Machiavellian Part I

Machiavellian (adj): cunning, deceptive, and deceitful kind of resourcefulness

 

Niccolo Machiavelli

 

ตอนอยู่เมืองไทยมักจะได้ยินตำรา The art of war ของซุนหวู่ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อ Machiavelli เลย เพิ่งรู้เหมือนกันว่าถ้าเขียนตำราดังๆแล้วมีชื่อแปลกๆคนจะเอามาใช้เป็นคำศัพท์ adjective แต่ตานิโคโลคงไม่ได้ถูกใจคำแปลของศัพท์คำนี้เท่าไหร่

 

นิโคโลเป็นชาวอิตาลีที่คยรับเป็นขุนนางของประเทศอิตาลี แต่ตอนหลังถูกไล่ออก ก็เลยมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Political Science เองเล่มที่แกเขียนแล้วดังมากๆคือเรื่อง The Prince แต่ดังหลังจากแกตายไปแล้ว เรื่องThe Prince เป็นการสอนวิธีบริหารบ้านเมือง เชื่อว่าผู้นำประเทศส่วนใหญ่ที่ inter หน่อยคงจะเคยอ่านเล่มนี้มา ผมไม่ได้อ่านฉบับเต็ม แต่อ่านอันย่อๆเอาพอให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่ก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่ค่อนข้างมาก และก็สามารถเชื่อมโยงเกี่ยวกับ สังคมปัจจุบันหลายๆอย่าง….ไม่เฉพาะกับการบริหารอย่างเดียว

 

ที่จะเขียนในวันนี้ก็ผสมๆกันบ้างระหว่างแปลมากับความคิดของตัวเอง วิธีการปกครองของนิโคโลคือ ผู้บริหารควรจะร่างนโยบายให้เข้ากับ ลักษณะนิสัยของคน…

 

คนเรา…..:

 

1. สนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก

 

อันนี้เรื่องจริง บางทีเพื่อนเจอข่าวลือที่เข้าตัวเอง ก็จะบอกไปว่าเดี๋ยวมันก็หายไปเอง ไม่มีใครเค้าสนใจเธอนานหรอก เพราะทุกคนก็สนใจแต่ตัวเองเป็นหลักอยู่แล้ว หรือตัวอย่างใกล้ตัวก็.. เห็นบ่อยครับบอกยุ่งไม่มีเวลาอ่านไดคนอื่น แต่ไดตัวเองอัพเอาๆ 55555 *ฉึก* อาจจะเห็นว่าข้อนี้ทุกๆคนก็รู้…แต่ไม่ค่อยรู้จักเอาไปใช้เท่าไหร่…ในเมื่อคนเราสนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก การที่จะทำให้คนๆนั้นสนใจอะไรซักเรื่องนึงก็ไม่ยาก…แค่ทำให้คนๆนั้นรู้สึกว่ามีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้นเอง…

 

2. ในเรื่องของตัวเองนั้น คนจะสนใจ สิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ และ ศักดิ์ศรีเป็นหลัก ถ้าสองอย่างนี้ไม่มีปัญหาคนส่วนใหญ่ก็อยู่อย่างมีความสุข

 

การหัดมองในมุมกลับก็ทำให้เห็นอะไรสองด้านครับ วิธีที่จะทำให้คนไม่มีความสุขนั้นก็คือเอาของเหล่านี้ออกไป เอาไว้ใช้ยุให้คนสองฝ่ายตีกันเพื่อคานอำนาจก็ได้ ปลุกระดมคนไปตายแทนก็ดี

 

3. ในเวลาปกติ คนเราอาจจะเชื่อถือได้ในบางครั้ง แต่ในเวลาที่แย่ๆ คนเราส่วนใหญ่จะเชื่อถือไม่ค่อยได้เท่าไหร่

 

มีตัวอย่างให้เห็นเยอะครับ เค้าถึงบอกไว้ว่าเพื่อนในยามยากนี่คือเพื่อนแท้… หรือในอีกกรณีหนึ่งก็คือ คนเราที่เรารู้จักอยู่ในปัจจุบันที่ดูนิสัยดีๆเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะนิสัยดีในเวลาที่แย่ๆ… ผมมองว่าทุกคนที่ limit ของตัวเอง ถ้าโดนบีบมากเกิน limit นั้น จากคนดีก็กลายเป็นคนเลวได้ในพริบตาเหมือนกัน ยกตัวอย่าง…. สมมติว่าคุณอดข้าวมาสามวันและไม่มีเงินเลยขอข้าวใครก็ไม่มีใครให้ จะขโมยรึเปล่า … คนบางคนอาจจะบอกว่ายอมตายไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี… ได้…งั้นเพิ่มเงื่อนไขไปอีกว่านอกจากคุณจะอดข้าวแล้ว คุณยังมีลูก แฟน หรือ พ่อแม่ ที่ต้องรับผิดชอบและอดข้าวอยู่เหมือนกัน…คราวนี้จะขโมยรึเปล่า lol… (บางคนอาจจะบอกว่า อาจจะมีทางออกนอกจากขโมยก็ได้ ใช่ครับ แต่ยกตัวอย่างให้ฟังเฉยๆในกรณีที่คนเราไม่มีทางออกจริงๆเนี่ยจากดีก็กลายเป็นเลวได้เหมือนกัน)

 

4. เข้าใจและพูดจายกย่องคุณสมบัติในตัวของคนอื่น เช่น  integrity (ไม่รู้จะหาคำไทยคำไหนมาแปลอันนี้จริงๆ), ความเมตตา, ความซื่อสัตย์, ความใจกว้าง, และ การฝักใฝ่ในศาสนา แต่น้อยครั้งที่จะเป็นเอง

 

ตัวอย่างหาไม่ยากครับ คุณนายกเป็นต้น ที่ประกาศว่าจะจัดการเรื่องคอร์รับชั่น แต่ตัวเองมีปัญหาซุกหุ้นมาก่อนซะเอง…. มีเยอะครับพูดสอนคนอื่นว่าสิ่งไหนดี แต่ตัวเองทำไม่ได้ lol..

 

5. โดนจูงง่ายเหมือนฝูงสัตว์ เชื่อในสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อ และ ตัดสินคนจากการแต่งตัว

 

ตัดสินว่าคนเราเป็นคนดีหรือไม่ดีไม่ได้จากการแต่งตัว การศึกษาหรือฐานะ ไม่ได้แน่ครับ …ยกตัวอย่างเช่น ถ้าแต่งตัวดีแล้วจะดูน่าเชื่อถือ เอ่อ…. พูดจาน่าเชื่อถือรึเปล่ามันมาจากเนื้อผ้าหรือหัวสมองกันแน่ มีให้เห็นในข่าวเยอะแยะไปว่าคนที่รวยๆหรือมีอำนาจ แต่งตัวดี แต่โดนตัดสินให้เข้าคุก …. Martha Stewart anyone?...

อ่านเจออยู่วรรคนึงโดนใจมาก….

 

“All men have eyes, but few have perception. Everyone sees what you seem to be, few know what you really are, and those few do not dare take a stand against the general opinion”

 

6. สามารถมีความซื่อสัตย์ต่ออีกฝ่าย จากการได้รับการปฏิบัติดีๆ แต่ความซื่อสัตย์นั้นสามารถมีได้ก็สามารถสลายไปได้เหมือนกัน

ยกตัวอย่างเช่นในเวลาแย่ๆ (ข้อ 3) คนเราก็จะสนใจตัวเองเป็นหลัก (ข้อ 1)


7. สามารถซื้อมิตรภาพได้ แต่มิตรภาพที่ใช้เงินซื้อมานั้นในเวลาที่ลำบากจะไว้ใจไม่ค่อยได้

 

การกระทำ กับ ฟ้า….:

 

แกมองว่าการทำอะไรจะสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำครึ่งนึง และ โชคอีกครึ่งนึง

 

นิโคโลเปรียบเทียบโชคเหมือนน้ำป่าที่ไหลเชี่ยว สามารถพัดพาผู้คนและบ้านเรือนให้หายไป แต่ในขณะเดียวกันถ้าคนเรารู้จักเตรียมการไว้ก่อนเช่นสร้างคลองหรือเขื่อนก็สามารถป้องกันไม่ให้น้ำท่วมได้เหมือนกัน … ซึ่งอันนี้ผมมองว่าคงอยู่ที่ขนาดน้ำท่วมด้วยมั้งครับ

 

คนสองคน ทำอย่างเดียวกัน แต่คนนึงรุ่ง คนนึงดับ… หรือ คนสองคน ทำคนละอย่าง แต่สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งสองคน ในเรื่องนี้แกมองว่าเป็นเรื่องของ เวลาและโอกาส ถ้าเวลาให้พอดีก็โชคดีไปประสบความสำเร็จ มีให้บ้างครับคนที่มีความสามารถแต่เวลาไม่ให้ก็เลยไม่รุ่ง … แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นแต่คนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า…เพราะคนเหล่านั้นจะเป็นที่พูดถึงกัน…จับตลาดถูก…ขยัน….มองการไกล… ว่ากันไปนั่น แต่ถ้ามองดีๆแล้วคนชนะเนี่ยจะพูดยังไงก็พูดได้ครับ…ก็ชนะไปแล้วนี่…

 

อ่านถึงตอนนึงแกพูดไว้ว่า “คนเรามักจะปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ค่อยเป็น เพราะว่าเมื่อก่อนเคยทำอย่างงี้แล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยไม่มีใครมาโน้มน้าวได้ว่าควรจะเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาซะให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนไป” อ่านแล้วนึกถึงการพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปปัตย์..  สิ่งที่สำคัญในเรื่องการกระทำและโชคชะตาที่นิโคโลเน้นไว้คือ ต้องรู้จักปรับการกระทำของตัวเองให้เข้ากับเวลา…และสถานการณ์ (เหมือนเรื่องเบ็ดตกปลาที่เคยเขียนไปเมื่อนานมาแล้ว..)

 

 

เดี๋ยวมาต่อเรื่องการกระทำพรุ่งนี้….

 

-------------------------

 

 

Yuhki Kuramoto: Waltz romantic


ตัวกวน
12 มี.ค. 2548 เวลา 14:38 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< Describing Yourself Machiavellian Part II >>

ซิง*

layla*
 
ip : 161.200.255.163->161.200.121.213
12 มี.ค. 2548 เวลา 14:48 น.

^^"

อ่านจบแล้วแต่ comment อะไรไม่ออกตามเคย ^^"

แต่อย่างเรื่องสนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก อืม ..... อย่างเรื่องไดนี่ ไดหนู หนูก็อัพ ไดคนอื่น หนูก็อ่าน แล้วก็ comment แต่ส่วนเจ้าของไดจะ comment กลับหรือไม่ก็แล้วแต่ค่ะ เพราะหนูชอบที่จะ comment ไดชาวบ้านเค้ามากกว่าอยู่แล้ว ^^

อ่านๆดูเหมือนกับวิชาๆหนึ่งในสาขาการบริหารรัฐกิจเลย เพิ่งสอบมาเมื่อกี๊เอง ^^"

เวลา กับ โอกาส อันนี้เห็นมาเยอะละ ยิ่งตามสนามแข่งเทควันโดเงี้ยะ เพียบ ^^

บางทีก็มี ที่ว่าชนะเพราะกรรมการโกงให้ -"-

Teresa
 
ip : 61.90.92.175
12 มี.ค. 2548 เวลา 14:52 น.

เราเนี่ยเป็นประเภท ชอบอ่านไดชาวบ้าน จนไดตัวเองไม่ชอบอัพ แบบอ่านไปอ่านมาสนุกดีนะ เหมือนได้ศึกษาคนไปด้วย

อดซิงไดเลยอ่ะ

aor@or
 
ip : 68.66.104.105
12 มี.ค. 2548 เวลา 16:20 น.

:) nice layout , especially กรุ้มกริ่ม icon hehehe

Reddaisy : Boysenberries
 
ip : 203.147.25.23
12 มี.ค. 2548 เวลา 16:47 น.

ปกเจ๋ง แมวน้ำแข็ง กับ wanna play?

if it's the right battle, the answer is v. tempted.. :P
^
^
oh .. pardon me .. it jz reminds me of some other thing :)
^
^
คนเรา…..:
1. สนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก

5555 ... it's so true!
:D




aoministry
 
ip : 202.183.156.79
12 มี.ค. 2548 เวลา 17:53 น.

ผมนึกไปถึง หลี่ซือ มหาเสนาบดีแห่งแคว้นฉิน มหาเสนาบดีคู่พระทัยของฉินสื่อหวงตี้ หลักการแนวทางคล้ายกันทีเดียว เพียงแต่อาจเพราะว่า สมัย นิโคโล แมคเคียเวลลี่ สภาพสังคมผ่อนคลายลงไปมากกว่าสมัยยุคจ้านกว๋อ ก็คงเป็นไปได้มั้งครับ งานเขียนและการปฏิบัติจึงดูเบากว่าของหลี่ซือ

Viscount
 
ip : 61.7.141.215
12 มี.ค. 2548 เวลา 19:00 น.

อีกคนครับ ผมลืมไปได้ไงแย่จริงๆ หานเฟย ไงครับ คนคนนี้สำนักเดียวกับหลี่ซือ แต่โชคร้ายบุญน้อยกว่า เราจึงไม่ทันเห็นชิ้นงานใดชัดเจนนัก

Viscount
 
ip : 61.7.141.215
12 มี.ค. 2548 เวลา 19:01 น.

themeนี่โอเคนะ แต่ไอคอนนี่...สุดบรรยายเลย
โดนหลอกหลอนไปอีกนาน 555หน้านี้*

layla*
 
ip : 161.200.255.162->161.200.121.234
12 มี.ค. 2548 เวลา 20:54 น.

undebatable for this entry esp ur first and ur fifth.

yeah people love judging abd blaming each other by their appearace that's why i'm the way i'm - perfectionist.

to me, appearance and personality are investment. we will never know whom we will meet each day. what if we wouldn't dress perfectly and beautifully, i deem that we might lose some valuable chances that we are not supposed to lose.

so i always concern with my appearance and personality through the eyes of public. i always spend a lot of time for dressing and thinking about how to dress before i go out all times. i do plan for my dress every night before i go out.

undebatable, that's all ka.

good job again. :)

PS: ขอซื้อได้ไหมพี่ไปป์ ไอคอนนี้อะ

เรร่าวันนี้ดูเเปลกๆ มรการอุดซิงไดไปหลาย

peace,

androdiasic
 
ip : 61.91.88.219
12 มี.ค. 2548 เวลา 22:58 น.

คนสองคน ทำงานเหมือนกัน คนนึงรุ่ง คนนึงดับ

สภาพแวดล้อมก็มีส่วนสำคัญในการผลักดัน ทำไมอีกคนรุ่ง อาจเพราะเขาได้เจ้านายที่ดี ทัศคติที่ดี ขณะที่อีกคน ได้เจ้านายไม่ดี ก็ทำให้ก้าวหน้าไม่ได้เหมือนกัน

เป็นอยู่เนี่ย แย่จัง
มีเจ้านายสองคนนี่ เอาใจไม่ถูกเลยเรา

Kitty Lover
 
ip : 203.151.140.117->203.113.38.12
12 มี.ค. 2548 เวลา 23:20 น.

หุหุ *ฉึก* นี่ เหมือนจะแทงใจแคท

แต่เผอิญอัพบ่อยเพราะให้พี่กอล์ฟอัพให้ :p

เห็นด้วยนะคะว่าเวลาที่แย่ ๆ
คนเราจะแสดงอะไรออกมาหลายอย่าง
แต่บางทีสัน-ดาน หรือ สัญชาตญาณ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งได้

ปล. พี่เปลี่ยนไอคอนใหม่ได้ใจมาก แบบรู้สึกถึงหน้าพี่เลย 555+

 Expression of Love *
 
ip : 203.113.67.70
13 มี.ค. 2548 เวลา 00:00 น.

เห็นด้วยนะครับกับที่คุณเขียนมา แต่กำลังคิดว่ามันจะใช้ได้กับเมืองไทยมากน้อยแค่ไหนและจะ apply เป็น policy ต่าง ๆ ได้อย่างไร ถ้าจะร่างนโยบายต่าง ๆ ให้เข้ากับนิสัยของคนไทย มันก็คือนโยบายรากหญ้าต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินงานอยู่ใช่ไหม โดยเฉพาะข้อหนึ่งสำหรับประชาชนทั่วไป แต่ข้อสองก็คงจะหมายถึงพวกรัฐมนตรีต่าง ๆ ที่มีอำนาจอยู่ในมือ แต่อย่างข้อสามเนี่ย จะเอามาใช้ยังไง

Warm & Warmer
 
ip : 128.138.45.137
13 มี.ค. 2548 เวลา 00:40 น.

เคยได้ยินเขาบอกว่า Machiavelli เนี่ย เป็นคนแรกที่ทำให้โลกรู้จักการปกครองคนด้วยการเมือง จะเป็นการฉีกแนวจากเดิมที่เน้น พร่ำสอนเรื่องคุณธรรมต่าง ๆ ในการปกครองคน

ดูแล้ว มันเหมือนเป็นหลักการจิตวิทยา พยายามเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากที่สุด และนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์

[ sherry ] ip : 152.78.201.141
13 มี.ค. 2548 เวลา 01:22 น.

วันนี้อ่านอย่างซาบซึมทุกตัวเลยค่ะ อ้อ ก่อนอื่น ตีมน่ารักมากกกกกกก คิดถึงอีเหมียวๆที่บ้าน

๑. จริงอย่างยิ่ง ที่เรามักจะสนใจเรื่องตัวเองก่อนชาวบ้าน เห็นด้วยเป็นที่สุด เรื่องอัพไดตัวเองทุกวัน ไดชาวบ้านค่อยตามนี่ก็เสียบ "ฉึก" ช่วงนี้ขี้เกียจจัด :P

๒.ศักดิ์ศรี นี่ก็ฉึก มันค้ำคออยู่เนี่ย หนักๆ

๓.ป้ามาธาร์ก็เฉือนบาดลึกยิ่งนัก

(ป.ล. แล้วไอ้ที่ฉันเมนท์ๆมา เห็นด้วยเป็นวรรคเป็นเวรเนี่ย.....สงสัยเพราะมันตรงกับสิ่งที๋ฉันคิดถึงอยู่เสมอ อันแสดงให้เห็นว่า "คนเรามักสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง" อย่างที่พี่ว่าใช่ไหมคะ ^ ^ )

ดอกแคขาว
 
ip : 82.233.116.193
13 มี.ค. 2548 เวลา 05:35 น.

- >>คนเรามักจะปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ค่อยเป็น เพราะว่าเมื่อก่อนเคยทำอย่างงี้แล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยไม่มีใครมาโน้มน้าวได้ว่าควรจะเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาซะให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนไป

อ่านแล้วนึกถึงคนที่ฉันเคยเป็นห่วงมาก..ก [ขีดเส้นใต้สองเส้นว่า'เคย'] แต่เตือนอะไรแล้วไม่ค่อยฟัง เลยว่าตัวใครตัวมันละกัน สบายใจกว่า

- สังเกตุได้ว่าผู้นำยุคเรอเนซองส์จะมีลักษณะตามแบบ The Prince ของ Machiavelli ทั้งนั้นเลย [คือเน้นความเป็น populist] ไม่ว่าจะเป็น Cesare Borgia, Ferdinand II of Aragon [พ่อของ Catherine of Aragon], หรือแม้แต่ Elizabeth I ก็เถอะ... ไม่รู้อย่างงี้แปลว่าการที่ประเทศไทยกำลังเห่อ Populism เนี่ยคือการถอยหลังเข้าคลองรึเปล่านะคะเนี่ย

- น้องน้ำแข็งน่ารักค่ะ

- XTreme -
 
ip : 69.202.72.131
13 มี.ค. 2548 เวลา 10:02 น.

หนึ่ง

ชอบเพลงมากมาย

สอง

“All men have eyes, but few have perception. Everyone sees what you seem to be, few know what you really are, and those few do not dare take a stand against the general opinion”

เหมือนจะเห็นด้วย


สาม

ทำตัวให้เป็นจิ้งจกกะเป็ด ???
เราคิดอะไรคล้ายๆกันหรือป่าว?

9.
 
ip : 69.241.234.15
13 มี.ค. 2548 เวลา 10:11 น.

ด้วยความเป็นมนุษย์ ก็ไม่แปลกถ้าจะสนใจเรื่องของตัวเองเป็นหลัก

ซื้อมิตรภาพเหรอ??
ได้แค่ชั่วคราวมั๊ง

~*hOnEy Be*~ i WaNnA bE oK!
 
ip : 210.1.11.11
13 มี.ค. 2548 เวลา 10:34 น.

มาสงสัยเรื่องจิ้งจกกะเป็ดของคนข้างบน แต่จริงๆ ผมว่าสังคมไทยต้องการจิ้งจกผสมเป็ดน้อยนะ
ตอนนี้สังคมไทยต้องการคนที่มีึความสามารถจริงๆ ไม่ใช่เปลี่ยนสีได้เพื่อความอยู่รอด ทำอะไรก็ไม่ได้ดี งูๆ ปลาๆ หมด

ผมอ่านแล้วคิดว่าเป็นจิตวิทยามากกว่ารัฐศาสตร์อ่ะครับ แต่ตำรานี่น่าสนใจมากๆ เลยครับ เจ๋ง

cryo
 
ip : 130.132.215.194
13 มี.ค. 2548 เวลา 10:48 น.

ปกติเราก็ต้องรักตัวเองก่อนเป็นหลัก แล้วค่อยรักคนอื่น ดังนั้นไม่แปลกที่เราต้องสนใจตัวเองก่อนเป็นหลัก ก่อนที่จะสนใจผู้อื่น



JayMel
 
ip : 203.122.115.169
13 มี.ค. 2548 เวลา 16:59 น.

หานเฟย (? - 233 ปี ก่อน ค.ศ.) เป็นนักคิดสำนักฝ่าเจีย หรือสำนักนิติธรรมนิยม งานเขียนที่มีชื่อของเขาคือ หานเฟยจื่อ

ไม่แปลกที่น้อยคนจะทราบชื่อเขา เพราะเขาถูกใส่ร้ายและตายในคุกตั้งแต่ยังหนุ่ม โดยหลี่ซือศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันนั่นเอง

ข้อมูลคร่าวๆครับ พอดีผมสนใจประวัติศาสตร์จีนเป็นพิเศษ สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

Viscount
 
ip : 61.7.129.139
13 มี.ค. 2548 เวลา 17:33 น.

"เห็นบ่อยครับบอกยุ่งไม่มีเวลาอ่านไดคนอื่น แต่ไดตัวเองอัพเอาๆ 55555 *ฉึก*"

เสียงฉึกมันโดนไปเต็มๆค่ะไปป์


"พูดสอนคนอื่นว่าสิ่งไหนดี แต่ตัวเองทำไม่ได้ lol"

นี่ก้โดนค่ะ พูดง่ายแต่ทำยาก รู้อยู่แก่ใจแท้ และบอกคนอื่นได้แต่ตัวเองกก้ทำไม่ได้

และฉึกๆๆ....ค่ะ


ป.ล.ชอบตีมใหม่ค่ะกะไอ้คุณไอคอนนี้มันเป็นอคอนสำหรับไปป์ไปแล้วจริงๆค่ะ



joomyy
 
ip : 61.90.68.58
13 มี.ค. 2548 เวลา 18:22 น.

ถูกต้องแล้วคร้าบ...

Parallel World
 
ip : 161.73.37.84
13 มี.ค. 2548 เวลา 20:24 น.

I love this piano piece...although I still insist that I cannot understand classical music...how can we classified between classical music and just bgm music anyway? (Tomo is listening to this piece too and he said that this is not classical music, just bgm...) Sorry that this doesn't concern your writing krab...I will come to that in my next comment which might be tonight or tomorrow...

It's just that I really love this piece...while Tomo said it lacks "depth"...



Atashi
 
ip : 165.76.174.87
13 มี.ค. 2548 เวลา 21:24 น.

อ่านและแอบ...พึมพำ

อืม จริงๆๆๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

แต่สำหรับคนบางคน...ในสังคมไทย

ศักดิ์ศรีก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญไปซะแล้วค่ะ

(เงินมีอำนาจมากก่าแล้วนิ หุหุ)

ปล...ถ้าคิดตาม...ด้วยประ สบการณ์ขอ งเรา....ยิ่งอินค่ะ หุหุ

• MarroN CreaM •
 
ip : 203.209.78.138
14 มี.ค. 2548 เวลา 10:10 น.

เห็นด้วยคร๊าบบบบ

black angie
 
ip : 203.144.210.3
14 มี.ค. 2548 เวลา 13:02 น.

คนเรา >>>
1. สนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก
แน่นอน เหมือนกับคำพูดที่ว่า เอ็นดูเค้าเอ็นเราขาดกระมัง 555 แต่คงใช้ไม่ได้ทุกกรณีหรอกมั้ง เพราะบางคนก็ไม่มีลิมิตสำหรับตัวเอง ประมาณว่าเรื่องของคนอื่นเอาไว้ทีหลังเถอะ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ถึงจะให้กลับกับคนอื่นบ้าง

4. เข้าใจและพูดจายกย่องคุณสมบัติในตัวของคนอื่น

อันนี้ก็เป็นข้อดีเหมือนกันนะคะ
ไม่ว่าใคร ก็คงอยากได้ยินคำชมเชย ยกย่อง
เพียงแต่ว่า ถ้ามันเป็นความจริงใจ
ก็จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นดียิ่งขึ้น

และรู้สึกว่า เค้าใส่ใจในเรื่องของเราเป็นพิเศษด้วยนะ


การกระทำกับฟ้า >>การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ
คงเป็นเพราะธรรมชาติ
ต้องการให้เราแข็งแกร่งขึ้น
เวลาที่เราเผชิญกับปัญหา
ถ้าไม่สู้ ... ก็แพ้ตั้งแต่เริ่มต้น

เค้าว่ากันว่า
โอกาสเป็นของคนที่เริ่มต้นเสมอ
โอกาสมักจะเป็นของคนที่พร้อมจะทำ
น้อยนัก ที่โอกาสจะมีวิ่งเข้ามาชนเรา

เพราะฉะนั้น เราควรที่จะวิ่งเข้าไปหาโอกาสมากกว่าจึง จะประสบความสำเร็จ


Holywater
 
ip : 202.28.180.201->10.19.1.108
17 มี.ค. 2548 เวลา 18:53 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  มีนาคม
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me

เพิ่มไดอารีใน favorites