Machiavellian Part II

ภาคแรกอยู่entryที่แล้วนะครับ

 

การกระทำ…:

 

ในด้านของการกระทำนั้น นิโคโลแนะนำให้ เอาข้อดีของสัตว์สองอย่างมารวมกัน สัตว์สองอย่างนั้นคือ สิงโต กับ หมาป่านั่นเอง สิงโตมีความดุร้ายและความแข็งแกร่ง ส่วนหมาป่ามีเล่ห์เหลี่ยมสูง (ถ้ามองในแง่ธรรมชาติผมว่าก็สมควรแล้วที่จะเป็นอย่างงั้นเพราะว่าอย่างสิงโตมีความแข็งแกร่งมากกว่าสัตว์ทั่วไป เวลาล่าเหยื่อก็วิ่งเข้าไปตะปปตรงๆได้ แต่หมาป่าอ่อนแอเลยต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเยอะหน่อย)

 

เปรียบเทียบในด้านการปกครองก็คือ คนที่รู้จักใช้แต่อำนาจอย่างเดียว ไปไม่ได้ไกลครับ ต้องมีกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมด้วย

 

ส่วนที่เป็นที่มาของคำขยาย Machiavellian นั้นก็มาจากสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำอยู่สองหัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกัน แต่ผมอ่านแล้วเห็นด้วยกับสิ่งที่นิโคโลพูด ที่ว่าถกเถียงกันก็คงเป็นประมาณว่ารู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นจริงๆ แต่ไม่ยอมรับกันเท่านั้น….

 

ข้อแรก.. ผู้นำควรจะเลือกให้ประชาชนรู้สึกอย่างไรระหว่าง  รัก, กลัว, และ/หรือ เกลียด นิโคโลแนะนำว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะให้คนกลัว ดีกว่าจะให้คนรัก ถ้าไม่สามารถเลือกได้ทั้งสองอย่าง

 

“มีคำถามกันว่าให้ประชาชน รักดีกว่ากลัว หรือกลัวดีกว่ารัก สิ่งที่ควรทำคือทำให้ได้ทั้งสองอย่าง คือทั้งรักและกลัว แต่แน่นอนคุณสมบัติสองอย่างนี้ยากที่จะมีในเวลาเดียวกันได้ ดังนั้นสิ่งที่ปลอดภัยกว่าคือ เลือกที่จะให้ประชาชนกลัวมากกว่าที่ประชาชนจะรัก ความรักอาจจะลดลงหรือหายไปได้ในเวลาที่จำเป็น (เพราะนึกดูดีๆนะครับเนื่องจากคนเรารักตัวเอง ถ้ามีสิ่งที่มากระทบตัวเองเป็นหลัก คนเราก็ต้องเอาตัวรอดก่อนที่จะไปรักคนอื่น) แต่ความกลัวเนี่ย คงอยู่ได้เพราะ การกลัวที่จะถูกทำโทษ ซึ่งตรงนี้ได้ผลทุกครั้ง (ตรงนี้ผมว่าเพราะว่าการกลัวถูกทำโทษเนี่ย พูดง่ายๆก็คือมันLinkเข้าโดยตรงกับข้อที่ว่าคนรักตัวเองเพราะฉะนั้นถึงได้ผลมากกว่า)

 

คนรักใครซักคนนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนๆนั้น แต่คนกลัวนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ปกครอง เพราะฉะนั้นผู้ปกครองที่ฉลาด ควรเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสามารถควบคุมได้ (ความกลัว) และไม่ควรเลือกในสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของคนอื่น (ความรัก)”

 

อ่านแล้วโดนใจมากครับโดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้าย คืออยากจะเปรียบเทียบกับการปกครองเมืองไทยแบบละเอียดหน่อย…. แต่กลัวหัวขาด 5555 ….. เอาแค่สั้นๆว่า เห็นใจในหลวงครับ คนรักในหลวงกันมาก แต่…เวลาในหลวงรับสั่งอะไรแล้วคนไม่ค่อยทำตามกันเท่าไหร่….. ส่วนกรณีทักษิณ คนไม่รักครับ คนกลัว… แต่นอกจากกลัวแล้วยังเกลียดอีกด้วย ฮ่ะๆ

 

ซึ่งนิโคโลเชื่อว่าผู้นำควรจะหลีกเลี่ยงการทำให้คนเกลียด เพราะว่าการที่คนเกลียดจะทำให้มีผลในเวลาที่เกิดปฏิวัติ (ประชาชนสามัคคีกันโค่นล้มรัฐบาล) หรือ สงครามจากภายนอก (ประชนชนไม่สามัคคีสู้ศัตรู) ซึ่งการที่จะทำไม่ให้คนเกลียดนั้นนิโคโลให้หลักคร่าวๆไว้ว่า….

 

1. ห้ามยึดหรือยุ่งกับของส่วนตัวของคนอื่น “Above all things, the prince must keep his hands off the property of others, because people forget the death of their father efore they forget the loss of their inheritance.”

 

ทักษิณ *แค่กๆ* โรงพยาบาลพญาไทย *แค่กๆ*

 

2. เคารพประเพณีของชาวบ้าน

 

จะสังเกตุว่าเมื่อหลายวันก่อน อ่านเจอบทสัมภาษณ์ของโภคินในไทยรัฐเรื่องเกี่ยวกับราหูว่า

 

"มัวแต่งมงายไปนั่งบูชาสิ่งที่ไร้สาระทั้งหลายก็จะไม่มีทางพ้นความทุกข์ความจนหรอกครับ คือสิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่เอาผู้หลักผู้ใหญ่ไปทำให้กลายเป็นคนงมงาย สังคมจะเจ๊งเอา"

 

คือเข้าใจครับว่าแกร้อนที่มีคนบอกว่าเห็นแกเป็นไหว้ราหู มันดูเสียเครดิตประธานสภา..แต่ให้สัมภาษณ์ออกมาแบบนี้อย่างน้อยคนที่เค้าเชื่อเรื่องนี้ก็จะรู้สึกเหมือนถูกด่ากลายๆ… จริงๆแล้วน่าจะพูดให้เป็นกลางมากกว่า..

 

3. อย่าดูเหมือนโลภ/อย่าดูเหมือนเป็นคนน่าเบื่อ

 

คือโลภได้ น่าเบื่อได้ แต่อย่าให้ดูเหมือน… 555.. อันนี้ผมว่าน่าจะมาจากว่าคนเราสนใจแต่เรื่องของตัวเอง ถ้าไม่ได้มีอะไรแดงแจ๋ออกมาในหน้าหนังสือพิมพ์ คนเราก็คร้านที่จะไปเสียเวลาคิดถึงมัน เพราะฉะนั้นการที่ผู้นำจะโลภก็โลภไป แต่..อย่าให้คนดูออก

 

5. เวลาให้ ให้ทีละน้อยๆ

 

ข้อนี้ตรงกับ selective reinforcement ที่เคยเขียนไปเกี่ยวกับหมาของpavlov ให้น้อยแต่ให้ถี่ดีกว่าให้เยอะแต่ให้ครั้งเดียว อันนี้สามารถใช้เข้ากับเรื่องผู้หญิงผู้ชายได้ด้วย

 

6. แสดงให้คนเห็นถึงสิ่งที่ดีๆ ที่ททำให้คนสรรเสริญ และ ซ่อนสิ่งชั่วร้ายไว้

 

นิโคโลแนะนำว่าควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทำอะไรที่ควรจะทำเพื่อจะให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ และควรจะหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ได้ผลทางอุดมคติอย่างเดียว  แกยังบอกไว้ว่า ผู้นำควรจะดูเหมือนเป็นคนดี นั่นก็คือ มีเมตตา น่าเชื่อถือ มีจรรยาบรรณ มนุษย์ธรรม และ ฝักใฝ่ในศาสนา

 

