|
Machiavellian Part I
Machiavellian (adj):
cunning, deceptive, and deceitful kind of
resourcefulness

Niccolo Machiavelli
ตอนอยู่เมืองไทยมักจะได้ยินตำรา The art of
war ของซุนหวู่ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อ Machiavelli เลย
เพิ่งรู้เหมือนกันว่าถ้าเขียนตำราดังๆแล้วมีชื่อแปลกๆคนจะเอามาใช้เป็นคำศัพท์
adjective
แต่ตานิโคโลคงไม่ได้ถูกใจคำแปลของศัพท์คำนี้เท่าไหร่
นิโคโลเป็นชาวอิตาลีที่คยรับเป็นขุนนางของประเทศอิตาลี
แต่ตอนหลังถูกไล่ออก ก็เลยมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Political
Science เองเล่มที่แกเขียนแล้วดังมากๆคือเรื่อง The Prince
แต่ดังหลังจากแกตายไปแล้ว เรื่องThe Prince
เป็นการสอนวิธีบริหารบ้านเมือง เชื่อว่าผู้นำประเทศส่วนใหญ่ที่
inter หน่อยคงจะเคยอ่านเล่มนี้มา ผมไม่ได้อ่านฉบับเต็ม
แต่อ่านอันย่อๆเอาพอให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง
แต่ก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่ค่อนข้างมาก
และก็สามารถเชื่อมโยงเกี่ยวกับ
สังคมปัจจุบันหลายๆอย่าง
.ไม่เฉพาะกับการบริหารอย่างเดียว
ที่จะเขียนในวันนี้ก็ผสมๆกันบ้างระหว่างแปลมากับความคิดของตัวเอง
วิธีการปกครองของนิโคโลคือ ผู้บริหารควรจะร่างนโยบายให้เข้ากับ
ลักษณะนิสัยของคน
คนเรา
..:
1.
สนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก
อันนี้เรื่องจริง
บางทีเพื่อนเจอข่าวลือที่เข้าตัวเอง
ก็จะบอกไปว่าเดี๋ยวมันก็หายไปเอง ไม่มีใครเค้าสนใจเธอนานหรอก
เพราะทุกคนก็สนใจแต่ตัวเองเป็นหลักอยู่แล้ว
หรือตัวอย่างใกล้ตัวก็..
เห็นบ่อยครับบอกยุ่งไม่มีเวลาอ่านไดคนอื่น แต่ไดตัวเองอัพเอาๆ
55555 *ฉึก*
อาจจะเห็นว่าข้อนี้ทุกๆคนก็รู้
แต่ไม่ค่อยรู้จักเอาไปใช้เท่าไหร่
ในเมื่อคนเราสนใจเรื่องตัวเองเป็นหลัก
การที่จะทำให้คนๆนั้นสนใจอะไรซักเรื่องนึงก็ไม่ยาก
แค่ทำให้คนๆนั้นรู้สึกว่ามีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้นเอง
2. ในเรื่องของตัวเองนั้น คนจะสนใจ
สิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ และ ศักดิ์ศรีเป็นหลัก
ถ้าสองอย่างนี้ไม่มีปัญหาคนส่วนใหญ่ก็อยู่อย่างมีความสุข
การหัดมองในมุมกลับก็ทำให้เห็นอะไรสองด้านครับ
วิธีที่จะทำให้คนไม่มีความสุขนั้นก็คือเอาของเหล่านี้ออกไป
เอาไว้ใช้ยุให้คนสองฝ่ายตีกันเพื่อคานอำนาจก็ได้
ปลุกระดมคนไปตายแทนก็ดี
3. ในเวลาปกติ
คนเราอาจจะเชื่อถือได้ในบางครั้ง แต่ในเวลาที่แย่ๆ
คนเราส่วนใหญ่จะเชื่อถือไม่ค่อยได้เท่าไหร่
มีตัวอย่างให้เห็นเยอะครับ
เค้าถึงบอกไว้ว่าเพื่อนในยามยากนี่คือเพื่อนแท้
หรือในอีกกรณีหนึ่งก็คือ
คนเราที่เรารู้จักอยู่ในปัจจุบันที่ดูนิสัยดีๆเนี่ย
ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะนิสัยดีในเวลาที่แย่ๆ
ผมมองว่าทุกคนที่
limit ของตัวเอง ถ้าโดนบีบมากเกิน limit นั้น
จากคนดีก็กลายเป็นคนเลวได้ในพริบตาเหมือนกัน ยกตัวอย่าง
.
สมมติว่าคุณอดข้าวมาสามวันและไม่มีเงินเลยขอข้าวใครก็ไม่มีใครให้
จะขโมยรึเปล่า
คนบางคนอาจจะบอกว่ายอมตายไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี
ได้
งั้นเพิ่มเงื่อนไขไปอีกว่านอกจากคุณจะอดข้าวแล้ว คุณยังมีลูก
แฟน หรือ พ่อแม่
ที่ต้องรับผิดชอบและอดข้าวอยู่เหมือนกัน
คราวนี้จะขโมยรึเปล่า
lol
(บางคนอาจจะบอกว่า อาจจะมีทางออกนอกจากขโมยก็ได้ ใช่ครับ
แต่ยกตัวอย่างให้ฟังเฉยๆในกรณีที่คนเราไม่มีทางออกจริงๆเนี่ยจากดีก็กลายเป็นเลวได้เหมือนกัน)
4.
เข้าใจและพูดจายกย่องคุณสมบัติในตัวของคนอื่น เช่น integrity
(ไม่รู้จะหาคำไทยคำไหนมาแปลอันนี้จริงๆ), ความเมตตา,
ความซื่อสัตย์, ความใจกว้าง, และ การฝักใฝ่ในศาสนา
แต่น้อยครั้งที่จะเป็นเอง
ตัวอย่างหาไม่ยากครับ คุณนายกเป็นต้น
ที่ประกาศว่าจะจัดการเรื่องคอร์รับชั่น
แต่ตัวเองมีปัญหาซุกหุ้นมาก่อนซะเอง
.
มีเยอะครับพูดสอนคนอื่นว่าสิ่งไหนดี แต่ตัวเองทำไม่ได้
lol..
5. โดนจูงง่ายเหมือนฝูงสัตว์
เชื่อในสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อ และ
ตัดสินคนจากการแต่งตัว
ตัดสินว่าคนเราเป็นคนดีหรือไม่ดีไม่ได้จากการแต่งตัว
การศึกษาหรือฐานะ ไม่ได้แน่ครับ
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าแต่งตัวดีแล้วจะดูน่าเชื่อถือ เอ่อ
.
พูดจาน่าเชื่อถือรึเปล่ามันมาจากเนื้อผ้าหรือหัวสมองกันแน่
มีให้เห็นในข่าวเยอะแยะไปว่าคนที่รวยๆหรือมีอำนาจ แต่งตัวดี
แต่โดนตัดสินให้เข้าคุก
. Martha Stewart
anyone?...
อ่านเจออยู่วรรคนึงโดนใจมาก
.
All men have eyes, but few have perception. Everyone
sees what you seem to be, few know what you really are, and
those few do not dare take a stand against the general
opinion
6. สามารถมีความซื่อสัตย์ต่ออีกฝ่าย
จากการได้รับการปฏิบัติดีๆ
แต่ความซื่อสัตย์นั้นสามารถมีได้ก็สามารถสลายไปได้เหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่นในเวลาแย่ๆ
(ข้อ 3) คนเราก็จะสนใจตัวเองเป็นหลัก
(ข้อ 1)
7. สามารถซื้อมิตรภาพได้
แต่มิตรภาพที่ใช้เงินซื้อมานั้นในเวลาที่ลำบากจะไว้ใจไม่ค่อยได้
การกระทำ กับ ฟ้า
.:
แกมองว่าการทำอะไรจะสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำครึ่งนึง
และ โชคอีกครึ่งนึง
นิโคโลเปรียบเทียบโชคเหมือนน้ำป่าที่ไหลเชี่ยว
สามารถพัดพาผู้คนและบ้านเรือนให้หายไป
แต่ในขณะเดียวกันถ้าคนเรารู้จักเตรียมการไว้ก่อนเช่นสร้างคลองหรือเขื่อนก็สามารถป้องกันไม่ให้น้ำท่วมได้เหมือนกัน
ซึ่งอันนี้ผมมองว่าคงอยู่ที่ขนาดน้ำท่วมด้วยมั้งครับ
คนสองคน ทำอย่างเดียวกัน
แต่คนนึงรุ่ง คนนึงดับ
หรือ คนสองคน ทำคนละอย่าง
แต่สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งสองคน
ในเรื่องนี้แกมองว่าเป็นเรื่องของ เวลาและโอกาส
ถ้าเวลาให้พอดีก็โชคดีไปประสบความสำเร็จ
มีให้บ้างครับคนที่มีความสามารถแต่เวลาไม่ให้ก็เลยไม่รุ่ง
แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นแต่คนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า
เพราะคนเหล่านั้นจะเป็นที่พูดถึงกัน
จับตลาดถูก
ขยัน
.มองการไกล
ว่ากันไปนั่น
แต่ถ้ามองดีๆแล้วคนชนะเนี่ยจะพูดยังไงก็พูดได้ครับ
ก็ชนะไปแล้วนี่
อ่านถึงตอนนึงแกพูดไว้ว่า
คนเรามักจะปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ค่อยเป็น
เพราะว่าเมื่อก่อนเคยทำอย่างงี้แล้วประสบความสำเร็จ
ก็เลยไม่มีใครมาโน้มน้าวได้ว่าควรจะเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาซะให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนไป
อ่านแล้วนึกถึงการพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปปัตย์..
สิ่งที่สำคัญในเรื่องการกระทำและโชคชะตาที่นิโคโลเน้นไว้คือ
ต้องรู้จักปรับการกระทำของตัวเองให้เข้ากับเวลา
และสถานการณ์
(เหมือนเรื่องเบ็ดตกปลาที่เคยเขียนไปเมื่อนานมาแล้ว.. )
เดี๋ยวมาต่อเรื่องการกระทำพรุ่งนี้
.
-------------------------
Yuhki Kuramoto: Waltz
romantic
ตัวกวน 12 มี.ค. 2548 เวลา 14:38 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |