|
Delayed
Gratification Part I
::ใครๆก็รู้::
1. ของที่คนอื่นหลายๆคนอยากได้มักถูกมองว่ามีค่ามากกว่าปกติ
2. ของที่ได้มาง่ายมักจะถูกมองว่าไม่มีค่า
3. ถ้าคนเราอยากได้หรืออยากทำอะไรมากพอ
ก็สามารถสรรหาเหตุผลร้อยแปดมารองรับความอยากได้ของตัวเอง
ในทางกลับกันถ้าคนเราไม่อยากได้หรืออยากทำอะไร
ก็สามารถหาเหตุผลร้อยแปดมาแก้ตัวได้เหมือนกัน
ข้อแรก: หลักเบสิคทางเศรษศาสตร์ง่ายๆที่คนหลายคนมองข้าม
แต่คนบางกลุ่มที่เอามาใช้ก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย
ยกตัวอย่างพ่อค้าทั้งหลาย เคยไหมครับเวลาไปซื้อของ
แล้วขณะกำลังตัดสินใจอยู่ คนขายก็บอกว่า 1.)
เหลือชิ้นสุดท้ายแล้วนะ 2.) ถ้าของหมดแล้วกว่าจะได้มาใหม่อีกนาน
3.) เห็นลูกค้าอีกคนก็สนใจเหมือนกัน ไม่ว่าจะจริงหรือว่าแหลก็ตาม
การที่คนขายพูดอย่างงี้ คือการสร้าง demand และก็ลด supply
ไปในตัว
หรือไม่จะสังเกตุว่าคนไปเมืองนอกส่วนใหญ่จะช๊อปปิ้งและก็จ่ายเงินง่ายแล้วก็มากกว่าปกติ
ก็เพราะว่าsupplyมันมีlimitนั่นเองเพราะว่าอาจจะไม่ได้มาประเทศนี้อีกแล้ว

Paul Ree, Lou
Von Salome, and Nietzsche
นอกเหนือจากการค้าขายแล้ว หลายครั้งในประวัติศาสตร์สาวๆก็เอาไปใช้กันเหมือนกันในแง่ของรูปรักสามเส้า
ที่ค่อนข้างดัวในประวัติศาสตร์ก็คือกรณีของ Lou Von Salome
Paul Ree กับ
Friedrich Nietzsche เป็นนักปรัชญาชื่อดังในสมัยก่อน
สองคนนี้เป็นเพื่อนกัน ตอนแรกที่ พอล เจอกับ ซาโลม
ก็เกิดความรู้สึกชอบแต่ก็ไม่ได้ถึงกระทั่งกับคลั่ง
แต่ซาโลมเธอก็มีวิธีของเธอ เนื่องจากเธอรู้ว่า พอล เป็นเพื่อนกับ
Nietzsche (ไม่รู้จะสะกดชื่อออกมาเป็นไทยยังไง) เธอก็เกริ่นๆกับ
พอลว่าอยากจะเจอกับนักปราชญ์คนนี้
พอลก็รีบเขียนจดหมายไปชวนเพื่อนของเขามา
แต่พอเพื่อนของเขามาพอลไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่คิดไว้ตอนแรกเพราะว่ามันกลายเป็นรูปสามเส้า
เพราะแน่นอน Nietzsche ก็ชอบเธอเหมือนกัน แต่ที่อยากให้สนใจก็คือ
ถ้าเรื่องราวของสามคนนี้ไม่ได้อยู่ในลักษณะสามเส้า
คือสองคนแย่งผู้หญิงคนเดียวกันทั้งพอลและNietzscheจะได้ไม่ได้อยากครอบครองผู้หญิงคนนี้มากขนาดนี้
ถ้าเกิดๆสภาพอย่างงี้เมื่อไหร่ผู้หญิงสนุกครับ
(หรือถ้ามีผู้หญิงสองคนชอบผู้ชายคนเดียวกันก็สนุกเช่นกัน)
เพราะว่าวิธีที่จะทำให้คนที่มาชอบคลั่งได้ก็คือ
ไปให้ความสำคัญกับคนที่มาชอบอีกคนหนึ่ง..
ทำสลับไปสลับมาผลก็คือผู้ชายสองคนก็ตกหลุมจนถอดตัวไม่ขึ้น
ผลสุดท้ายสั้นๆก็คือสองคนนี้ไม่มีใครได้เธออย่างจริงจังซักคน
พอลฆ่าตัวตาย
ถ้าจำไม่ผิดNietzscheถึงกับจับปากกาเขียนไม่ได้อีกเลย
เรื่องของซาโลมสุดท้ายเธอก็ไปทำรักสามเส้าอีกระหว่าง Sigmund
Freud และก็ลูกศิษย์เอกของเขาที่ชื่อ Victor Tausk
สรุปง่ายๆก็คือการที่ demand สูง supply
ตกหรือมีคู่แข่งเนี่ย
สามารถทำให้คนจากที่แค่อยากได้หรือชอบธรรมดา กลายเป็น
ถึงขั้นคลั่งได้
เพราะฉะนั้นผู้หญิงหลายคนทั้งในประวัติศาสตร์และในปัจจุบันเวลาไปไหนจะต้องมีคนห้อมล้อมไปด้วยตลอดเวลาเพื่อที่จะสร้างภาพลวงว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของคนอื่น
มีคนหลายคนเคยนิยามว่ารักคือการเห็นแก่ตัว
และความรักระหว่างหนุ่มสาวจะว่าไปมันก็เห็นแก่ตัวจริงๆ
เพราะว่าในความรักนั้นมีความคาดหวังอยู่ด้วย เรื่องของ
พอล,ซาโลม,Nietzscheนี่ก็ถือว่ามีดีกรีความแรงอยู่ค่อนข้างมาก
คือผู้ชายทั้งสองคนจากชอบธรรมดากลายเป็น รัก, หลง, และ คลั่ง ได้
ถามว่าซาโลมทำถูกรึเปล่า
อันนี้คงพูดยากเพราะคำว่าถูกในสายตาของหลายๆคนคงไม่เหมือนกัน
แต่ถามว่าได้ผลรึเปล่า 555 คนอ่านคิดว่ายังไงล่ะครับ 
ข้อสอง: ของที่ได้มาง่ายมักจะถูกมองว่าไม่มีค่า
ในทางกลับกันของที่ต้องออกแรงมาจะรู้สึกมีคุณค่ามากกว่า
ข้อนี้จริงๆก็ใกล้เคียงกับข้อแรก
ตัวอย่างมีเยอะแยะมากมายให้เห็นกันดาษดื่น
แต่ในเรื่องของความรักรู้สึกต่อมนี้จะทำงานบกพร่องกัน..
ส่วนในเรื่องอื่นเช่นการซื้อของ
สมมติของชิ้นเดียวกันราคา หนึ่งแสน คนแรกเก็บเงินซื้อสิบเดือน
อีกคนรวยมากอยากได้ก็แค่เดินไปซื้อในชั่วพริบตา
ถามว่าคนไหนจะเห็นคุณค่าของๆที่ได้มามากกว่ากัน?
คงตอบไม่ยากใช่ไหมครับ
เพราะฉะนั้น คนที่รวย ไม่ได้จะมีความสุขมากกว่า
คนธรรมดาหรอก
หายากสิ่งที่จะทำให้คนที่มีตังมีความสุขมากๆเนี่ย
.เพราะว่าอะไรๆมันก็ได้มาง่ายไปไงครับ
ความภูมิใจความสุขมันได้มาเร็วไป
ถึงแม้ว่าคนอ่านอาจจะบอกว่าเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง
เงินซื้อรอยยิ้มไม่ได้? แน่ใจหรอ?
ในความคิดผมแล้วถึงเงินจะซื้อไม่ได้ทุกอย่าง
แต่ก็มีน้อยอย่างมากที่เงินจะซื้อไม่ได้
ถ้าใช้มันเป็น จริงๆ
ที่พูดมาสองสามประโยคเนี่ย ให้hintไปเยอะมากเลย
ว่าถ้าจะจีบคนที่รวยมากๆเนี่ย ควรจะทำไง มองออกไหมครับ? 
If you want
something, you will want it a lot more if you have to work to
get it. อาจารย์
ข้อสาม: จริง จริง และ จริง
คนเราบางทีไม่ต้องมองให้ลึกมากก็ได้
เพราะว่าเราไม่สามารถอ่านใจคนได้อยู่แล้ว
ดูแค่การกระทำก็วิธีที่ค่อนข้างง่าย
และทำให้ไม่ต้องฟุ้งซ่านมากด้วย ที่แฟนกันมักพูดกันว่ายุ่ง
ไม่มีเวลา มันก็คือข้ออ้างอย่างหนึ่ง ถ้ามองให้ดีๆ ก็จะเห็นว่า
เอ
ถ้าเค้ายุ่งและไม่มีเวลา แสดงว่า
เวลาที่มีเค้าต้องเอาไปทำอย่างอื่น
(ไม่งั้นจะให้เอาเวลาไปนั่งๆนอนๆกระดิกเท้าก็กระไรอยู่)
งั้น
ก็หมายความว่า
มีอะไรอย่างอื่นที่สำคัญกว่าเราน่ะสิ? จริงๆพูดอย่างงี้ก็อาจจะแรงไปนิดเพราะว่าชีวิตคนเรามีอะไรหลายๆอย่างที่จะต้องทำ
แต่สิ่งที่อยากจะสื่อก็คือ ถ้าคนเราอยากได้อะไรมากจริงๆ
เดี๋ยวก็หาข้ออ้างล้านแปดมาได้เองแหละ
ตัวอย่าง
.
::สดๆร้อนๆ::
เมื่อวานนั่งดูเรื่องchocolatไปได้ประมาณ 17
นาทีก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามา...
[postให้อยากรู้ก่อน เดี๋ยวมาต่อให้จบทีหลัง
อิอิ]
---------------------------
ps.

เอ่อ
ผมถือว่าเป็นคำชมละกันนะครับ :P
Damien Rice: The
blower's daughter
ตัวกวน 19 ก.พ. 2548 เวลา 11:12 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |