.
With those questions, you probably
already have some answers in your head, and expecting to read
something like above. Do u really want to know? good. I
won't tell you. Spend more time with me and you'll find out
yourself"
ประโยคแรกสร้างบรรยากาศให้มันเบาๆ บวกกับกัดเบาๆ
ว่าถามอย่างกะคำถามประกวดนางงาม
เพื่อบอกให้รู้ในทีว่าไอรู้นะว่ายูกำลังทดสอบไออยู่ผ่านคำถามนี้ตามด้วยว่า
ถ้าเลือกเปลี่ยนได้ จะเปลี่ยนเป็นไม่รู้จักคนถามแทน
พร้อมกับบอกว่าล้อเล่น (Push & Pull)
แล้วค่อยตามด้วยคำตอบจริงๆที่ว่า ถ้าเลือกได้จะไม่เปลี่ยนอะไรเลย
เพราะสิ่งที่ดีและไม่ดีที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเราเป็นตัวเราอยู่ทุกวันนี้
(ซึ่งนี่ก็เป็นคำตอบที่ผมจะตอบจริงๆเพราะรู้สึกอย่างงั้นจริงๆ)
ซึ่งคนที่ตอบแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น
คือชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่นั่นเอง
ถ้าอยากเปลี่ยนอะไรแสดงว่าคงมีปมด้อยอะไรบางอย่าง..
ตามด้วยแทงใจดำว่ารู้นะว่าอีกฝ่ายคงจะคาดเดาว่าคำตอบจะออกมาอยู่ในแนวไหน
แต่ถ้าจะให้ตอบก็คงบอกไม่หมดหรอก (ทิ้งไว้ให้อยากรู้
หลักๆคือตอบแต่ตอบไม่หมด จะทำให้อีกฝ่ายสงสัยมากขึ้นไปอีก)
ถ้าอยากรู้
ก็มาใช้เวลาด้วยกันให้มากขึ้นเองสิ (เชิญชวนอ้อมๆ)
แสบดีไหมครับ?
ถามเพื่อนว่ากล้าเอาไปใช้หรอเพราะการตอบสไตล์นี้มันเป็นสไตล์ผมมากๆเลย
และมันก็ไม่ใช่ตัวของตัวเค้าเอง แต่เธอก็ดันทุรังเอาไปใช้ 5555
เลยแซวไว้ว่า ถ้าเกิดหนุ่มคนนี้มาชอบขึ้นมาเนี่ย เค้าชอบไอนะ
ไม่ใช่ชอบยู เพราะคำตอบนี้ของไอ ฮิ้ววว
Part II: Casanova & Mathilde
ในปี
1753 คาสโนวาเจอสาวคนหนึ่งชื่อ แคทรีน่า
และตกหลุมรักในตัวสาวคนนั้น
แต่พ่อของสาวคนนั้นรู้ว่าคาสโนวาเป็นคนยังไงก็เลยส่งลูกสาวตัวเองไปอยู่โบสถ์ที่เกาะ
Venetian โดยมีกำหนดการสี่ปี แต่อย่างคาสโนวาหรือจะยอมถอยง่ายๆ
เขาหาทางส่งจดหมายเข้าไปในโบสถ์หลายที
และก็เข้าโบถส์ไปสวดมนต์บ่อยมาก
พวกแม่ชีต่างเริ่มซุบซิบสงสัยกันว่าหนุ่มหล่อที่มาบ่อยๆนี่เป็นใคร
จนกระทั้งวันหนึ่งตอนเขากำลังจะขึ้นเรือกอนโดล่ากลับก็มีสาวกลุ่มหนึ่งเอาจดหมายมาให้
เป็นจดหมายนัดให้คาสโนว่าไปดูตัว ซึ่งคาสโนว่าแปลกใจมาก
เพราะว่าสไตล์การเขียนไว้ตัวหน่อยๆแต่ว่าก็มีบางอย่างที่ดูทะลึ่งๆนิดๆ
โดยเฉพาะเป็นจดหมายที่มาจากแม่ชี
จากการถามไถ่ก็ได้ความว่าแม่ชีคนนี้ชื่อ Mathilde
แต่สิ่งที่ให้เขาตกใจมากกว่านั้นคือ
เขามองเห็นว่าภายใต้ผ้าคลุมนั้นมีดวงตาสีฟ้าที่สุกใสอยู่คู่หนึ่ง
เธอจัดว่าเป็นคนสวยคนหนี่งเลยทีเดียว
ในเวลาที่นัดพบในตู้สารภาพบาป
(ซึ่งจะเป็นตู้ทึบที่มีหน้าต่างเป็นตาข่ายกั้นอยู่ระหว่างคนสารภาพบาปกับบาทหลวง)
เธอบอกเขาว่าเธอสามารถจัดการนัดพบนอกโบสถ์ที่บ้านแห่งหนึ่งได้
แต่เธอก็ได้เตือนคาสโนว่า
ว่าถ้าเขาปล่อยให้ตัวเขาตกหลุมรักเธอเมื่อไหร่แล้ว
จะไม่มีพลังอำนาจไดที่จะทำให้เขาตีตัวจากไปได้
สองวันก่อนนัดคาสโนว่านั่งตัวไม่ติดเลย
เพราะแค่ความคิดที่ว่า
เอ่อ..จะได้จึ๋งๆกับแม่ชี
ก็ทำให้เขาตื่นเต้นแล้ว
เพราะว่าคนเรามักอยากได้ในสิ่งที่เป็นสิ่งของต้องห้าม
(อีพกับลูกแอปเปิ้ลไง) เขาก็ได้ไปตามนัดและก็เห็น Mathilde
แต่งตัวด้วยชุดที่สวยงามรออยู่ในบ้าน
ที่ทำให้เค้าแปลกใจไปอีกก็คือ
หัวของเธอไม่ได้ถูกโกนเหมือนแม่ชีทั่วไป
เธอบอกว่าเจ้านายของเธอที่เป็นผู้ชายนั้นได้ให้เงินกับเธอ
ซึ่งสามารถทำให้เธอเอาไปติดสินบน
ทำให้ไว้ผมยาวและหนีออกมาจากโบสถ์ได้เป็นครั้งคราว
หลังจากครั้งนั้นคาสโนว่าก็ติดใจ..
มีการนัดพบเพิ่มอีกหลายครั้ง และเขาก็ถูก แกล้ง
โดยเธอหลายครั้ง
ครั้งหนึ่งที่นัดพบกันเขาหาตัวเธอไม่เจอแต่มีผู้ชายใส่หน้ากากเดินตามเค้าอยู่
เขากลัวว่าอาจจะเป็นคนที่ชู้รักของเธอ (คนที่เป็นเจ้านาย)
ส่งคนมาฆ่าเขาก็ได้ แต่พอเอาเข้าจริง คนนั้นก็คือ Mathilde
ปลอมตัวเป็นผู้ชาย เธอหัวเราะชอบใจที่สามารถทำให้คาสโนว่าตกใจได้
หรือในอีกครั้งนึงหลังจากนัดพบเธอได้เขียนจดหมายมาสารภาพกับเขาว่าครั้งก่อนตอนที่มีอะไรกันนั้น
คนที่เป็นชู้รักของเธอได้แอบดูอยู่ (จิตชะมัด)
คาสโนว่าโกรธครับ
แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ให้กับเสน่ห์ของเธออยู่ดี
เพราะเธอไม่เหมือนใคร
และเขาชอบที่ไม่สามารถเดาใจเธอได้ว่าเธอจะทำอะไร
มีอยู่ครั้งที่เขานัดพบเธอ
พอสวมกอดเธอก็พบว่าคนที่อยู่ในชุดนั้นเป็นแคทรีน
สาวที่เค้าหลงรักตอนแรก แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกดีใจเลย
แคทรีนเมื่อเปรียบเทียบกับ Mathilde
แล้วกลายเป็นน่าเบื่อสำหรับเขาเสียแล้ว
อยากรู้ล่ะสิตอนจบเป็นไง ไม่บอกครับ
haha
Part III: Being different
สิ่งที่ทำให้คาสโนว่าหลงในตัวMathilde
ก็คือสิ่งที่คาสโนว่าใช้กับสาวคนอื่นๆนั่นแหละ
(เรียกว่าหมองูตายเพราะงูจริงๆ)
นั่นก็คือการเจออะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่คาดหมาย
อะไรที่เป็นสิ่งลึกลับ ทุกครั้งที่เขากลับจากพบ Mathilde
เขามีคำถามเกี่ยวกับตัวเธอทำให้เขาต้องคิดอยู่เสมอๆ อันนี้จริงเลยครับ เพราะเจอมากับตัวเอง
โดนทิ้งท้ายให้คิดเนี่ย
หึหึ
มีคนเคยถามเหมือนกันว่าทำไง
. ไม่บอก
lol..เก็บไว้เขียนวันหลัง
ถ้าจะมองกลั่นกรองลงมาจริงๆ
มันก็คือทำตัวให้ไม่เหมือนคนอื่นนั่นเอง
ถ้าจะมองในแง่ของ
Visual Processing การที่คนเราวิเคราะห์ภาพที่ผ่านมาในดวงตา
สมองจะแบ่งภาพเป็นส่วนๆ และส่วนที่เด่นที่สุดจะทำให้เราสนใจ
ซึ่งก็เหมือนกับด้านอื่นๆ ถ้าเราทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่น
ก็จะทำให้เป็นจุดเด่นขึ้นมา
แต่การทำตัวให้แตกต่างจากคนอื่นเนี่ยไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นเด็กแนวเลยครับ
แค่การพูดการวางตัว ถ้าทำเป็น
. ไว้รอครึ้มอกครึ้มใจจะเอา log
ที่คุยกะแฟนเก่ามาให้ดูเป็นบางส่วน
เธอไล่ๆกะMathildeเลยครับผมว่า lol..
การจะทำตัวให้ต่างจากคนอื่นก็เช่นอย่างที่เคยเขียนไว้ในเรื่อง
Attitude ว่า good is the worst enemy of great
จะทำอะไรให้ใครซักอย่าง ถ้าลองทำเกินจุดที่คน 90% เค้าหยุด
ก็จะทำให้ดูแตกต่างจากคนอื่น
แต่คนไม่ยักกะทำกันทั้งๆที่ความพยายามที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิดกับผลลัพธ์ที่ได้เพิ่มนั้น
คุ้มกว่ากันเยอะ
อีกอย่างคือต้องรู้ว่าคนอื่นเค้าเป็นยังไงจริงไหมครับ
หรือต้องรู้ว่าคนที่เราคุยด้วยเนี่ยเค้ามี expectation ยังไง..
วิธีฝึกง่ายๆ
ที่บอกว่าต้องฝึกเพราะว่าถ้าติดเป็นนิสัยแล้วเวลาทำอะไรจะออกมาไม่ฝืนเป็นธรรมชาติ
และผมก็ไม่เคยแนะนำให้ใคร fake ซะด้วย .. อ่อวิธีฝึกหรอครับ
ไม่บอกดีกว่าครับ สูตรใครก็สูตรใครเซ่
-------------------------------------
Ps. เรื่องคาสโนว่าแปลมาครับ
Amos Lee: Colors
ตัวกวน 8 เม.ย. 2548 เวลา 14:15 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |