|
Machiavellian Part II
ภาคแรกอยู่entryที่แล้วนะครับ
การกระทำ
:
ในด้านของการกระทำนั้น
นิโคโลแนะนำให้ เอาข้อดีของสัตว์สองอย่างมารวมกัน
สัตว์สองอย่างนั้นคือ สิงโต กับ หมาป่านั่นเอง
สิงโตมีความดุร้ายและความแข็งแกร่ง ส่วนหมาป่ามีเล่ห์เหลี่ยมสูง
(ถ้ามองในแง่ธรรมชาติผมว่าก็สมควรแล้วที่จะเป็นอย่างงั้นเพราะว่าอย่างสิงโตมีความแข็งแกร่งมากกว่าสัตว์ทั่วไป
เวลาล่าเหยื่อก็วิ่งเข้าไปตะปปตรงๆได้
แต่หมาป่าอ่อนแอเลยต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเยอะหน่อย)
เปรียบเทียบในด้านการปกครองก็คือ
คนที่รู้จักใช้แต่อำนาจอย่างเดียว ไปไม่ได้ไกลครับ
ต้องมีกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมด้วย
ส่วนที่เป็นที่มาของคำขยาย
Machiavellian
นั้นก็มาจากสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำอยู่สองหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกัน
แต่ผมอ่านแล้วเห็นด้วยกับสิ่งที่นิโคโลพูด
ที่ว่าถกเถียงกันก็คงเป็นประมาณว่ารู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นจริงๆ
แต่ไม่ยอมรับกันเท่านั้น
.
ข้อแรก..
ผู้นำควรจะเลือกให้ประชาชนรู้สึกอย่างไรระหว่าง รัก, กลัว,
และ/หรือ เกลียด
นิโคโลแนะนำว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะให้คนกลัว
ดีกว่าจะให้คนรัก ถ้าไม่สามารถเลือกได้ทั้งสองอย่าง
มีคำถามกันว่าให้ประชาชน รักดีกว่ากลัว
หรือกลัวดีกว่ารัก สิ่งที่ควรทำคือทำให้ได้ทั้งสองอย่าง
คือทั้งรักและกลัว
แต่แน่นอนคุณสมบัติสองอย่างนี้ยากที่จะมีในเวลาเดียวกันได้
ดังนั้นสิ่งที่ปลอดภัยกว่าคือ
เลือกที่จะให้ประชาชนกลัวมากกว่าที่ประชาชนจะรัก ความรักอาจจะลดลงหรือหายไปได้ในเวลาที่จำเป็น
(เพราะนึกดูดีๆนะครับเนื่องจากคนเรารักตัวเอง
ถ้ามีสิ่งที่มากระทบตัวเองเป็นหลัก
คนเราก็ต้องเอาตัวรอดก่อนที่จะไปรักคนอื่น) แต่ความกลัวเนี่ย
คงอยู่ได้เพราะ การกลัวที่จะถูกทำโทษ ซึ่งตรงนี้ได้ผลทุกครั้ง
(ตรงนี้ผมว่าเพราะว่าการกลัวถูกทำโทษเนี่ย
พูดง่ายๆก็คือมันLinkเข้าโดยตรงกับข้อที่ว่าคนรักตัวเองเพราะฉะนั้นถึงได้ผลมากกว่า)
คนรักใครซักคนนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนๆนั้น
แต่คนกลัวนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ปกครอง
เพราะฉะนั้นผู้ปกครองที่ฉลาด
ควรเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสามารถควบคุมได้
(ความกลัว)
และไม่ควรเลือกในสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของคนอื่น
(ความรัก)
อ่านแล้วโดนใจมากครับโดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้าย
คืออยากจะเปรียบเทียบกับการปกครองเมืองไทยแบบละเอียดหน่อย
. แต่กลัวหัวขาด 5555
.. เอาแค่สั้นๆว่า
เห็นใจในหลวงครับ คนรักในหลวงกันมาก
แต่
เวลาในหลวงรับสั่งอะไรแล้วคนไม่ค่อยทำตามกันเท่าไหร่
..
ส่วนกรณีทักษิณ คนไม่รักครับ คนกลัว
แต่นอกจากกลัวแล้วยังเกลียดอีกด้วย ฮ่ะๆ
ซึ่งนิโคโลเชื่อว่าผู้นำควรจะหลีกเลี่ยงการทำให้คนเกลียด
เพราะว่าการที่คนเกลียดจะทำให้มีผลในเวลาที่เกิดปฏิวัติ
(ประชาชนสามัคคีกันโค่นล้มรัฐบาล) หรือ สงครามจากภายนอก
(ประชนชนไม่สามัคคีสู้ศัตรู)
ซึ่งการที่จะทำไม่ให้คนเกลียดนั้นนิโคโลให้หลักคร่าวๆไว้ว่า
.
1.
ห้ามยึดหรือยุ่งกับของส่วนตัวของคนอื่น Above all things, the
prince must keep his hands off the property of others, because
people forget the death of their father efore they forget the
loss of their inheritance.
ทักษิณ *แค่กๆ* โรงพยาบาลพญาไทย
*แค่กๆ*
2.
เคารพประเพณีของชาวบ้าน
จะสังเกตุว่าเมื่อหลายวันก่อน
อ่านเจอบทสัมภาษณ์ของโภคินในไทยรัฐเรื่องเกี่ยวกับราหูว่า
"มัวแต่งมงายไปนั่งบูชาสิ่งที่ไร้สาระทั้งหลายก็จะไม่มีทางพ้นความทุกข์ความจนหรอกครับ
คือสิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่เอาผู้หลักผู้ใหญ่ไปทำให้กลายเป็นคนงมงาย
สังคมจะเจ๊งเอา"
คือเข้าใจครับว่าแกร้อนที่มีคนบอกว่าเห็นแกเป็นไหว้ราหู
มันดูเสียเครดิตประธานสภา..แต่ให้สัมภาษณ์ออกมาแบบนี้อย่างน้อยคนที่เค้าเชื่อเรื่องนี้ก็จะรู้สึกเหมือนถูกด่ากลายๆ
จริงๆแล้วน่าจะพูดให้เป็นกลางมากกว่า..
3.
อย่าดูเหมือนโลภ/อย่าดูเหมือนเป็นคนน่าเบื่อ
คือโลภได้ น่าเบื่อได้
แต่อย่าให้ดูเหมือน
555..
อันนี้ผมว่าน่าจะมาจากว่าคนเราสนใจแต่เรื่องของตัวเอง
ถ้าไม่ได้มีอะไรแดงแจ๋ออกมาในหน้าหนังสือพิมพ์
คนเราก็คร้านที่จะไปเสียเวลาคิดถึงมัน
เพราะฉะนั้นการที่ผู้นำจะโลภก็โลภไป แต่..อย่าให้คนดูออก
5. เวลาให้
ให้ทีละน้อยๆ
ข้อนี้ตรงกับ selective reinforcement
ที่เคยเขียนไปเกี่ยวกับหมาของpavlov
ให้น้อยแต่ให้ถี่ดีกว่าให้เยอะแต่ให้ครั้งเดียว
อันนี้สามารถใช้เข้ากับเรื่องผู้หญิงผู้ชายได้ด้วย
6. แสดงให้คนเห็นถึงสิ่งที่ดีๆ
ที่ททำให้คนสรรเสริญ และ ซ่อนสิ่งชั่วร้ายไว้
นิโคโลแนะนำว่าควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
ทำอะไรที่ควรจะทำเพื่อจะให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ
และควรจะหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ได้ผลทางอุดมคติอย่างเดียว
แกยังบอกไว้ว่า ผู้นำควรจะดูเหมือนเป็นคนดี นั่นก็คือ มีเมตตา น่าเชื่อถือ
มีจรรยาบรรณ มนุษย์ธรรม และ ฝักใฝ่ในศาสนา
ตัวที่น่าสนใจก็คือคำว่าดูเหมือนนั่นล่ะครับ
นิโคโลบอกว่าสิ่งดีๆทำควรจะทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
และสิ่งที่ทำควรจะเป็นที่รับรู้ ของคนทั่วไป ประมาณว่าทำเอาหน้า
. น่าคิดนะครับ
คนหลายคนอาจจะเห็นว่าการทำเอาหน้าเป็นสิ่งที่ไม่ดี
แต่ในทางการปกครองแล้ว เป็นสิ่งที่จำเป็นเลย
เพราะว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากประชาชนในการปิดทองหลังพระ
ถ้าประชาชนไม่ได้รับรู้ตรงนี้
(ผมว่าสิ่งที่เหนือชั้นมากกว่าการทำเอาหน้าตรงๆคือ
ทำดีเหมือนจะปิดทองหลังพระ
แต่ให้มีมือที่สามไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้
haha)
ในทางกลับกัน
การโกงหรือการทำสิ่งไม่ดีอะไรก็ตาม ควรจะไม่ให้คนอื่นรู้
ทนายสมชาย *แค่กๆ* นิโคโลเขียนไว้ว่า
.ดังนั้น
ผู้ปกครองไม่จำเป็นที่จะต้องมีลักษณะที่ดั้งหมด
แต่ว่าจำเป็นที่จะต้องดูเหมือนมี
และผมก็กล้าที่จะพูดว่าการที่มีลักษณะที่ดีทั้งหมดนั้นเป็นผลร้าย
ลักษณะที่ดีนั้นควรจะมีแต่ก็ควรที่จะรู้สึกว่า
เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำดีเสมอไป
ผู้นำควรจะรู้ว่าการทำสิ่งชั่วร้ายนั้นทำอย่างไรบ้าง
เพื่อว่าจะได้ตัดสินใจว่าจะใช้มันรึเปล่าตามความจำเป็น
ถ้ามองในแง่ประวัติศาสตร์ ผู้นำที่เป็นที่รักของประชาชน
ส่วนใหญ่จะมีเรื่องดำมืดที่พยายามซ่อนกันอยู่ทั้งงั้น
เพียงแต่ว่าคนจะไปคุ้ยเจอรึเปล่า
เพราะไม่ว่าใครอย่างน้อยคนนั้นก็เป็นคน
และคนเราทำผิดกันได้เสมอ
. ยกตัวอย่าง JFK
ที่ตอนตายแล้วเพิ่งข่าวจะหลุดว่าเจ้าชู้มากมาย
เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อหรอกว่าผู้นำที่ดีหรือเป็นที่รักของคนในประวัติศาสตร์
และปกครองอยู่ได้นาน จะมือไม่เปื้อนเลือด
ผมว่าก็ต้องมีบ้างไม่มากก็น้อย
นิโคโลอ้างว่าในการปกครองนั้น
คนเราส่วนใหญ่จะเลวอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นการใช้วิธีแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดอะไร
ซึ่งผมว่าก็มีความจริงอยู่ในคำพูดเหล่านั้น
เพราะการเมืองและการปกครองเป็นเรื่องสกปรก
ถ้าเราเล่นอย่างใสสะอาดในขณะที่คนอื่นเล่นอย่างสกปรกคนเสียเปรียบก็คือเรานั่นเอง
ตอนที่ผมอ่านๆฉบับรวบรัดตอนแรกก็นึกถึงตัวอย่างในสังคมไทยได้เกือบจะทุกหัวข้อที่ตานิโคโลแกพูดออกมา
และก็เห็นด้วยเกือบจะทุกอย่างที่แกบอก
ก็คิดว่าเป็นประโยชน์ดีเพราะว่าสามารถให้หลักที่แกเขียนขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์สภาพการเมืองการปกครองได้
-------------------------------
Harry Connick Jr : A Wink and a
smile
มีเพลงเยอะนี่ก็ปวดหัวได้เหมือนกัน
นั่งเลือกตั้งนานว่าจะเอาเพลงไหนมาลง lol..
ตัวกวน 14 มี.ค. 2548 เวลา 13:32 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |