Push & Pull

*** ยังเขียนไม่เสร็จsection "วรรณกรรม" นะครับ ส่วนที่ไม่เสร็จอาจจะมาอัพหน้าเดิมนี่แหละแต่อาจจะเป็นพรุ่งนี้

::ใครๆก็รู้::

 

1. Familiarity breeds contempt

2. คนเรามักจะรู้คุณค่าของสิ่งใดก็ต่อเมื่อเสียมันไป

3. ไม่เคยได้แล้วได้ กับ ได้มาแล้วเสียไป ความรุนแรงมันต่างกัน

 

ข้อแรก: เขียนไปครั้งที่แล้ว

 

ข้อสอง: จริงๆข้อนี้เป็นผลมาจากข้อแรก อะไรที่พอเริ่มชินคนเราก็จะไม่ค่อยใส่ใจกะมันเท่าไหร่ แต่ถ้าสิ่งนั้นหายไปเมื่อไหร่ละก้อ คุณค่าของสิ่งนั้นจะเด่นขึ้นมาทันที ยกตัวอย่างเช่น…

 

· ตัวอย่างไม่น่าพิศมัย : เคยปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ แต่ปรากฏว่าหาห้องน้ำไม่เจอหรือต้องรอคิวนานไหมครับ แล้วพอเจอทีหรือได้เข้า โอ้ย สบายอย่างบอกไม่ถูก

· พิศมัยขึ้นมาอีกนิด: เดินทางไกลกลางแสงแดดจ้า หิวน้ำมากๆ … ความรู้สึกตอนได้ทานน้ำเย็นๆน่ะสดชื่นกว่าตอนปกติเวลาดื่มน้ำตอนที่นั่งๆนอนๆกระดิกเท้าอยู่ในห้องแอร์เป็นไหนๆ

· พิศมัย?: ถ้าคนที่เคยมีแฟน ให้ลองสังเกตุตอนที่ทะเลาะกันหนักๆจนเกือบจะเลิก แต่ตอนหลังมาปรับความเข้าใจดีกันได้ใหม่ ความรู้สึกตอนนั้นจะดีมากๆ

 

ข้อสาม: เหตุผลอธิบายได้ง่ายๆก็คือว่า กรณีแรกยังไม่เกิด อัตตา ว่าเป็นของเรา แต่ในกรณีหลังการที่ได้อะไรมาแล้ว คนเรามักจะเริ่มรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ (ยกเว้นพระชั้นโสดาบันขึ้นไปซึ่งก็คงมีอยู่ไม่กี่คน ) ถ้าของสิ่งนั้นถูกดึงออกไปจากตัวเรา ปฏกริยาการต่อต้านจะรุนแรงมาก เพราะมีกิเลสที่ยึดติดเป็นเชื้อเพลงให้นั่นเอง.. ตัวอย่างง่ายๆก็ดูเหตุการณ์ 6 ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ ที่เกิดปฏิกริยาต่อต้านของคนอย่างแรงเมื่อรู้สึกว่าสิทธิเสรีภาพที่เคยมีเคยได้นั้นเสียไป

ถ้าสังเกตุดีๆจะสามารถแยกองค์ประกอบของตัวอย่างในข้อสองอย่างคร่าวๆได้ว่า…

 

· เคยมี (หรือไม่ก็ ยังไม่มีความต้องการ)

· ถูกดึงออกไป (จากมีเป็นไม่มีทำให้เกิดความต้องการขึ้นแต่ไม่สามารถสนองความต้องการได้)

· ได้กลับมา (สนองความต้องการ)

· รู้สึกมีความสุข มากกว่าตอนปกติ?

 

ต้องรู้สึกถึงความเจ็บปวด การขาดอะไรซักอย่าง ถึงจะทำให้เข้าถึงความสุขที่มากกว่าปกติ? โรคจิตชะมัดคนเราเนี่ย…

ถ้าอธิบายในทางพุทธศาสนาคำว่าอัตตาก็คงเป็นคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผล แต่ถ้าเราเชื่อในพระเจ้า ผมว่าพระเจ้าคงโรคจิตพอดูที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาเป็นแบบนี้

 

หลายสิ่งหลายอย่างในโลก (หรือนอกโลก) มันไม่ได้มีจุดวัดตายตัว แต่ต้องวัดเปรียบเทียบกับบรรทัดฐานอื่น ซึ่งแต่ละคนก็คงไม่เหมือนกัน คนที่ไม่เคยมีแฟนมาสิบปีเวลามีแฟนทีคงดีใจมากกว่าคนที่มีแฟนมาหลังจากเลิกกับแฟนคนเก่าไปได้ไม่นาน พลทหารสองคน คนหนึ่งสมัครเป็นด้วยความสมัครใจ กับอีกคนจำใจต้องเป็นเพราะจับได้ใบแดง เป็นพลทหารเหมือนกันแต่ความพอใจความภูมิใจไม่เท่ากัน….

 

::Push & Pull model::

 

 

อันนี้ไม่ได้คิดเอง แต่มีคนสอนมา…. คงเคยเห็นสปริงใช่ไหมครับ สปริงในขนาดปกติอยู่ในความสมดุลก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่เราดึงสปริงออกมาแล้วปล่อยมือสปริงก็จะเด้งกลับ ยิ่งดึงสปริงออกมามากเท่าไหร่ เวลาปล่อยมือสปริงก็จะยิ่งดีดกลับแรงเท่านั้น (แต่ถ้าดึงสปริงออกมาถึงจุดๆหนึ่งสปริงอาจจะขาดได้ หรือไม่สปริงก็อาจจะยาน.. เพราะฉะนั้นเวลาดึงก็ต้องรู้ข้อจำกัดของสปริงนั้นๆด้วย ) คิดออกไหมครับว่าเรื่องสปริงนี่เกี่ยวอะไรกับองค์ประกอบที่แยกไว้ที่พูดไปตอนแรก?

 

แล้วเกี่ยวกับเรื่องของการทำตัวลึกลับยังไง?

ง่ายๆก็คือการสร้าง tension แล้วก็ release ถ้ายิ่ง “ดึง” นาน หรือ “ดึง” แรงเท่าไหร่ ปฏิกริยาตอนปล่อยก็รุนแรงเท่านั้น สูตรสำเร็จของ…

 

· มุขตลก: แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกที่ทำให้คนฟังเกิดความอยากรู้ความสนใจหรือการคาดคะเน ส่วนที่สองคือ ส่วนเฉลยหรือpunch lineที่ออกมาเหนือความคาดหมายของผู้ฟัง

· ละคร, หนัง: สร้างความตึงเครียดขึ้นระหว่างตัวละคร เช่น พระเอกนางเอกเกลียดขี้หน้ากัน แล้วมารักกันตอนหลัง, เกิดอุปสรรคขึ้นแต่ตัวละครก็ฟันฝ่าไปได้ สำหรับละครน้ำเน่าชอบเอารอยต่อปลายสุดของ tension ที่ทิ้งปริศนาไว้ด้วยไปไว้ตอนจบของตอน แล้วไป releaseตอนหน้า (ติดกันงอมแงมอีกตามเคย)

· ยาเสพติด: ฟรีก่อนตอนแรก พอติดแล้ว คราวนี้ก็ต้องจ่ายตังซื้อ

· โกรธ: เวลาโกรธกันแล้วอีกฝ่ายนึงนิ่งๆเนี่ยก็ใช่ ลองนึกดูนะครับว่า สิ่งไหนที่เคยมีแล้วโดนดึงออกไปในกรณีนี้?

· มารยา: ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย sending mix signal นี่ก็เข้าข่าย, โทรหาทุกวัน แล้วหายเงียบไปสองสามวัน ทำให้อีกฝ่ายคิดถึง นี่ก็ใช่ lol…

 

มีเพื่อนผู้หญิงมาถามหลายคนให้สอนวิธีจีบผู้ชายให้หน่อย ผมตอบไปว่าถ้ารู้วิธีเนี่ยไม่ต้องไปจีบ เดี๋ยวอีกฝ่ายเข้ามาเอง ซึ่ง push & pull นี่ก็เป็นวิธีหนึ่งนอกเหนือจาก Mystery และที่จะเขียนที่หลังอีกสองคือ Ambiguity & Unpredictability, Qualifying and Challenging ถ้ารู้แค่สี่อย่างนี้ก็พอแล้ว ซึ่งจะว่าไปไม่ใช่ผู้หญิงจะใช้ได้ซะฝ่ายเดียว ผู้ชายก็เอาไปใช้ได้เหมือนกัน

 

::ประวัติศาสตร์::

 

Empress Josephine

 

ผู้หญิงแต่ละคนที่เอาคนระดับจักรพรรดิ์อยู่เนี่ย ไม่ใช่เพราะมีความสวยเหนือใคร อย่างCleopatra ก็ไม่ได้สวยที่สุดในสมัยนั้น แต่เพราะผู้หญิงเล่านั้นมีความสามารถที่จะดึงผู้ชายอยู่นั่นเอง แล้วก็ทำให้ผู้ชายรู้สึกได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนใครและก็ไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้

 

Josephine ตอนที่พบกับนโปเลียนนั้นอายุก็ 33เข้าไปแล้ว แถมเป็นแม่ม่ายอีกต่างหาก นโปเลียนตอนนั้นอายุยี่สิบหก เธอมาชวนนโปเลียนไปงานเลี้ยงของเธอนั่นเอง ถึงแม้ว่าในงานเลี้ยงจะมีผู้หญิงที่สวยกว่าJosephineอยู่มากมาย แต่Josephineก็เป็นผู้ที่ถูกรุมล้อมโดยข้าราชการขั้นสูง กวี นักเขียน นักปราชญ์มากที่สุดอยู่ดี นัยว่าบุคลิคของเธอนั้นดูประหนึ่งเหมือนนางพญา แต่ระหว่างงานเลี้ยงนั้นก็จะมีหลายครั้งที่Josephineปลีกตัวเข้ามาคุยกับนโปเลียนบ่อยๆ…

 

นโปเลียนเริ่มไปงานเลี้ยงของเธอบ่อยขึ้น บางครั้งเธอก็จะแกล้งเป็นไม่สนใจ แต่หลังจากนั้นเธอก็จะเขียนจดหมายหวานๆไปให้นโปเลียน จุดที่เป็นรุกฆาตของเธอก็คือ ในงานเลี้ยงครั้งหนึ่งเธอให้ความสนใจกับหนุ่มอีกคน (ซึ่งมีฐานะและอะไรหลายๆอย่างที่สูงกว่านโปเลียน) เท่ากับที่ให้ความสนใจกับนโปเลียน ด้วยความอิจฉาหรือรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียไป ทำให้นโปเลียนรีบรุกฆาต จนในที่สุดก็ได้แต่งงานกับ Josephine หารู้ไม่ว่าเธอหมายตานโปเลียนมาตั้งแต่แรกแล้ว

 

หลังจากนั้นนโปเลียนต้องไปรบกับพวกออสเตรีย เขาเขียนจดหมายพยายามขอให้เธอมาหาเขาอยู่หลายครั้ง แต่เธอก็เขียนตอบแบบเย็นชาๆ จนกระทั่งเธอยินยอมเดินทางมาพบเขา แต่ในระหว่างทางเกิดโดนศัตรูสกัด ทำให้เธอต้องหลบไปอีกเมืองหนึ่ง ทำนโปเลียนเคืองขุนพลของฝ่ายตรงข้ามที่ชื่อ Wurmser อย่างเอาเป็นเอาตาย สงสัยว่าที่รบชนะคราวนั้นก็เพราะความเคืองตรงนี้นี่แหละ Josephine ยังหลบนโปเลียนอยู่อีกหลายครั้ง จนกระทั่งเธอยอมมาเจอนโปเลียน แต่นโปเลียนโกรธเธอไม่ลงหรอกครับ ลองคิดดูเองว่าเพราะอะไร

 

มองออกไหมครับว่าตรงไหน push ตรงไหน pullบ้าง? อาจจะเห็นว่านโปเลียนดูเหมือนไม่รู้อะไร แต่คนระดับนั้นเป็นขุนพลคิดหรอครับว่าจะมองเกมส์ที่อีกฝ่ายเล่นไม่ออก ต่อให้มองออกแต่ถ้าอีกฝ่ายใช้มารยาเป็น มีสไตล์ และเหมาะกับโอกาส จักรพรรดิ์ยังไปไหนไม่รอดเลย (นโปเลียนก่อนตายยังเรียกชื่อเพ้อถึง Josephine อยู่เลย *) อย่าว่าแต่คนธรรมดา… บางคนอ่านแล้วอาจจะไม่เชื่อ.. อันนี้ต้องเจอกับตัวเองครับถึงจะรู้ คนเขียนนี่เจอกะตัวเองมาแล้ว..

 

*ก่อนตายแล้วไม่ทำใจให้สงบแบบนี้ ต้องไม่สู่สุขคติแน่ๆ ป่านนี้นโปเลียนคงกำลังปีนต้นงิ้วหรือนั่งอาบน้ำในกระทะทองแดงซักที่ใดที่หนึ่งในนรก

 

::วรรณกรรม::

 

 

เรื่องนี้มาจากนิยายชื่อ Woman and Puppet by Pierre Louys ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเรื่องจริงของหนังสือประวัติชีวิตของคาสาโนว่าในตอนที่ชื่อว่า Miss Charpillon ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้โหดกว่า Josephineซักสิบเท่าได้

 

[ยังเขียนไม่เสร็จ อีกพักใหญ่ๆมาเล่าต่อครับ]

 

::ไม่ใช่ทุกคนจะรู้::

 

ถ้าจะให้เปรียบเทียบสิ่งที่พูดมากับเรื่องโจรก่อนหน้านั้น โจรกระจอกก็ทำตัวเหมือนดึงอีกฝ่ายเข้าหาอย่างเดียว ส่วนโจรห้าร้อยก็ทำเหมือนพยายามผลักอีกฝ่ายออกไปอย่างเดียว

 

การดึงเหมือนกับการพยายามทำดีด้วย การผลักก็คือการพยายามสร้างความเจ็บปวดให้อีกฝ่าย ซึ่งการดึงและการผลักนั้นมีความสำคัญพอๆกัน เพราะว่าการที่เราผลักใครออกไป ในขณะเดียวกันเราก็สร้าง “ระยะห่าง” ที่จะใช้ดึงอีกฝ่ายเข้ามาเหมือนกัน วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ทั้งผลักและดึงในเวลาเดียวกัน ในแรงผลักแฝงแรงดึง และในแรงดึงแฝงแรงผลักอยู่ในตัว

 

1. Guilty Conscience

2. Emotional Roller Coaster

3. Revealing & Concealing

4. Good cop/bad cop

5. Intentional Undermining

 

listไว้ให้อยากรู้เล่นเฉยๆ ไม่เขียนให้อ่านหรอก LOL

 

-----------------------------------

 

::ทิ้งไว้ให้คิด:: ถ้าการผลักออกแล้วดึงเข้า หรือดึงเข้าแล้วผลักออกทำให้อีกฝ่ายมีความสุขมากกว่าเดิม หรือว่า ทำให้อีกฝ่ายไม่เห็นเราเป็นของตาย เราควรจะทำร้ายหรือว่าแกล้งอีกฝ่าย เพื่อความสุขของอีกฝ่าย และ ตัวเราเองหรือไม่?

 

-----------------------------------

 

::สวนกระแส:: วันนี้คุณแกล้งคนที่คุณรักแล้วหรือยัง?

 

-----------------------------------

Ps.

1. เรื่องของ Josephine กับ chonchita ย่อมาจากหนังสือเล่มนึง แต่ไม่บอกว่าเล่มไหน

2. เรื่อง push & pull นี่มาจากอีกที่นึงซึ่งก็ไม่บอกอยู่ดีว่าเล่มไหน :P

3. ขณะกำลังเขียนได

 

ดอกกุหลาบแพง: เราเข้าไปอ่านไดเทอย้อนหลังมาอ่ะ
ไปป์: แล้ว..?
ดอกกุหลาบแพง: โกหกนี่น๊า
ไปป์: โกหกยังไง
ดอกกุหลาบแพง: อยู่LAไม่ใช่หรอ
ไปป์: ใช่ครับ
ดอกกุหลาบแพง: อ้าว
ไปป์: แล้วโกหกตรงไหนล่ะ
ดอกกุหลาบแพง: แล้ววันนั้นบอกเราอยู่แคลิฟอร์เนียอ่ะ
ดอกกุหลาบแพง: โกหกๆๆๆ
ไปป์: โถ่หนู
ไปป์: *มองด้วยสายตามองเด็กน้อย*
ดอกกุหลาบแพง: แป๋ว
ไปป์: Los Angeles เป็น county เหมือนแบบอำเภอหนึ่ง ของ California
ไปป์: 55

 

 


เพลงประกอบละครจุฬา: แสนหวาน


ตัวกวน
14 ก.พ. 2548 เวลา 14:30 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< ลึกลับ Push & Pull II >>

คุณแกล้งคนที่คุณรักแล้วหรือยัง?
5555 เรียบร้อยไปแล้ว

ถ้ารู้จักดึงและผลักให้ถูกจังหวะก็มักจะมีอะไรดีๆๆเกิดขึ้นซะเสมอนะ อย่างเรื่องความรัก ดึงกะผลักสำคัญน้า

black angie
 
ip : 203.144.210.3
14 ก.พ. 2548 เวลา 14:40 น.




ต้องรู้สึกถึงความเจ็บปวด การขาดอะไรซักอย่าง ถึงจะทำให้เข้าถึงความสุขที่มากกว่าปกติ? โรคจิตชะมัดคนเราเนี่ย…

>> เพื่อนที่เรียนจิตวิทยา วันก่อนมันบอกว่า Sadisme, c'est le comportement naturel de l'etre humain,

แปลได้ว่า ซาดิสม์ เป็นพฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ lol

:: La MiSanThroPe ::
 
ip : 82.233.116.193
14 ก.พ. 2548 เวลา 15:13 น.

อะไรก้อตามที่ตึงไปหรือหย่อนไปมะเคยดีหรอกค่ะ เดินทางสายกลางน๊า...

น้องปลากะพี่โอ.สมาคมไดหวานเจี๊ยบ
 
ip : 203.146.12.114
14 ก.พ. 2548 เวลา 16:15 น.

อธิบายเรื่องนี้ได้ง่ายๆในมุมของนักจิตวิทยา อิอิ

ทฤษฎี Opration ของ Skinner

เรื่องการใช้ Reinforcement

Interval & Retio มีผลต่อการตอบสนองค่ะ

แปลง่ายๆว่า ของที่เคยเป็นของเรา...เมื่อไม่ใช่ของเราแล้วมีแนวโน้มจะเกิด Extinction สูง

ในขณะที่ของที่ไม่เคยเป็นของเรา แต่เราได้เป็นเจ้าของเป็นครั้งเป็นคราว...อันนี้ละ สำคัญนักเชียว หุหุ

งานนี้ หลงแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยละ

ข้อ3. เข้าข่ายนะเนี่ย

• MarroN CreaM •
 
ip : 203.209.78.138
14 ก.พ. 2548 เวลา 16:51 น.

พูดอีก ก็ถูกอีก พูดอะไร มันก็ใช่ไปหมด

เลือดซิบทุกวันเลยหนู

จริงๆ อ่านไม่เก็ทเท่าไหร่ (หนูโง่อ่ะ อิอิ)

เพราะเบลอ หรืออะไรไม่ทราบสาเหตุ

แต่พอคิดเข้าทฤษฎีมาร์เก็ต

ก็เลยพอแถๆไถๆไปได้ แฮ่ๆ


หมูกระเทียม
 
ip : 203.209.103.58
14 ก.พ. 2548 เวลา 17:20 น.

ช่างเล่นกับความรักจริงๆเลยค่ะ...
เจอคนแบบนี้ปวดหัว ปวดหัว...ตามไม่ทันหรอก เฮ้อ...

© แม่ญิ๋งกางจ้อง
 
ip : 61.91.143.123
14 ก.พ. 2548 เวลา 17:25 น.

Happy Valentine's day ka..

ปล.. เม้นไม่ออก บอกไม่ถูก แต่อยากเม้น หุๆ

Pinky Amiko
 
ip : 202.28.180.201->10.19.1.107
14 ก.พ. 2548 เวลา 18:03 น.

อ่านแล้วนึกถึง Magnetic Theory ..
เปรียบเหมือนคนเราเป็นแท่งแม่เหล็ก มีทั้งขั้วเหนือขั้วใต้อยู่ในตัวคนเดียวกัน .. การจะเอาขั้วไหนมาใช้ก็ขึ้นอยู่สถารณ์การ ถ้า push มากเกินไป "ความใกล้" ก็คงไกลเกินจริง ถ้า pull มากเกินไป "ความลึกลับน่าค้นหา" ก็คงจะหายไป (จนทำให้เกินการ push อย่างแรงๆ ในเวลาต่อมา) .. นอกจากจะต้องดูความต้องการของตัวเองแล้ว ความต้องการของฝ่ายตรงข้ามก็สำคัญ .. ถ้าเราตั้งใจจะ pull แต่ฝ่ายตรงข้ามดันหันขั้วผิด ไปจากที่เราคิดไว้ซะนี่ .. จาก pull ก็จะกลายเป็น push โดยปริยาย ..

Too much physics theory? :P

Anyway , Jcrra Xcngpvkpgu Fca :)

[ Tib_bar ] ip : 203.118.93.248
14 ก.พ. 2548 เวลา 18:40 น.

สารภาพหน่อยนึงว่า ... ไม่ได้อ่านทุกคำ .. แต่ว่าอ่านหมด และคิดว่าเก็ท (ปูนนี้แล้วนี่) ช่วงนี้อู้อะไรๆมาหลายวัน ต้องมุงานก่อนนะคะ .. อิอิ หวังว่า นายหมีไต่เสาคงสบายดีนะคะ (ก็น่าจะอะนะคะ เขียนไดไม่เจ็บไม่ไข้เหมือนคนอื่นเค้า อิอิ)

เรื่องแพ นั่น ขอบอกว่าถ้าสิ่งที่ต้องการคือความสงบ ไร้ซึงสิ่งรบกวน อิอิ ปลีกวิเวกแบบโรแมนติกนิดนึงนะ .. คุ้มสุดๆคะ .. ค่าแพ 4000ต่อคืน ปกตินอนกันได้ 20กว่าคน ไปกัน สองคนก็น่าจะโล่งๆดี อิอิ แต่ถ้าพาเพื่อนๆไปด้วยก็เฮฮาคะ คนอยากเล่นน้ำก็เล่นไป ตกปลาก็ตกไป อ่านหนังสือก็อ่านไป ขนเครื่องมือทำโฮมสปาไปด้วยก็ฉ่ำโบ๊ะ อิอิ

เมื่อไหร่จะไปก็บอกได้นะคะ จะแนะนำให้ ไปก็ง่าย แล้วก็คนน้อย แต่ปลอดภัย แบบว่าประทับใจสุดๆ :P



aoministry
 
ip : 202.5.88.142
14 ก.พ. 2548 เวลา 18:54 น.

ปล. เออ .. จะบอกอะไรหน่อยนึงคะ .. คนส่วยใหญ่ไอ้พวกเรื่องทฏษฎีทั้งหลายแหล่นะ .. ถึงเวลาเจอคนที่ต้องเจอ ต้องเป็น ต้องบ้า ต้องบอ .. ความรู้ท่วมหัวก็เอาตัวไม่รอดหรอกคะ ... but it is all part of the fun isn't it? .. some cool sis told me once .. .. that you will find "pleasure" even in the "ouch"... when u fall in love ...

absofvckinglutely true.. and .. in the end .. all those feelings would made life worth living ..


oh .. sorry .. it turns eng. ka - -'

aoministry
 
ip : 202.5.88.137
14 ก.พ. 2548 เวลา 18:58 น.

อ่านเรื่องของ Napoleon กับ Josephine แล้วนึกถึง Anne Boleyn กับ Henry VIII ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ แต่อาจจะเป็นตัวอย่างของการเดินเกมพลาดไปนิดเดียว.. Too much 'push' can kill.

ปล. อ่านบทสนทนาแล้วฮามาก :D ฉันไม่ค่อยกล้าบอกใครว่าอยู่ NY ค่ะ ปกติจะบอกว่าอยู่ห่างจาก NYC 4 ชั่วโมง

- XTreme -
 
ip : 69.202.72.131
14 ก.พ. 2548 เวลา 21:54 น.

อืม .. บางทีถ้าดึงมากไปอะไรๆอาจจะขาดผึงได้โดยไม่รู้ตัว .. แต่ก็นะ .. จะเล่นเกมส์ก็ต้องวางแผนก่อนเล่นดีๆ จริงมั๊ยคะ? (ซึ่งฉันว่าก็ต้องใช้ความสามารถและประสบการณ์ส่วนตัวพอควร)

ป.ล. เห็นรูป Josephine .. แล้วนึกถึง jigsaw รูปเธอกับนโปเลียนที่เคยต่อ .. ในรูป (จำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ) .. แต่จำหน้า Josephine ได้ติดตา .. สองหมื่นชิ้นต่ออยู่นาน lol

อีก ป.ล. อืม .. สงสัยเหมือนกันนะว่า Josephine นี่จะเคยรักนโปเลียนจริงๆมั๊ย .. หรือแค่อยากเอาชนะ .. หรือแค่อยากได้ ..


Alynn
 
ip : 82.35.42.101
15 ก.พ. 2548 เวลา 00:10 น.

>>> ซะงั้นอ่ะ คนเรา

>>> ไม่เคยเม้นแต่วันนี้อดไม่ได้ คนเรามีประจานอีก แค่นี้ก็สุดจะอายแล้วนะเนี้ย กรุณาอย่าเอาความไม่รู้ของนู๋มาป่าวประกาศซิค่ะ


>>> นี่ก็โดนอีกดอกเป็น4แล้ว แลกอะไรได้นอกจากกุหลาบเหี่ยวๆ

[ ดอกกุหลาบแพง ] ip : 202.133.176.229
15 ก.พ. 2548 เวลา 00:10 น.

^^" ไม่มีใครให้แกล้ง ไม่มีใครให้ทะเลาะ ไม่มีใครให้ปรับความเข้าใจ ^^"

Teresa
 
ip : 61.90.92.190
15 ก.พ. 2548 เวลา 01:44 น.

ชอบ frente ครับ .. เพราะดี .. เพลงนี้มีความหลัง....เฮือก>> เอาเพลงนี้มาลง(ถึงจะไม่เข้ากับเนื้อหาไดก็ตาม) เพราะมีความหลังเหมือนกันค่ะ .. เฮือก (ด้วยคน) :>

Alynn
 
ip : 82.35.42.101
15 ก.พ. 2548 เวลา 03:36 น.

555

*มองด้วยสายตามองคนเจ้าเล่ห์

วันนี้คุณมีคนรักให้แกล้งแล้วหรือยัง??

กำลังถามตัวเองอยู่ค่ะ - -"

jaoying
 
ip : 203.150.217.116->203.113.51.100
15 ก.พ. 2548 เวลา 09:38 น.

เม้นท์ไม่ถูกอ่ะ..

แต่เชื่อว่าเวลาอยู่ด้วยกันก็เฉยๆ เหมือนไม่มีค่า หายไปถึงจะเสียดาย

ในความสัมพันธ์แล้วคงต้องมีทั้งดึงและผลัก อาจจะไม่ถึงกับผลัก แต่ไม่ดึงจนตึงเกินไป ไม่งั้นเด้งออกมาไม่เป็นท่า

~*hOnEy Be*~ i WaNnA bE oK!
 
ip : 210.1.11.11
15 ก.พ. 2548 เวลา 10:00 น.

คนเรามักจะรู้คุณค่าของสิ่งใดก็ต่อเมื่อเสียมันไป

:)

เคยเจอมากับตัว

กว่าจะรู้ว่ารักเค้ามากแค่ไหน ก็ตอนที่ไม่มีเค้าแล้ว

><"

----------------------------------------------

หุหุ แกล้งคนที่รักแล้วหล่ะ เอิ้กกกสสส์

จริง ๆ ก็ชอบแกล้งทุกวันหล่ะ หุหุ -"-

 Expression of Love *
 
ip : 203.150.202.226->172.16.21.100
15 ก.พ. 2548 เวลา 10:49 น.

หนึ่ง
เพลงน่ารักมากค่ะ

สอง
เคยอ่านหนังสือเรื่องบันทึกลับของ
โจเซฟฟิน เมื่อ ประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว กะลังสงสัยอยู่ว่าแนวคิดอะไรหลายๆอย่างในหนังสือเล่มนี้ ทำให้นายเป็นนายในหลายๆมุมของทุกวันนี้อ๊ะป่าว

ฮี่

(เข้าข้างตัวเองค่ะ สวย เริ่ด เชิด หยิ่ง มีแต่ละอย่างแค่พอดี พอดี ไม่ได้ ที่สุดในโลกของทุกอย่าง เหอเหอ)

สวัสดีวาเลนไทน์ค่ะ

9.
 
ip : 69.241.234.15
15 ก.พ. 2548 เวลา 11:40 น.

lol

dear khun tua guan,

กองไม่กอง ไม่รู้แหละค่ะ แต่ว่า เค้าก็เร่ิมมีอะไร แผลงมาให้นายตกใจมั่งแล้วล่ะค่ะ

และ

แอบมั่นใจว่าไม่มีใครไม่รักนายเลยตอนที่คบกันอยู่ เหอเหอเหอ คิกคัก ถูกใจตัวเอง

อ้วกได้ค่ะ

อนุญาต

9.
 
ip : 69.241.234.15
15 ก.พ. 2548 เวลา 13:32 น.

พี่ตัวกวนจ๋าไดอารี่พี่นี่มีสาระมากเลยอ่ะ ชอบๆ

:+: MaueY MaueY:+:
 
ip : 202.44.135.35->unknown
15 ก.พ. 2548 เวลา 15:34 น.

อ่านแล้วก็ทำให้รู้สึกว่า

การแกล้งคน ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ 555

พอเวลาเราแกล้งกันไป แกล้งกันมา
ก็สนิทกันมากขึ้น

(ต้องเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงนะ ไม่งั้นคงได้มองหน้ากันไม่ติดแน่ 555)


Holywater
 
ip : 202.28.180.201->10.19.1.109
15 ก.พ. 2548 เวลา 19:03 น.

I love this one, i feel like u points today are very ligitimatedly projected.

1. Guilty Conscience

2. Emotional Roller Coaster

3. Revealing & Concealing

4. Good cop/bad cop

5. Intentional Undermining
***********

Don't u think I'm gonna ask u??? u just told me that people อยากรู้อยากเหน so don't push me and just leave it here. ;)

andromeda
 
ip : 61.91.91.86
15 ก.พ. 2548 เวลา 19:40 น.

อืม กฏของฮุค มันเอาไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันเยี่ยงนี่เอง 555

ปัจฉิมลิขิต

1. ชื่อหัวข้อ ยังกับสติกเกอร์ที่เขาแปะหน้าประตู

2. บทสนทนาใน ps. ฮามั่ก ๆๆๆ

[ sherry ] ip : 152.78.72.77
15 ก.พ. 2548 เวลา 20:27 น.

ผู้หญิงนี่มารยาร้อยเล่มเกวียนนะ

แต่ผู้ชายบางคน มีหลายเล่มเกวียนกว่าอีก 555

ก่อนที่เราขะชอบโทนี่ เราชอบคนอื่นอยู่ เป็นสวีดิชเหมือนกันนั่นแหละ เจอกันที่เมืองไทย พอรู้จักโทนี่ ก้อคุยกันจนแบบ รู้สึกดี แต่ตอนนั้นยังไม่คิดอะไรมาก

จนวันนึงโทนี่มันเขียนเมลล์มาหาหลังคุยกันเสร็จ เราก้อไปทำงาน เช็คเมลล์ที่ทำงานดู ก้อเจอเมลล์โทนี่ เขียนประมาณว่า อยากให้สมหวังกับ Danny (คนนั้นอะ) แล้วก้ออีกเยอะเลย ..... แบบ พออ่านจบก้อเลยรู้ตัวว่าชอบโทนี่มากกว่าแล้ว เลยบอกชอบมัน สรุปเราบอกชอบก่อน ...... ตอนหลังอีโทนี่มันมาบอกว่า มันอยากลองใจดูว่ารู้สึกยังไงกับมัน มันเลยเขียนเมลล์แบบนั้น

สรุป โดนมันหลอกให้บอกชอบก่อน ...... เวลาที่รู้สึกเหมือนเราจะเสียอะไรไปเนี่ย มันกระตุ้นต่อมอยากได้มากกว่าเดิมอีกนะ ^^"

:: K y s s a M i g ::
 
ip : 203.145.14.243
16 ก.พ. 2548 เวลา 23:44 น.

listไว้ให้อยากรู้เล่นเฉยๆ ไม่เขียนให้อ่านหรอก LOL ==>

Pull theory ?? lol...

The Confidential Diary
 
ip : 60.226.17.251
17 ก.พ. 2548 เวลา 16:41 น.

แอบมาอ่านนิดหน่อย
ของใหม่ไม่อ่านนะ มาอ่านวันนี้ 555

-- papillon --
 
ip : 61.90.74.67
19 ก.พ. 2548 เวลา 19:55 น.

I agree with every psychological logic u presented here krab...and I also agree with Xtreme...too much pushing/pulling can kill...

How to find the balance though....?

Atashi
 
ip : 165.76.174.87
22 ก.พ. 2548 เวลา 11:08 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  กุมภาพันธ์
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me

เพิ่มไดอารีใน favorites