|
Sound
เสียงเป็นหนึ่งในสัมผัสทั้งห้า
และมนุษย์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยกิเลสย่อมต้องหาทางหาความสุขจากเสียง
เพลง
ใครไม่ชอบฟังเพลงก็ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้นะครับ lol..
การฟังเพลงที่ดีที่สุดคือการไปนั่งฟังคนแสดงสดๆ
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะมีเวลาไปจ่ายตังนั่งฟังแสดงสดทุกครั้ง
และก็ไม่ใช่การแสดงสดจะเป็นการแสดงที่ดีทุกครั้ง
บางทีคนข้างๆอาจจะคุยกันเสียงดัง
บางทีคนแสดงอาจจะเพิ่งทะเลาะกะแฟนมา อิอิ
.
ถึงมีการอัดเสียงลงในแผ่นเสียง เทป หรือ ซีดี
และจุดประสงค์ของเครื่อง stereo
ก็คือพยายามจะอ่านข้อมูลที่บันทึกจากแผ่นและเลียนเสียงออกมาให้ได้ถูกต้องที่สุด
ถามว่าได้ไหม ได้ครับ
แต่ไม่ใช่จากเครื่องแบบข้างล่างนี่แน่

ก่อนอื่นบอกได้เลยครับว่าสำหรับเครื่องเสียงที่ดีๆนั้น
และแผ่นที่ถูกอัดมาอย่างดี เวลานั่งฟังแล้วถ้าหลับตาจะรู้สึกเหมือนไปการแสดงจริงๆเพราะว่าคลื่นเสียงที่ผสมกันจากลำโพงสองอันจะทำให้เกิด
ภาพของเสียงหลังการวิเคราะห์ในสมองที่ทำให้เกิดความรู้สึก
ลวง ถึงจุดกำเนิดเสียง
คำศัพท์ของปรากฏการณ์แบบนี้เรียกว่า
soundstage

อย่างแผ่นนี้เนี่ยถือว่าอัดมาดีมากๆเพราะว่าฟังแล้วเหมือนมีเวทีอยู่ข้างหน้าและแยกออกว่าเสียงแต่ละเสียงมาจากจุดไหนของเวที
แต่การจะทำให้ได้ยินเสียงอย่างงั้นก็ต้องมีส่วนประกอบที่ดีทุกส่วนจากตัวแผ่นจนกระทั่งถึงตำแหน่งที่นั่งฟัง
เหมือนกระจกซ้อนๆกัน ถ้าแผ่นไหนสีหรือความใสเพี้ยน
เวลาฟังก็จะไม่มีsoundstage
ซึ่งตัวSoundstageนี่ก็เป็นเหตุผลนึงในอีกหลายๆอย่างที่ทำให้ผู้ชายชอบเครื่องเสียง
เหมือนๆกับที่ผู้หญิงชอบ กระเป๋าถือและรองเท้า 5555
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อเครื่องเสียงแพงๆจะรู้จัก
หรือได้รู้สึกถึง soundstageตัวนี้
เพราะกว่าจะได้ตรงนี้มามันไม่ง่ายไงครับ
ส่วนใหญ่ซื้อของที่ฟังแล้วเสียงดี เบสหนัก (ซึ่งตรงนี้ผิด
เพราะหลักจริงๆแล้วเครื่องเสียงควรจะทำเสียงออกมาให้ใกล้เคียงกับเสียงในห้องส่งที่อัดเสียงไปมากกว่า)
เพราะฉะนั้นใครที่ซื้อเครื่องเสียง Bose
เพื่อจะฟังเพลงแล้วคิดว่าเสียงดี
.. *แค่กๆ* เปลืองตังครับ
ถ้าซื้อไปใช้กับhome theaterก็ว่าไปอย่าง
เพราะว่าเวลาดูหนังคนจะใส่ใจกะความละเอียดของเสียงเท่าไหร่กันเชียว
.
และก็ลืมไปได้เลยประเภท Sony, Jvc, Jbl, Aiwa, Yamaha
. อ่อ Bang
& Olufsen
ด้วยสวยครับแต่
ถ้ามองในแง่ของคุณภาพเสียงก็
หึหึ
.
ส่วนใหญ่เครื่องเสียงที่ดีๆ
ซึ่งก็เหมือนกับของดีๆอย่างอื่น (น้ำหอม, นาฬิกา)
คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จักชื่อเท่าไหร่
Wilson Audio, Conrad
Johnson, Linn, Mark Levinson, B&W, Audio Research,
Magnepan ชื่อคุ้นไหมครับ lol
ทีนี้จะลองไล่ว่าจากเสียงไปถึงคนฟังเนี่ยมีอะไรบ้างที่เป็นองค์ประกอบ
1. แผ่นcd, เทบ, แผ่นเสียง
เสียงที่ถูกอัดเข้าไปเนี่ย ไม่ได้คุณภาพเท่ากันนะครับ
ถ้าเกิดห้องอัดไม่ดีหรือไมค์ที่ใช้อัดไม่ดี
เสียงที่ออกมาได้ก็ไม่มีมิติ
2. ต้นกำเนิดเสียง
ก็เครื่องเล่นเทป หรือ
เครื่องเล่นซีดีเป็นต้น

ที่เห็นนี่เป็นเครื่องเล่นซีดีนะครับ
คือจะแยกส่วนที่อ่านข้อมูลออกจากแผ่น กะส่วนที่ process
ข้อมูลออกจากกัน เพื่อจะให้สัญญาณที่ได้ออกมาดี
ดูผ่านๆเหมือนเครื่องมือมนุษย์ต่างดาว
5555
3. สายส่งสัญญาณ
คือสายต่างๆที่เชื่อมอุปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน
คนอ่านอาจจะคิดว่าแค่สายเนี่ยมีผลกับเสียงด้วยหรอ
ก็ถ้าเป็นเครื่อง boombox ก็คงไม่มีผลหรอกครับ *ฉึก*
แต่ถ้าเป็นเครื่องดีๆก็มีผลครับ และอันที่ดีๆก็ไม่ใช่ถูกๆด้วย
สายปกติจะทำด้วยทองแดง..และก็ไม่มีตัวกันคลื่อนรบกวน
แต่สายที่ดีๆก็จะใช้เงินแท้(ซึ่งเป็นโลหะที่ส่งสัญญาณได้ดีที่สุดมั้งถ้าจำไม่ผิด)
และก็มีปลอกหุ้มกันสัญญาณอย่างอื่นรบกวน แบบที่หรูเลยราคาคู่ละ
2000$ -_-

4. preamplifier
. คือพอได้สัญญาณออกมาแล้วก็ต้องขยายสัญญาณนั้นให้ใหญ่ขึ้นครับ
จะปรับให้เสียงดังขึ้นหรือเบาลง
คือจะปรับให้เสียงเบาหรือดังเนี่ย
ต้องขยายขนานคลื่นหรือลดขนาดคลื่น
ถ้าใช้อุปกรณ์ไม่ดีตัวคลื่นนั้นก็จะเบี้ยวครับ

คือรูปที่จะเอาให้ดูน่ะผมไม่มีหรอกครับ ไม่มีตัง
5555 แต่
สำหรับรูปนี้เนี่ยมี เพราะว่าซื้อเป็น kit มาประกอบเอง
คือพวกเครื่องเสียงเนี่ยราคาแพงตามราคาสินค้าทั่วไปที่บวกเพิ่มเป็นสิบๆเท่า
และคิดดูละกันว่าส่วนประกอบเช่น capacitor บางตัวเนี่ยราคาตัวละ
30$ และลำโพงหรือเครื่องเสียงบางอันใช้เป็นสิบตัว
แล้วลองคูณราคาเป็น mark up
เป็นสิบๆเท่าก็จะได้ราคาเครื่องเสียงชิ้นละเป็น
6-7พันเหรียญ

Hovland Capacitor =
30$
แต่ตัวนี้พอมาประกอบเองและใช้อุปกรณ์ดีๆก็ไม่กี่ร้อย
ชอบที่มีมันใช้ หลอด แทนที่จะใช้ transistor
พอเปิดแล้วมีแสงออกมาจากหลอดดูclassic ดีอิอิ เกือบลืม
ชื่อของ
preampตัวนี้คนคิดตั้งชื่อว่า foreplay
..555555.
5. amplifier: คือพอมีสัญญาณที่ขยายเรียบร้อยแล้ว
ก็ต้องใช้พลังงานในการที่จะขับสัญญาณออกมาในรูปเสียงโดยใช้ลำโพง
ลำโพงแต่ละตัวใช้พลังงานในการขับไม่เหมือนกัน
ลำโพงตัวใหญ่ก็ต้องใช้พลังงานขับเยอะ ซึ่งตรงนี้เค้าวัดเป็น
watt. ไอ้ที่เห็นขายเครื่องเสียงกัน 500w, 1000w
ตามboomboxนั่นโม้ครับ ไม่จริงหรอก ถ้าampดีๆ 25 watt
เปิดออกมาเสียงยังดังกว่า 1000w
พวกนั้นเลย

ที่เห็นดำๆรอบๆนั่นเป็น heat sinkครับ
ใช้ระบายความร้อนเพราะ amp
ที่กับลังขับดีๆจะมีความร้อนค่อนข้างสูงมาก
และพวกที่ซาดิสๆหน่อยก็จะใช้
แอมป์หนึ่งตัวต่อการขับลำโพงหนึ่งข้าง
6. ลำโพง

B&W Nautilus
$60,000
เคยไปฟังยี่ห้อนี่ แต่ไม่ใช่ตัวนี้ เสียงใสมากครับ
เห็นแล้วน้ำลายหก 555.
เห็นตัวนี้แล้วชอบมากเพราะมันเหมือนเป็นศิลปะประดับบ้านชิ้นหนึ่งไปในตัวเหมือนกัน
ลำโพงนี่จะมีสองแบบ แบบที่เสียงออกมาโดนการสั่นของ
diaphragmตรงกลางของวงกลมๆที่เห็นนูนๆออกมาแหละครับ
ซึ่งก็คือลำโพงทั่วๆไปที่คนใช้กันรวมทั้งตัวข้างบนนี่ด้วย
อีกแบบนึงจะเป็นแบบ electrostatic คือเสียงจะออกมาโดยการสั่นของ
diaphragm แต่ว่าแผ่น diaphragm เนี่ยจะยาวๆ

Magnepan
1.6QR
ขนาดก็จะบางๆ ที่เห็นนี่คือสูงประมาณ 180cm
แต่ว่าหนาแค่สองนิ้ว
เสียงจะชัดและใสมากเพราะว่าเสียงจะออกมาจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
แต่ไม่เหมาะกับการฟังเพลง metal (lol..)
แต่ถ้าเป็นเสียงผู้หญิงเนี่ยจะเพราะมาก
ผมมีตัวนี้และก็แงะcircuitข้างหลังลำโพงออกมาแล้วก็ใส่ Hovland
capacitorเข้าไปแทนcapacitorที่มากับลำโพง หุหุ
แต่ลำโพงตัวนี้ไม่ได้แพงมาก ประมาณว่า Nautilus คู่นึงซื้อ
ลำโพงคู่นี้ได้ 40คู่
.
ตอนนี้กลายเป็นที่ลับเล็บเล่นของน้ำแข็งในยามว่าง -_-
7. ตำแหน่งลำโพง กับตำแหน่งคนนั่งฟัง:
คือต้องปรับให้เข้ากับความกว้างความยาวของห้อง
วางลำโพงใกล้กำแพงไปทำให้เสียงเบสเพื่มขึ้น
เพิ่มมากๆเสียงหนักๆเละๆ
วางห่างกำแพงไปเสียงเบสน้อยไปทำให้เสียงบาง
ต้องฟังไปแล้วขยับปรับมุมกันทีละนิ้วๆ
คนที่ซื้อลำโพงแพงๆมาแล้วก็เอามาตั้งตามใจฉัน
.เปลืองตังครับ
ตำแหน่งของลำโพลงต้องสัมพันธ์กับตำแหน่งของคนนั่งด้วย
เพราะว่าลำโพงแต่ละตัวมี sweetspot
หรือจุดที่คนนั่งแล้วจะรู้สึกถึงsoundstageไม่เหมือนกัน
.
ถ้าเลือกของเป็น
ซักไม่เกินสองแสนก็ได้ของที่ดีพอที่จำทำให้ได้ยินsoundstageแล้ว
แต่สำหรับคนที่มีตังมากมายมีเครื่องเสียงบางชุดราคาประมาณซื้อบ้านได้เป็นหลัง
คือของแพงก็ใช่ว่าจะดีทุกอย่างเหมือนกัน
.
เพราะสุดท้ายแล้วเสียงเพลงที่ดีที่สุดก็เป็นเสียงตอนที่ไปฟังที่เค้าแสดงกันสดๆนี่เอง
.
แต่รู้ไว้ก็ดีครับ
เวลาไปบ้านคนอื่นจะได้รู้ว่าคนนั้นเลือกใช้ของเป็นรึเปล่า
หรือถ้าจะทำห้องฟังเพลง
จะได้รู้ว่าจะจ้างร้านไหนมาทำ
.
-----------------------------------------------
ps. 1.
มีเครื่องเสียงดีๆก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีนะครับ
บางทีก็ได้ยินเสียงที่ไม่น่าจะได้ยินเช่น
เสียงกระเดือกกลืนน้ำลายของพี่โป้โยคีในเพลงโปรดเถอะเป็นต้น..yuck..
2.
ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรเมื่อวานนะครับ ปกติไม่ชอบประกาศ
lol..เพราะคิดว่าถ้าคนอยากรู้ก็จะถามเองมากกว่า
Nellie Mckay: Ding
Dong
ตัวกวน 16 มี.ค. 2548 เวลา 09:57 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |