Stuff

หลายๆสิ่งหลายๆอย่างไม่มีสอนในโรงเรียนหรือมหาลัยแต่ว่าในชีวิตจริงจำเป็นต้องใช้อยู่ตลอดเวลามีอยู่เยอะแยะมากมาย ยกตัวอย่างๆเรื่องการเลือกซื้อของ จัดการสิ่งของในบ้าน โดยปกติเรื่องพวกนี้มักจะเป็นพ่อแม่สอนมาแต่ผมว่าบางทีมันก็ไม่พอหรอก...

 

------------------------------

 

ปกติเวลาจะเลือกดูหนังสือจะอ่าน reviewจาก amazon ว่าคนอื่นอ่านแล้วชอบไม๊ยังไง บางคนก็จะเอาเนื้อหาคร่าวๆจากหนังสือมาพูดให้ฟัง ไปอ่านเจออันนึงมาแล้วแทงใจดำดังจึ๊ก....

 

 

 

::The 10 Laws of Stuff::

 

1. Stuff breeds. The more you have the more you need.

 

ยกตัวอย่างเช่นรถ พอมีรถเดี๋ยวก็ต้องหาผ้าคลุมรถ แชมพูล้างรถ และอุปกรณ์สำหรับดูแลรถ ถ้าในบ้านก็เช่น พอมีทีวีจอโตๆก็ต้องหาเครื่องเสียงsurroundมาให้เสียงกระหึ่มรับกับจอภาพใหญ่ๆ...


2. The useless stuff crowds out the good stuff.

 

ผมก็ยังเชื่ออยู่ในประโยคที่ว่า less is more อยู่ดี สังเกตุว่าพอมีอะไรเยอะๆแล้ว ของดีๆมันมักจะถูกหายกลืนไปกับของที่ธรรมดา ยกตัวอย่างเช่นคนที่มีเพลงmp3เยอะมากๆเนี่ย ฟังไม่ค่อยหมดหรอก หรือซื้อแผ่นmp3มาทีก็ไม่รู้หรอกว่าเพลงไหนเพราะบ้าง จะให้นั่งฟังทีละเพลงบางทีก็ขี้เกียจ (ผมเนี่ยใช่เลย ตอนหลังเลยไม่ซื้อแล้ว เจอเพลงเพราะแล้วค่อยไปไถmp3จากเพื่อนดีกว่า)


3. Dust, bugs, rodents and moisture all love stuff. The more the better.

 

อันนี้คงไม่ต้องอธิบาย


4. Stuff tends to stay where it lands.

 

อันนี้แทงใจดำเหมือนกัน 5555... ถ้าไม่จัดของส่วนใหญ่วางตรงไหนมันก็อยู่ตรงนั้นแหละ (คู่มือใช้เครื่องเล่นdvdกับแผ่นcd color me badd นอนเกาะฝุ่นอยู่ตรงโต๊ะกาแฟมาเกือบชาติแล้ว -_-')


5. Stuff expands to fit the space available. The more space the more stuff you think you need.

 

เมื่อก่อนตอนอยู่หอห้องเล็กนิดเดียวของเต็ม ตอนนี้ย้ายมาอยู่apartmentพอมีที่ว่างมากขึ้นก็เริ่มมีของมาวางมากขึ้น (กลัวห้องโล่งlol..)


6. Over time stuff becomes invisible After living with stuff we don't see it.

 

กรณีนี้คือวางแล้วลืมว่าอยู่ตรงไหน วิ่งวุ่นหาเกือบครึ่งค่อนวันทั้งๆที่บางทีมันตั้งอยู่ตรงหน้านี่เอง


7. Stuff costs you money more than once.

 

เสียค่าซ่อมบำรุง หรืออย่างในกรณีใกล้ตัวก็...ที่บ้านกำลังจะทำห้องเพิ่มอีกห้อง (เพื่อจะได้มีที่เก็บของมากขึ้น??)

 

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือว่าเป็นเฉพาะคนใกล้ตัวที่ผมเห็นรึเปล่า คนไทยเนี่ยชอบเก็บของครับ บางทีก็ไม่ได้ใช้หรอกนะ แต่ไม่อยากทิ้งมันเสียดาย ว่างั้น ไม่รู้จะเสียดายอะไร เพราะเก็บไว้ก็ต้องเปลืองที่ เปลืองเวลาดูแล วันดีคืนดีน้ำท่วมหรือโดนปลวกกินก็ต้องมานั่งหัวเสียอีก

 

อย่างพวกฝรั่งเนี่ยเค้าไม่ค่อยเก็บของกันเท่าไหร่ เพราะพวกนี้เค้าย้ายที่อยู่กันบ่อย แต่คนไทยส่วนใหญ่อยู่บ้านกันเป็นหลายสิบปีของก็เพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ.. -_-'


8. Stuff has a powerful effect on your state of mind. Useless stuff is a burden. It weighs us down.

 

ห้องรกแล้วดูไม่เจริญตาอันนี้ผมเป็นครับ (อย่างงี้เจ๊ที่ร้านจีฉ่อยคงเป็นโรคความดันสูงแน่ๆ haha)


9. Stuff takes value only when it is used.

 

ของจะมีค่าต่อเมื่อเราใช้มัน ถ้าไม่ได้ใช้มันก็ไม่ต่างจากก้อนอะไรซักก้อนนึงอยู่ในบ้าน... พูดแล้วนึกถึงเครื่องทำแซนวิชที่ซื้อมาปีก่อน เอามาใช้ได้สองครั้งเองมั้ง แหะๆ....


10. Stuff doesn't make you happy, you do!

 

ของที่เราได้มาไม่ได้ทำให้เรามีความสุขโดยตรงหรอก เราจะมีความสุขรึเปล่ามันอยู่ที่ตัวเราเอง...

 

------------------------------

 

ไม่รู้โดนใครมั่งไปรึเปล่า แต่ผมเนี่ยโดนไปเต็มๆ หลายข้อเหมือนกัน มาลองนั่งคิดดูว่าของที่ซื้อมาแล้วไม่จำเป็นหรือใช้ไม่คุ้มเนี่ยมีเยอะเหมือนกันครับ ถ้าคิดตีเป็นตัวเงินก็หลายตังมากๆเลย ยกตัวอย่างเสื้อบางตัวที่เห็นว่าสวยตอนกลับไปเมืองไทยซื้อมา แต่กลับมาที่นี่ไม่เคยเอาไปใส่เลยเพราะว่าไม่มีโอกาสที่เหมาะๆจะเอาตัวนั้นไปใส่ ปกติจะแบ่งเสื้อผ้าได้เป็นกลุ่มๆ...

 

-นานๆใส่ทีแต่ควรจะมีไว้ เช่นเสื้อเชิ้ตแบบเป็นการเป็นงาน เสื้อสูท เสื้อกันหนาว

 

-ใส่ได้เรื่อยๆ คือไม่ตกแฟชั่นนั่นเอง เนื้อผ้าทน พวกนี้จะใส่บ่อย

 

-เสื้อผ้าพวกตามแฟชั่น เอามาใส่ได้ไม่เกินปีสองปีก็ไม่เข้าแล้ว (มีกางเกงสีเหลืองของ aberตัวนึงสีแสบมาก แต่ให้เอามาใส่ตอนนี้อาจจะไม่กล้าใส่แล้ว haha..) หรือไม่ก็พวกคุณภาพไม่ดี ซื้อมาซักแล้วหด (เพราะที่เมกานี่อบอย่างเดียวครับไม่ตาก เสื้อยืดบางตัวเอามาใส่ได้ครั้งเดียวพออบแล้วหดแบบไม่ไหว...)

 

เสียดายครับตอนหลังๆเวลาจะซื้อบางทีเลยต้องคิดก่อนว่าสวยน่ะรู้ว่าสวยแต่จะเอาไปใส่ตอนไหนและจะเอาไปใส่นานแค่ไหน

 

วิธีที่จะแก้บ้านรกที่บอกไว้ในหนังสือเล่มนั้นคือคิดก่อนซื้อนั่นเอง พูดง่ายแต่ทำยากใช่ไหมครับ ถ้าสังเกตุพวกโฆษณาต่างๆเนี่ย สิ่งที่เค้าโฆษณาเนี่ยมันกระตุ้นความต้องการรองของคนค่อนข้างเยอะ ความต้องการหลักคือประโยชน์การใช้สอย ความต้องการรองอาจจะเป็นสถานะ การยอมรับจากสังคม ยกตัวอย่างเช่นรถยนต์ในกรุงเทพขับยี่ห้อไหนก็รถติดเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นรถยุโรปก็จะโฆษณาประมาณว่าหรูหรามีระดับ.... (ถ้ามองในแง่กลับกันเวลาจะขายหรือโน้มน้าวใครวิธีที่ทำง่ายๆคือพยายามตีความต้องการรองของคนๆนั้นขึ้นมาเยอะๆนั่นเอง....)

 

พออ่านแล้วเลยได้ไอเดียง่ายๆว่า ก่อนที่จะเอาของเข้าบ้านเลยเนี่ยควรจะคิดไว้ก่อนเลยว่าจะเอาเข้าบ้านแล้วจะใช้บ่อยรึเปล่า และจะเอาไปวางไว้ที่ไหน เพราะไม่งั้นที่ๆเราวางๆยัดๆไปโดยไม่ได้คิดก็จะเป็นที่สิงสถิตย์ของๆสิ่งนั้นนั่นเอง

 

นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่อ่านมาแล้วคิดว่าเป็นประโยชน์เผื่อเอาไว้ใช้ในบ้านตัวเองเวลามีครอบครัวก็คือ ถ้าของวางระเกะระกะก็จะเอาไปวางไว้ในกล่องใดกล่องหนึ่งในห้ากล่อง.... ขยะ, จัดเก็บ, บริจาค, ยังไม่ตัดสินใจ, ซ่อม..

 

กล่องจัดเก็บก็คือ แต่ล่ะคนควรจะเอาของที่วางเรี่ยราดไว้ไปเก็บในห้องตัวเอง ของที่ทิ้งไว้ในกล่องนั้นนานๆก็จะถูกโอนไปที่กล่องขยะ หรือ กล่องบริจาค ... ส่วนกล่องที่ยังไม่ตัดสินใจก็คือของที่ยังไม่รู้ว่าควรจะทำไงกะมันดี จะทิ้งดีหรือจะบริจาคหรือจะเก็บ กล่องๆนี้ควรจะมีจำกัดเวลาว่า ของชิ้นนี้ห้ามอยู่เกินสิบวันเป็นต้น ส่วนกล่องซ่อมนี่คงค่อนข้างโล่งเพราะของสมัยนี้พอพังส่วนใหญ่ก็ซื้อเปลี่ยนกัน

 

อาจจะเห็นว่าเป็นวิธีพื้นๆแต่ผมอ่านแล้วชอบครับ เพราะว่าแทนที่จะไปบ่นๆลูกให้รีบมาเก็บ (ซึ่งบางทีก็อาจะมีทะเลาะกันได้) หรือช่วยเอาของไปวางไว้เอง  (ก็อาจจะมีทะเลาะกันอีกเพราะหาของไม่เจอ) การมีกล่องพวกนี้ไว้ถ้าเราวางของไว้แล้วหาไม่เจอก็จะได้ไปดูในกล่องนั้นได้... นอกจากนี้การมีกล่องยังเป็นการให้เวลาคนตัดสินใจ และถ้าไม่มาเก็บเองของโดนเอาไปทิ้งจะบ่นโวยวายก็คงยาก เพราะว่าตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว...

 

ตอนที่ออกไปซื้อหนังสือเล่มนี้ที่ร้านหนังสือก็เลยถือโอกาสเดินดูหนังสือเล่มอื่นๆด้วย แล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเมื่อเจอหนังสือแถบนึงเป็นหนังสือเกี่ยวกับการจัดบ้านยังไงไม่ให้รกและมีสไตล์ (หนังสือ simple living ไม่ได้เกี่ยวกับการจัดบ้านไม่ให้รกนะครับ แต่พูดถึงการใช้ชีวิตอย่างไรให้ง่ายๆมากกว่า แต่ผมเอาส่วนเรื่องสิ่งของมาเขียนเพราะว่าอ่านแล้วชอบ) ลองเปิดๆดูก็ได้ไอเดียอะไรดีๆเหมือนกัน ซึ่งของพวกนี้พ่อแม่คงสอนไม่ได้แน่ นอกจากพ่อหรือแม่เป็น interior design haha...

 

 

-------------------------------------

 

311: I'll be here awhile



ตัวกวน
3 มี.ค. 2548 เวลา 13:09 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< Soap Making The Essence Of Seduction >>

I'd like to say "enough is enough", but never could.

lita
 
ip : 203.209.126.152
3 มี.ค. 2548 เวลา 13:49 น.

โดนทุกข้อ

แต่แก้ลำบากค่ะ

เสื้อหน้าร้อน เสื้อหน้าหนาว เสือ้เมืองไทย เสื้อที่นี่ รองเท้า กระเป๋า เข้ากันป่าว กุงเกงลิงตัวนี้ ใส่กะกระโปรง กางเกงตัวไหนได้มั่ง

สารพัดค่ะ

เฮ่อ

โดน แต่แก้ ไม่ได้ ไม่ซื้อมาอ่านหรอก เล่มนี้

เดี๋ยวซื้อมา ก็ยิ่งรู้สึกแย่กะตัวเองดิ

9.
 
ip : 69.241.234.15
3 มี.ค. 2548 เวลา 13:50 น.

แงะ แบบเจ็บๆๆคันๆหลายขอเช่นเดียวกัน

black angie
 
ip : 203.144.210.3
3 มี.ค. 2548 เวลา 14:31 น.


อืม .. ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้เท่าไหร่ค่ะ
เพราะเวลาซื้อของจะคิดสามสิบตลบก่อน
ว่าจะใช้จริงๆเหรอ .. หรือชอบจริงๆเหรอ
คิดมันอยู่นั่นจนบางทีหมดความอยากได้
ไปเลย

มีกล่องวางไว้ตรงมุมห้องค่ะ เวลาคิดว่า
อยากจะทิ้งอะไรก็จะใส่กล่องนั้นไว้ก่อน
ถ้ามันยังนอนอยู่ในนั้นโดยไม่ถูกหยิบออก
มาใช้ภายในสามอาทิตย์ก็ยกให้ oxfam ไป

ส่วนเสื้อผ้าถ้าจะซื้อของแพงก็จะเลือกประเภท
ของเหนือกาลเวลาค่ะ .. เพราะเดี๋ยวมันก็กลับ
มาอีก .. ส่วนถ้าไม่แพงมากถ้าไม่ใช้ก็บริจาค
โดยไม่ต้องคิดมาก .. (จะบริจาคยังคิดเล็ก
คิดน้อยอีก)

ถ้ามีปัญหาเรื่องเก็บของก็คงน้ำหอมมังคะ
มีเยอะมากและไม่อยากทิ้งเพราะชอบหมด
เปลี่ยนกลิ่นตามวาระโอกาสและอารมณ์ก็ยัง
ใช้ไม่หมดอยู่ดี .....



Alynn
 
ip : 82.45.252.135
3 มี.ค. 2548 เวลา 14:35 น.

ปกติไม่ค่อยได้ซื้อของเหมือนกันครับ อิอิอิ

ปกติจะซื้อแล้วใช้ยาวนานไปเลย อิอิอิ
ไม่ค่อยสนแฟชั่นอ่ะ

(แต่วิธีแก้บ้านรกน่าสนใจครับ เพราะบ้านผมรกมาก)

cryo
 
ip : 68.63.160.151
3 มี.ค. 2548 เวลา 17:34 น.

โดนเหมือนกันค่ะ

ผู้หญิงเนี่ยชอบซื้อของอยู่แล้ว
ตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะหนังสือเนี่ยรกมาก

แต่กางเกงสีเหลืองนี่ไม่เคยคิดจะซื้อเลย น่าเสียดาย A&F ของคุณนะ ตัวนึงไม่ใช่ถูกๆ

~*hOnEy Be*~ i WaNnA bE oK!
 
ip : 210.1.11.11
3 มี.ค. 2548 เวลา 18:32 น.

โดนสิคะ เกือบตาย LOL

ไม่ทิ้งเพราะโลกนี้มีความหวังคะ .... หวังว่าซักวันจะนำมาใช้ได้อีก reuse recycle .. whatever

The Confidential Diary
 
ip : 60.226.19.64
3 มี.ค. 2548 เวลา 19:23 น.

ถึงซื้อมาไม่ได้ใช้

ถ้าเราอยากได้จริงๆ เราก็มีเหตผลร้อยแปดให้ตัวเองเสมอ

ใครสอนน๊า คุ้นคุ้น



Kitty lover
 
ip : 168.120.12.72
3 มี.ค. 2548 เวลา 19:41 น.

คงต้องมีกันบ้างล่ะ
สำหรับของที่ซื้อมา
ว่าจะใช้แต่ไม่ค่อยได้ใช้

โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลาย 555

และจะเป็นซะมาก
เวลาที่ไปเดินซื้อของตามตลาดนัด
เพราะของพวกนี้
มักจะเจอแค่ครั้งเดียว
ถ้าถูกใจแล้วไม่ซื้อ
คราวหน้า...ก็จะไม่เจออีก....เสียดายอ่ะ

ก็มีประโยชน์บ้างเหมือนกันนะคะ
พอถึงวันเกิดเพื่อน
มักไม่ค่อยมีเวลาหาซื้อของ

โดยเฉพาะของที่โดนใจเนี่ย
เวลาฉุกเฉิน...หาซื้อยากมาก

อีกอย่างคือ...พวกหนังสือ
บางเล่มก็เป็นประเภท...ขอซื้อเก็บไว้ก่อน
(มีคนแนะนำมาว่าดี)
ยิ่งมีงานสัปดาห์หนังสือที
จะละลายทรัพย์ไปเยอะมาก

ขอโทษทีเหอะ
พองานสัปดาห์หนังสือครั้งต่อไปมาถึง
ยังอ่านของเก่าไม่หมดเลย 555

อ่านแล้วทำให้คิดว่า
ควรยึดสติให้มั่น
ไตร่ตรอง...ก่อนซื้อทุกครั้ง

เหอ...เหอ พูดง่ายแต่ทำยาก
หรือ ไม่ก็เปลี่ยนเป็น
เมื่อซื้อมาแล้ว
ก็จัดลำดับความสำคัญ
ตามวาระ
ลงกล่อง 5 กล่อง ที่คุณตัวกวนบอก : )

Holywater
 
ip : 202.28.180.201->10.19.1.108
3 มี.ค. 2548 เวลา 21:10 น.

อ่อ .. กล่องยังไม่ตัดสินจะทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา เป็นที่มาของห้องเก็บของที่ยังไม่ตัดสิน ...

ที่จริงอยากให้บ้านไม่รก ต้องขยันทิ้งคะ .. ทิ้งเข้าไป .. บริจาคไปเยอะๆ ... แล้วมันจะโล่ง แล้วเวลาเห็นอีก ก็จะซื้อไม่ลงเพราะเคยมีแล้วไม่ได้ใช้ หรือให้คนอื่นไปแล้ว ...

ส่วนตัว .. ถ้าจะรอบ้านโล่งก็คิดว่าจะรอจนมีบ้านของตัวเองก่อนนะคะ ... บุพการีชอบเก็บของไว้อย่างนั้นอย่างนี้ .. ไม่ค่อยจะยอมทิ้ง .. ขนาดแก้วพลาสติกที่มากับกาแฟสด ยังเอามาล้างเก็บไว้เลย - -' ...

เฮ้อออ..

aoministry
 
ip : 202.5.88.146
3 มี.ค. 2548 เวลา 21:30 น.

o.. วันนี้เจอ sms เน่าๆ

if your heart are on fire
call me, i'll be your extinguisher

if you are dumped ..
call me ... i'll take you to recycle

...

......

ขนาดคนเค้ายัง recycle กันได้เลย แล้วประสาไรกับ stuffs hahaha



aoministry
 
ip : 202.5.88.145
3 มี.ค. 2548 เวลา 21:49 น.

ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ค่ะ เพราะกว่าจะตัดสินใจซื้ออะไรทีนี่ คิดนานพอสมควร [เรียกง่ายๆว่าเค็ม... ฮ่าๆๆ]

แล้วถ้าตัดสินใจซื้อมาเนี่ย ปกติจะบ้าเห่อมาก..ก..ก เอามาใช้จนปรุจนหนำใจ

แต่มีอย่างนึงที่เป็นปัญหาอยู่... คือเครื่องสำอางค่ะ พอได้ยินใครบอกว่ารุ่นนี้สีสวย รุ่นนั้นติดทน ฯลฯ ก็ต้องไปหามาใช้ทุกที

เวลาต้องทิ้งเครื่องสำอางหมดอายุนี่เจ็บใจจริงๆ

- XTreme -
 
ip : 69.202.72.131
3 มี.ค. 2548 เวลา 21:58 น.

โดนไปทุกข้อค่ะเพราะเป็นนักช้อปคนนึงเลยล่ะค่ะ

อย่างห้องตอนนี้รกมาก

เพิ่งเจอปัญหาอยากโกรธแม่แต่โกรธไม่ลงไป เพราะแม่หวังดีมาจัดห้องให้แล้วงานและเอกสารจุ่มหายไปไม่อยู่กะที่สักอัน งานคืนนี้ที่ต้องทำยังหาไม่เจอเลยค่ะว่าแม่ไปไว้ไหน

อากโกรธมากมากแต่โกรธไม่ลงได้แต่ข้อร้องว่าวันหลังไม่ต้องมาจัดห้องจุ่มดีกว่า


พูดแล้วก้กลุ้มไปหางานต่อดีกว่าไม่งั้นโต้รุ่งแนๆ

joomyy
 
ip : 61.91.68.168
3 มี.ค. 2548 เวลา 22:51 น.

โดนแทบทุกข้อ
แต่ที่ว่า >>ฝรั่งเนี่ยเค้าไม่ค่อยเก็บของกันเท่าไหร่ เพราะพวกนี้เค้าย้ายที่อยู่กันบ่อย...

ใช้ไม่ได้กะฝรั่งที่นี่ แน่ๆ ค่ะ เคยไปบ้านๆ เพื่อนที่เช่าห้องบ้านฝรั่งอยู่ ของมากมาย บานตะไท กลิ่นหอมเอียนๆ ของธูปแขก กะเทียนหอม น้ำมันหอม กรุ่นติดบ้านไปทั่ว

เรื่องย้ายบ่อย ก็จริง ก็เลยมี Garage sale บ่อยตาม หรือไม่ก็ทิ้งมันซะเลย เห็นอยู่ทั่วไปเลย ที่นี่

พี่กลาง

pOOh tHe MiDdle oNe
 
ip : 202.76.170.19->202.76.185.11
3 มี.ค. 2548 เวลา 23:22 น.

ถ้าพูดถึงการเลือกซื้อของ หนูมักจะชอบเลือกของที่อยู่ด้านในอ่ะค่ะพี่ เพราะมันผ่านมือคนน้อยหน่อย อย่างเช่น แชมพู หรือ ครีมอาบน้ำเงี้ยะ แล้วก็ จะดูวันผลิตด้วย แต่ถ้าลดราคามากแล้วอีกไม่กี่เดือนผลิตมาเกิน 1 ปีหนูก็ไม่ซื้อหรอกค่ะ

อย่างขนมปัง จะเลือกเอาวันที่เพิ่งผลิต ^^

ห้อนนอนหนูมีทุกอย่าง หาเจอทุกอย่าง ยกเว้น ... พื้นห้อง ^^" มีแต่เตียงนอนเท่านั้นที่โล่ง ^^"

เรื่อง MP3 ก็เหมือนกัน ไปห้องเพื่อนแล้วก็ยิมมา write ^^" หายากค่ะที่คนอย่างหนูจะลงทุนซื้อเอง ^^"

เสื้อผ้าส่วนมากที่มีก็เสื้อยืด เพราะถ้ามันเก่าแล้วก็เอามาใส่อยู่บ้าน ถ้าเก่าจนใส่อยู่บ้านไม่ได้แล้วก็เอามาใส่นอน ^^ จำได้ว่า หนูไม่ได้ซื้อชุดนอนมาหลายปีละ เอาชุดอยู่บ้านที่เก่าๆนั่นแหละ มาใส่นอน ^^

ฟุ่มเฟือยอย่างเดียวคือชุดเทควันโด ^^" ยี่ห้อไหนออกใหม่ อินเทรนด์หน่อยงี้ไม่ด๊าย ต้องหามาใส่ ^^"

นี่อาจารย์ที่ยิมจะไปเกาหลีละ เดี๋ยวได้ฝากซื้อชุดอีกแหงๆ ทั้งๆที่ชุดที่ซื้อมายังใส่ไม่ถึงปีเลย ^^"

Teresa
 
ip : 61.91.120.74
3 มี.ค. 2548 เวลา 23:29 น.

555 gimme 10- กับอ้อม แม่พี่ชอบมากแก้วกาแฟพลาสติก เจอไม่ได้ล้างเก็บทุกที

Big Sis
 
ip : 61.91.98.200
4 มี.ค. 2548 เวลา 00:46 น.

เจนจะเก็บเฉพาะที่สำคัญๆ เลยจะมีกล่องเรียงไว้ตรงมุมห้อง ส่วนใหญ่จะเป็นของเล็กๆเลยเก็บได้ นอกนั้นทิ้งหมดค่ะ ชอบห้องโล่งๆ จะรกก้อแต่พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลาย

Parallel World
 
ip : 161.73.37.84
4 มี.ค. 2548 เวลา 04:34 น.

คุณพ่อเค้ารักลูกขนาดที่ว่าเมื่อเดือนก่อนวันเกิดลูก ชายคนโต 4 ขวบ

คุณพ่อซื้อของขวัญเป็นชุดรถไฟThomasให้ราคา 30,000 บาทค่ะ lol


joomyy
 
ip : 61.90.68.167
4 มี.ค. 2548 เวลา 07:12 น.

>>จะจับคู่กันว่าเด็กคนไหนcharacterเข้ากะพี่น้องคนไหน [ ตัวกวน ]
v
v
อันนี้ตอบไปในไดค่ะ ก็อบมาให้ดู

>>ขอบอกว่าพี่ big sis ของน้องๆ นะเธอจองเป็นเด็กสีชมพูนะ เพราะเป็น her favorite color [ น้องสาม ]

อันนี้มาจาก เม้นท์เมื่อวานค่ะ งั้นที่เหลือ ก็เราสองคน จุ๋ม แกจะเอาตัวไหนก็เลือกไป ที่เหลือก็ของชั้น ยังไงก็ไม่เห็นหน้าอยู่ดี Big sis's rule เหอ เหอ

พี่กลาง


pOOh tHe MiDdle oNe
 
ip : 202.76.170.19->202.76.185.211
4 มี.ค. 2548 เวลา 11:40 น.

ยังไม่ได้ดูlove letterเลย อิอิ สงสัยอยู่ว่าถ้าดูแล้วจะน้ำตาตกรึเปล่า>> what i meant is not Love Letter ka but The Letter

Love Letter is led by Miho Nakashima
while The Letter is a Thai movie, Ann thongprasom ja...

as for the Japanese one i don't think that you will cry for it, it's not that sad and emphatic
but the second one is very...what should i call it...want nothing but audience's tears is should becuase the ending is very BAD lol

care*

layla*
 
ip : 161.200.255.161
4 มี.ค. 2548 เวลา 12:35 น.

6. Over time stuff becomes invisible After living with stuff we don't see it. << อันนี๊ ๆ ๆ ๆ อ่านแล้วแบบ .. อายตัวเอง -"-
คราวก่อนซื้อเข็มขัดสีแดงแป๋นมาอันนึง (( เพราะมันลดราคา!! << นี่แหล่ะ สาเหตุที่ทำให้ชีวิตสิ้นเปลือง -"- )) แต่ไม่เคยใช้เลย เพราะมีสีส้มอยู่แล้ว
พอวันนึง หาอันสีส้มไม่เจอ พยายามหาสีแดงก็ไม่มี ไม่รู้เอาไปไว้ไหน
ประสาทมาก ไปซื้อสีดำมาอีกเส้น -"- (( แพงกว่าสองอันที่แล้ว .. และที่สำคัญ ตอนซื้อ ไม่ได้ลอง .. มันหลวมไป T0T ))
สุดท้าย เพิ่งหาอันสีแดงเจอเมื่อสองสามวันก่อน .. มันแขวนอยู่หลังประตูเลยพี่ .. อยู่ข้าง ๆ กะ เสื้อกันหนาวที่ใส่อยู่ทุกวัน

______ ________" แม่เจ้า!!! ..


.
คนไทยชอบเก็บของจิง ๆ นะพี่
แล้วโมว่า ฝรั่งก็ใช้ของสิ้นเปลืองพอสมควรเหมือนกันนิ
อย่างพวก เฟอร์นิเจอร์ หรือ เครื่องเสียง ไรเงี๊ย
ตอนมาอยู่นี่ใหม่ ๆ ตกใจนะ
เพราะมีลุงคนนึงเค้าอยู่นี่มาสิบกว่าปีอ่ะ
ทุก ๆ เช้า เค้าจาลงไปวนเวียนที่ถังขยะ
เพื่อเก็บนู่น เก็บนี่ ที่พวกฝรั่งทิ้งมา
บางวันก็ได้ชุด รับแขกอย่างดีมาเลยนิ
เค้าเอามาเก็บ ๆ ๆ ไว้ พอวันเสาร์ จามี yardsale แถวบ้าน ก็จาขนไอ้พวกบางอย่างที่เกินจำเป็นอ่ะ มาขาย .. ก็ทำเงินได้อีกแบบนิ

ตื่นมาเบาเสียงเพลง (( คำเตือน : อย่าฟัง Slipknot เวลานอน เพราะจานอนผวามาก -"- )) พออ่านไดพี่แล้ว ได้ข่าวว่า ........ ตาสว่าง O___o"

.


: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
ip : 65.151.166.42
4 มี.ค. 2548 เวลา 17:13 น.

^
พล่ามนะ -"-

: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
ip : 65.151.166.42
4 มี.ค. 2548 เวลา 17:13 น.



1. Stuff breeds. The more you have the more you need.
***
strongly agree ka.

I used to have one wardrobe but now I have three. :(


แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

I think so since u should know the way i am.

ps. i don't let him read my di anymore, i mean p ong according to ur ลึกลับ. lol

androdiasic
 
ip : 61.91.91.79
4 มี.ค. 2548 เวลา 19:42 น.

ชอบประโยคนี้มากที่สุดค่ะ

"ของที่เราได้มาไม่ได้ทำให้เรามีความสุขโดยตรงหรอก เราจะมีความสุขรึเปล่ามันอยู่ที่ตัวเราเอง..."

เพราะตอนนี้มีของบางอย่างอยู่กับตัว ก่อนได้มาคิดเสมอ ฉันต้องมีความสุขแน่ถ้าได้เป็นเจ้าของ

แต่เอาเข้าจริง...ก็ไม่เห็นจะมีความสุขเท่าไหร่เลย...สู้ตอนที่ยังไม่เป็นเจ้าของไม่ได้...เฮ้อ...



ปราย
 
ip : 203.152.2.79->192.168.0.26
4 มี.ค. 2548 เวลา 20:45 น.

โดนข้าพเจ้าแทบจะทุกข้อเลย โดยเฉพาะ stuff เหล่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือ บ้าซื้ออย่างจริงจัง ซื้อเฉพาะที่คิดว่าจะอ่านและชอบแล้วก้ยังมหาศาลลลล


แล้วก็ทิ้งมันให้เป็นเพื่อนกับฝุ่นต่อไป ดองเค็มจนเปรี้ยวเสียแล้ว

:: อะเวียยซอ ::
 
ip : 82.233.116.193
4 มี.ค. 2548 เวลา 23:33 น.

นั่งเม้นตั้งนาน ปรากฏว่าปิดหน้าจอล๊อกอินไปแล้ว กดปุ๊ป เรียบร้อย หายเกลี้ยง ฮ่าๆ ฮ่วยๆๆ ><

เอาใหม่ล่ะกัน

โดนหลายข้อเหมือนกัน แต่ก็ไม่เยอะมาก

อย่างตอนนี้ห้องใหญ่ขึ้น แต่เพื่อนมาเห็นบอกว่า ทำไมของน้อยจัง -_-"

ช่วงนี้ห้องสะอ๊าดสะอาด เพราะน้องข้างห้องมันมาปรามาสผมไว้ว่า จัดห้องแล้วก็ได้แค่อาทิตย์เดียวแหล่ะ อิๆ ผมเลยสำแดงให้ดู เป็นไงล่ะ ตอนนี้สองาทิตย์แหล่ะ ยังเรียบร้อยดี มันเลยเพิ่มเวลาให้เป็นเดือน อิๆ มาคอยดูกัน

แต่เคยเป็นป่ะ จะทิ้งก็เสียดาย จะใช้ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไร เลยสะสมไว้ดูเล่น ฮ่าๆๆ

อันนี้บ่อย



JayMel
 
ip : 203.122.112.10
5 มี.ค. 2548 เวลา 08:27 น.

ชื่อเพลงไม่รู้เหมือนกันครับ -__-"

ได้มาจากอินเตอร์เน็ตอ่ะ มันไม่ได้เขียนเป็นชื่อเพลงไว้ครับ

JayMel
 
ip : 203.122.115.109
5 มี.ค. 2548 เวลา 12:02 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  มีนาคม
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me

เพิ่มไดอารีใน favorites