ตัวที่น่าสนใจก็คือคำว่าดูเหมือนนั่นล่ะครับ นิโคโลบอกว่าสิ่งดีๆทำควรจะทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และสิ่งที่ทำควรจะเป็นที่รับรู้ ของคนทั่วไป ประมาณว่าทำเอาหน้า …. น่าคิดนะครับ คนหลายคนอาจจะเห็นว่าการทำเอาหน้าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ในทางการปกครองแล้ว เป็นสิ่งที่จำเป็นเลย เพราะว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากประชาชนในการปิดทองหลังพระ ถ้าประชาชนไม่ได้รับรู้ตรงนี้ (ผมว่าสิ่งที่เหนือชั้นมากกว่าการทำเอาหน้าตรงๆคือ ทำดีเหมือนจะปิดทองหลังพระ แต่ให้มีมือที่สามไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ haha)

 

ในทางกลับกัน การโกงหรือการทำสิ่งไม่ดีอะไรก็ตาม ควรจะไม่ให้คนอื่นรู้…  ทนายสมชาย *แค่กๆ* นิโคโลเขียนไว้ว่า…

 

“….ดังนั้น ผู้ปกครองไม่จำเป็นที่จะต้องมีลักษณะที่ดั้งหมด แต่ว่าจำเป็นที่จะต้องดูเหมือนมี และผมก็กล้าที่จะพูดว่าการที่มีลักษณะที่ดีทั้งหมดนั้นเป็นผลร้าย ลักษณะที่ดีนั้นควรจะมีแต่ก็ควรที่จะรู้สึกว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำดีเสมอไป”

 

ผู้นำควรจะรู้ว่าการทำสิ่งชั่วร้ายนั้นทำอย่างไรบ้าง เพื่อว่าจะได้ตัดสินใจว่าจะใช้มันรึเปล่าตามความจำเป็น ถ้ามองในแง่ประวัติศาสตร์ ผู้นำที่เป็นที่รักของประชาชน ส่วนใหญ่จะมีเรื่องดำมืดที่พยายามซ่อนกันอยู่ทั้งงั้น เพียงแต่ว่าคนจะไปคุ้ยเจอรึเปล่า เพราะไม่ว่าใครอย่างน้อยคนนั้นก็เป็นคน และคนเราทำผิดกันได้เสมอ…. ยกตัวอย่าง JFK ที่ตอนตายแล้วเพิ่งข่าวจะหลุดว่าเจ้าชู้มากมาย… เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อหรอกว่าผู้นำที่ดีหรือเป็นที่รักของคนในประวัติศาสตร์ และปกครองอยู่ได้นาน จะมือไม่เปื้อนเลือด ผมว่าก็ต้องมีบ้างไม่มากก็น้อย…

 

นิโคโลอ้างว่าในการปกครองนั้น คนเราส่วนใหญ่จะเลวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการใช้วิธีแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดอะไร… ซึ่งผมว่าก็มีความจริงอยู่ในคำพูดเหล่านั้น เพราะการเมืองและการปกครองเป็นเรื่องสกปรก ถ้าเราเล่นอย่างใสสะอาดในขณะที่คนอื่นเล่นอย่างสกปรกคนเสียเปรียบก็คือเรานั่นเอง…

 

ตอนที่ผมอ่านๆฉบับรวบรัดตอนแรกก็นึกถึงตัวอย่างในสังคมไทยได้เกือบจะทุกหัวข้อที่ตานิโคโลแกพูดออกมา และก็เห็นด้วยเกือบจะทุกอย่างที่แกบอก ก็คิดว่าเป็นประโยชน์ดีเพราะว่าสามารถให้หลักที่แกเขียนขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์สภาพการเมืองการปกครองได้

 

 

 -------------------------------

 

Harry Connick Jr : A Wink and a smile

 

 

มีเพลงเยอะนี่ก็ปวดหัวได้เหมือนกัน นั่งเลือกตั้งนานว่าจะเอาเพลงไหนมาลง lol..



ตัวกวน
14 มี.ค. 2548 เวลา 13:32 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< Machiavellian Part I Sound >>

คนเราทุกคน มันก็ต้องมีทั้งด้านดีและม่ะดี คู่กันไปเสมอ มันอยู่ที่ว่าเราจะโชว์ออกมา

black angie
 
ip : 203.144.210.3
14 มี.ค. 2548 เวลา 15:12 น.

ถ้าไปป์ลงเลือกตังจุ๋มจะช่วยหาเสียงเลยค่ะ

เพราดูจะศึกษาความรู้มารอบด้านมากค่ะทั้งการปกครองสองวันมานี้เป็นประโยชน์ดีค่ะ

ขอให้ไปมีความสุขและประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่องที่หวังไว้นะค่ะ

ของขวัญวันเกิดเอาเป็นว่าออกค่าตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักแล้วจะไปออกแบบห้องทั้งห้องฟรีให้เลยค่ะlol อิอิ ตกลงกลาเป็นของขวัญให้ตัวเองมั้ง อิอิ

joomyy
 
ip : 61.91.68.58
14 มี.ค. 2548 เวลา 15:19 น.

just say hi ka p'Tua Kuan!!! huhuhu..

looks hiso lor?? i dont think so!! ^^

take care ka!

ViÖLönCélLePARN
 
ip : 202.40.153.195
14 มี.ค. 2548 เวลา 15:25 น.

meawzzzzzzzzzzzz kitty kitty!!!

ViÖLönCélLePARN
 
ip : 202.40.153.195
14 มี.ค. 2548 เวลา 15:25 น.

"Wanna play?"

เมี้ยว.........

joomyy
 
ip : 61.91.68.58
14 มี.ค. 2548 เวลา 18:45 น.

most of the time, i am happy to have control over things.. but sometimes.. it's also good to lose control to something ..

:)

aoministry
 
ip : 202.5.88.130
14 มี.ค. 2548 เวลา 21:41 น.

เพลงเพราะค่ะ เพลงนี้น่ะดีแล้ว แล้วก็ ชอบอีตรง ค่อกๆ แค่กๆ เสียจริง ว่าแต่ว่า มียาแก้ไอรึยังค่ะ 55

พี่กลาง

pOOh tHe MiDdle oNe
 
ip : 202.76.170.19->202.76.185.101
14 มี.ค. 2548 เวลา 22:46 น.

^^

อ่านจบ (หลายรอบแล้ว) แต่ก็ยังไม่รู้จะ comment อะไร (ตามเคย) -"-

ไว้ถึงเวลาหนูเรียนป.เอกเมื่อไหร่ คงจะเข้าใจ + comment ออกมากกว่านี้ ^^"

ไม่ comment ดีกว่า กลัวหัวขาด ^^"

Teresa
 
ip : 61.90.31.193
14 มี.ค. 2548 เวลา 23:19 น.

The Prince is a requirement textbook that evey IR students have to learn krab...it's a small book that packs so many classic and useful punches when it comes to controlling people or country...

And the excerpt that you wrote today and yesterday was exceptionally good...remind me of how I was amazed be the concepts when I read the book...good job here krab...if this is the report you wrote for the "Classical and Contemporary IR Theory and Concepts" (it's the course I learned about The Prince), I think you will get a full score for comparing it in good light when Thai politics...

May be you will wanna read other classic IR theories like Kenneth Waltz's Balance of Power or Stephen Walt's Balance of Threat or the newest Balance of Interest by Krasner. But may be that's too politic...but I think every IR theory is very 'human' so may be you wanna check those out...

PS Great song today too. The time you spent chosing it wasn't wasted krab...

Atashi
 
ip : 165.76.174.87
14 มี.ค. 2548 เวลา 23:37 น.

โอ๊ยยยยย...............ไดวันนี้โดนใจดีแท้ค่ะ........

ชอบบบบบบ

นายกนอนสะดุ้งทุกวันนะแคว่า

อ้อ...เรื่องคุณเนาวรัตน์ เป็นหนึ่งใน"กวี"ที่มีอยู่น้อยในแวดวงวรรณกรรมร่วมสมัยค่ะ

เผื่อว่าถ้าสนใจ มีลิงค์มาให้ค่ะ
ถ้าว่างก็ลองเปิดดูได้ค่ะ คนรวบรวมมาย่อได้ใจความดีและมีตัวอย่าง คำกลอนด้วยค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/writer/topic/W2358358/W2358358.html

^^


ดอกแคขาว
 
ip : 82.233.116.193
15 มี.ค. 2548 เวลา 03:21 น.

เพราะแนวทางนั้นหือเปล่าครับ ที่นิโคโล แมคเคียเวลลี่ เขียนไว้นานแล้วในยุคนั้น ผู้นำสมัยนี้เลยเอามาใช้จนเห็นชินตา

ไม่เท่านั้น พฤติกรรมดังกล่าว ยังแพร่มาถึงคนทั่วไปด้วย เราจึงเห็นว่า ทำไม กระแสหลักในสังคมบ้านเราจึงเป็นแบบ แฮ่ม!!!

หรืออาจเพราะว่า แมคเคียเวลลี่ เข้าใจในธรรมชาติมนุษย์ดี จึงพยายามหาแนวทางการปกครองที่ปฏิบัติได้จริงให้ใกล้เคียงที่สุดมาเสนอ

หรือเขาอาจ มีนัยประชดธรรมชาติมนุษย์หรือเปล่าหนอ??

Viscount
 
ip : 61.7.140.83
15 มี.ค. 2548 เวลา 05:46 น.

ชอบ Theme ใหม่ค่ะ ไม่เขินดีเวลาเปิดไดขึ้นมาอ่าน อิอิ :P (อยากได้แมวแบบนี้บ้างอ่ะ น่ารักมากๆๆ >_<)

[ Alice in wonderland ] ip : 81.227.205.75
15 มี.ค. 2548 เวลา 06:19 น.

Happy Birthday na Pipe ..

I wish you the best na ka .. and it's a pleasure to know you (though we haven't met) na ka ..

take care (i read that u r sick)

:)

aoministry
 
ip : 202.5.88.138
15 มี.ค. 2548 เวลา 07:19 น.




Good morning ka Birthday's boy^^


Enjoy the day as much as you can na ka^^


Got to go ka.......take care .




joomyy
 
ip : 61.91.68.22
15 มี.ค. 2548 เวลา 08:21 น.

ยังไม่ได้อ่านอันที่แล้วเลยพี่ ... ไว้มาย้อนนะ ๆ ^^"

.

ไปไดแฟนพี่มา ..


.

happy birthday นะพี่ แก่แล้ว :D


// หวังว่า ไม่ได้หน้าแตกอะไรไปนะ? -"-

: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
ip : 68.239.68.143
15 มี.ค. 2548 เวลา 09:16 น.

หนึ่ง


งืม งืมมมม เรียนเดต้าไมนิ่ง สาขาไหนเนี่ย

เริ่มสงสัยแล้วค่ะ

ขุดคุ้ยประวัติศาสตร์?

หุหุ


สอง

ยังชอบเพลงเหมือนเดิม ทำได้ไงเนี่ย




9.
 
ip : 69.241.234.15
15 มี.ค. 2548 เวลา 12:04 น.

ปอ ลอ


happy birthday (หรือป่าว?)




9.
 
ip : 69.241.234.15
15 มี.ค. 2548 เวลา 12:04 น.


ลุงขา
ไปอยู่ที่ไหนม๊า~??????

นี่เพลงของ Maroon5
ชื่อเพลง sunday morning ค๊า
ถ้าชอบ แบบแนวๆ อคูสติคแบบนี้นะ
มันมี maroon5 อคูสติค เวอร์ชั่นด้วย
ลองไปหามาฟังดูแล้วจะติดใจ

นอกจากหล่อแล้ว ยังเท่ห์ และร้องเพลงแบบได้ใจอีกต่างหาก
;p



`เป้ว
 
ip : 172.175.141.169
15 มี.ค. 2548 เวลา 13:20 น.

มา happy birthday ด้วยคน อีกทีค่ะ รู้ปั๊บ ก็แจ้น มาเลย 555 ไม่ค่อยเอาหน้าเร้ย...

เกิด เดือนเดียวกันค่ะ Aries or Pisces ค่ะ? พี่ Aries

Best wishes

พี่กลาง และพี่ๆ


pOOh tHe MiDdle oNe
 
ip : 202.76.170.19->202.76.185.208
15 มี.ค. 2548 เวลา 15:43 น.

เลือกที่จะให้ประชาชนกลัวมากกว่าที่ประชาชนจะรัก ความรักอาจจะลดลงหรือหายไปได้ในเวลาที่จำเป็น ****


according to politic perspective, I think if u love someone, it means u adore that someone and also pay respect to that one like เกรงใจ but at the same time the word เกรงใจ would link to being sacared.

it's like meaning postulates in linguistics, one word relates to others. all in all i think they are all shade of LOVE meanings.

(เพราะนึกดูดีๆนะครับเนื่องจากคนเรารักตัวเอง ถ้ามีสิ่งที่มากระทบตัวเองเป็นหลัก คนเราก็ต้องเอาตัวรอดก่อนที่จะไปรักคนอื่น) ***

this is true ka.

แต่ความกลัวเนี่ย คงอยู่ได้เพราะ การกลัวที่จะถูกทำโทษ ซึ่งตรงนี้ได้ผลทุกครั้ง (ตรงนี้ผมว่าเพราะว่าการกลัวถูกทำโทษเนี่ย พูดง่ายๆก็คือมันLinkเข้าโดยตรงกับข้อที่ว่าคนรักตัวเองเพราะฉะนั้นถึงได้ผลมากกว่า)***

according to meaning postulates, this is acceptable. when we love someone at the same time we can be scared by someone, at the same time we can also hate that one. the more u love, the more u hate. the more u love, the more u'r afraid.

peace,


androdiasic
 
ip : 61.91.114.194
15 มี.ค. 2548 เวลา 18:40 น.

ยิ่งอ่าน ยิ่งกลัว"คน" นะพี่

เป็นสัตว์โลกที่น่ากลัว รวมถึงบางทีก็
น่ารังเกียจ

อิอิ โหมดมองโลกในแง่ร้าย

หมูกระเทียม
 
ip : 168.120.13.164
15 มี.ค. 2548 เวลา 19:49 น.

ตอบ ปล. ไม่ได้อินเลิฟคะ not for now :)

aoministry
 
ip : 202.5.88.142
16 มี.ค. 2548 เวลา 04:09 น.

เห็นด้วยกับประเด็นท้ายสุดมากว่า ผู้นำส่วนใหญ่ มือเปื้อนเลือดไม่มากก็น้อย

เหมือนคุ้น ๆ ว่า ตอนที่ Machiavelli โดนเฉดหัวออกไป เป็นตอนที่ตระกูล The Medici กลับมาครองฟลอเรนส์อีกครั้ง

Machiavelli เลยเอาวิธีการปกครองชาวเมืองฟลอเรนส์ของพวก Medici ไปเขียนหลักการปกครองในThe Prince ลึก ๆ คือ หวังจะทำให้พวก Medici ชื่นชอบ และดึงให้แกได้กลับไปทำงานอีกครั้งหนึ่ง

ps.

ชอบเพลงนี้ น่ารักดี เคยฟังตอนมันเป็นเพลงประกอบภาพยนต์ Sleepless in Seattle อะ

[ sherry ] ip : 152.78.254.130
16 มี.ค. 2548 เวลา 04:56 น.

อ่านไดคุณวันนี้ นึกถึงประวัติศาสตร์ไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ ที่สามารถกำราบทั้งศัตรู และปกครองบ้านเมืองได้อย่างเฉียบขาด ทำให้ประชาชน ทั้งรักและกลัว ในเวลาเดียวกัน (องค์ที่เป็นมหาราชทั้งในสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์) เข้ากับแนวความคิดนี้เลย

^^

Holywater
 
ip : 202.28.180.201->10.19.1.108
17 มี.ค. 2548 เวลา 19:05 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  มีนาคม
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me

เพิ่มไดอารีใน favorites