|
ลึกลับ
::ใครๆก็รู้::
1. คนเราอยากรู้อยากรู้อยากเห็น
2.
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
3. Familiarity breeds contempt
อะไรที่เคยชิน หรือ คุ้นเคย ทำให้น่าเบื่อ
ขาดจินตนาการ
ข้อแรก: คนเราน่ะ
ความอยากรู้อยากเห็น มันคงซึมเข้าไปในDNAซะแล้ว
ซึ่งจริงๆจะว่าไปมันก็ถือเป็นจุดแข็งของมนุษนย์อย่างนึงก็ได้
เพราะว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็นส่วนที่ผลักดันมนุษย์ชาติให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
แต่จุดที่แข็งที่สุดก็เป็นจุดที่อ่อนที่สุดเหมือนกัน
ถ้ารู้จักใช้วิธี
ข้อสอง: เป็นผลพวงจากข้อแรก อะไรที่ห้าม จะทำให้เกิดข้อแรก
คืออยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก
อีกนัยหนึ่งการห้ามเป็นการทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น
ไม่งั้นอีฟคงไม่ไปเด็ดลูกแอปเปิ้ลมากินหรอก
นอกเหนือจากการห้ามแล้วก็มีอีกหลายวิธีที่ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน
เช่นเปิดแต่เปิดไม่หมด
ผู้หญิงใส่ชุดวาบหวิวดูน่าสนใจกว่าผู้หญิงเดินโป๊มาเลย
เพราะทำให้คนดูต้องจินตนาการว่าไอ้ที่อยู่ใต้ผ้านั่นมันเป็นยังไง
. (สงสัยเพราะอย่างงี้หนังโป๊ญี่ปุ่นที่เซนเซอร์ถึงยังขายออก
ฮ่ะๆ
) สรุปง่ายๆก็คือว่า
วิธีไหนก็ได้ที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถรู้ในสิ่งที่เค้าอยากรู้
ก็จะทำให้อีกฝ่ายอยากรู้
ข้อสาม: อะไรที่เห็นบ่อยๆ อะไรที่คุ้นเคย หรือ
อะไรที่เราเข้าใจทะลุปรุโปร่ง
ทำให้น่าเบื่อ
ปรากฏการนี้มีให้เห็นทั่วไป
ง่ายๆลองไปนับดูว่าเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามีกี่ชุด
จำได้เปล่าว่าเสื้อที่ใส่วันนี้สีอะไร
ถ้าเจอคนแล้วมองคนนั้นทะลุว่านิสัยยังไง
คนๆนั้นก็คงจะน่าเบื่อในสายตาเรา
หรือคนที่เป็นแฟนกันคบๆไปแล้วเบื่อเนี่ย
ลองสังเกตุไหมครับว่าเป็นเพราะความเคยชินรึเปล่า
ทำอะไรเดิมๆไม่มีอะไรแปลกใหม่
สามข้อนี้ใครๆก็รู้จริงไหมครับ
คนที่ใช้ประโยชน์จากมันเป็นเนี่ย
น้อยกว่าคนที่รู้สามข้อนี้เยอะ
อย่างที่บอกไว้ว่าอะไรที่เป็นจุดแข็งที่สุด
ก็สามารถเป็นจุดอ่อนที่สุดได้เหมือนกัน

Campbells soup by Andy
Warhal
บุคคลดังๆในอดีตก็อาศัยข้อตรงเนี้ยให้เป็นประโยชน์เหมือนกันอย่างเช่น
Andy Warhol ศิลปินที่ดังมากๆคนหนึ่ง
ก่อนที่จะดังแกได้จัดงานแสดงผลงานภาพต่างๆในแกลอรี่แห่งหนึ่ง
สิ่งหนึ่งที่Andy Warhol ต่างจากศิลปินสมัยนั้นคือ
ศิลปินสมัยนั้นจะชอบอธิบายความหมายของผลงานของตัวเอง
แต่ตาแอนดี้แกจะแบบเงียบๆ เวลาคนถามว่าทำไมถึงวาดภาพนี้
แกก็ตอบแบบเฉยๆว่า ผมชอบทานซุบ
แต่แกคงตอบแบบกั๊กๆให้รู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
ง่ายๆก็คือปล่อยให้คนจินตนาการเอาเองว่ามันมีเหตุผลอะไร
หลังจากการแสดงครั้งนั้นแกก็ดังเป็นพลุแตก
ในชีวิตของแกไม่เคยให้ใครเข้าใกล้แก หรือ เข้าใจแกได้เลย
(fifteen minutes of fame เป็นquoteของAndy
Warholนี่เอง
)
นอกเรื่อง:
ลองคิดง่ายๆละกันครับว่านายกที่ให้สัมภาษณ์นานๆครั้งกะนายกที่ออกมาพูดๆปาวๆทุกวันเนี่ยใครจะน่าสนใจกว่ากัน
พูดถึงประวัตชีวิตคนอ่านอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่
ยกตัวอย่างอีกอย่างละกัน
หนังน้ำเน่าเป็นตอนๆ
ที่บางคนแถวนี้ติดนักติดหนา
สังเกตุรึเปล่าครับว่า ตอนใกล้ๆจบของแต่ละตอนน่ะ
มักจะมีอะไรทิ้งไว้เป็นปริศนาแล้วก็จบไปดื้อๆ
หรือหนังที่มีหลายภาคอย่างthe matrix ก็ชอบกั๊กตอนจบไว้
นั่นล่ะ
แต่คนเป็นล้านๆก็ยังติดกันงอมแงม
(เป็นวิธีmanipulationอย่างหนึง
อย่างที่เคยเขียนไว้ในเรื่อง manipulation
อย่างที่บอกว่าคนเราวันๆอยู่ๆเดินๆใช้ชีวิตไปถูกปั่นหัวไปไม่รู้กี่ครั้ง )
เคยเขียนในเรื่อง Belief ไว้ว่า
Belief อย่างนึงที่ผมมีก็คือ Dont flirt, attract
คือดึงอีกฝ่ายเข้ามาหาเอง
ถ้ารู้จักใช้วิธีก็สามารถดึงให้คนวิ่งเข้าหาเองได้
ไม่ต้องวิ่งตามให้เหนื่อย
แล้วก็ใช้ได้จริงๆด้วย
เพราะว่าโดนมากับตัวเอง แฟนเก่าเธอเก่งมากครับ
เธอมีวิธีทำให้ผมอยากรู้จนต้องเป็นฝ่ายpursueเธอเอง
---------------------------
::ไม่ใช่ทุกคนจะรู้::
ง่ายๆในส่วนนี้ก็เป็นวิธีต่างๆที่ผม
สังเกตุ อ่านมา หรือไม่ก็โดนมากับตัวเอง (เลยต้องpay the pain
forward 555) ที่ทำให้คนอยากรู้.. มาพร้อมตัวอย่าง
1. อ่อลืมไป
วันนี้เขียนเรื่องทำตัวลึกลับ ตัวอย่างแรกก็คือ
กั๊กวิธีที่รู้มาของsectionนี้ซ่อนไว้
ฮิ้วววววววว
[private]
---------------------------
::ถามตอบ::
Q:
ถ้าใช้แล้วแต่อีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจล่ะ
A: พิจราณาตัวเองครับ 1.
ว่าเรื่องนั้นอีกฝ่ายเค้าอยากรู้จริงๆรึเปล่า 2.
ทำให้อีกฝ่ายอยากรู้มากพอรึเปล่า
เพราะว่าถ้าเค้าอยากรู้จริงๆเดี๋ยวเค้าก็หาวิธีเอง
ถ้าเค้าไม่อยากรู้มากพอบอกไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดีจริงไหมครับ?
(กั๊กต่อไป)
.
ส่วนวิธีที่อีกฝ่ายจะใช้ก็แล้วแต่
. ตื้อ? งอน?
แกล้งทำเป็นไม่สนใจ? หาวิธีมาหลอกล่อ?
กั๊กกลับบ้าง?
Q:
การทำตัวลึกลับมีประโยชน์อย่างอื่นอีกรึเปล่า
A:
1.
ใช้เป็นวิธีทดสอบอีกฝ่ายได้ว่าเป็นคนใจเย็นรึเปล่า
ถ้าเป็นคนใจเย็นก็จะไม่โมโหง่ายๆ
2.
ทดสอบว่าเป็นคนฉลาดรู้จักใช้จินตนาการรึเปล่า คือแทนที่จะตื้อ
ก็ดูดิ๊ว่าจะหาวิธีอื่นมาง้างปากไหม
3. ถือไพ่เหนือกว่า
Q:
อย่างงี้แสดงว่าคุณไม่ดูหนังน้ำเน่าล่ะสิ
A:
พยายามไม่ดูเพราะรู้ว่าดูไปเดี๋ยวก็ต้องโดนทำให้อยากรู้อยู่ดี
เพราะว่าผมคิดว่า
ความอยากรู้อยากเห็นเนี่ย..มันฝังลึกในสายเลือดของทุกๆคนน่ะแหละ
เพราะฉะนั้นถึงแม้จะรู้ว่าถูกทำให้อยากรู้
จะมีซักกี่คนที่สามารถห้ามใจได้
Q:
แต่ถ้าคนเราคบกันเป็นแฟนมีอะไรก็ควรจะเปิดเผยไม่ใช่หรอ
A: ควรจะเปิดเผยครับ
อย่างเช่นเรื่องของความรู้สึก
หรืออะไรที่มันเป็นปัญหาที่ต้องคุยกัน
แต่
.เรื่องอื่นที่มันไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ก็ไม่เห็นจะต้องเปิดเสมอไป
อยากเป็นของตายรึเปล่าล่ะ? อย่างแฟนที่คบอยู่
เค้าก็ไม่ได้บอกอะไรซะทุกอย่าง
ซึ่งผมว่าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยมีเวลาค้นหาเรียนรู้กันไปอีกตั้งนาน
ไม่เบื่อดีด้วย
Q: แล้วที่เขียนๆมาเนี่ย
ไม่สวนทางกับที่เขียนวันนี้หรอว่าควรทำตัวลึกลับบ้าง
เพราะว่าบอกtrickไปเยอะนี่
A: lol..กั๊กไปเยอะแล้ว
อันที่เหนือชั้นจริงๆก็ไม่คิดจะเอามาเขียนหรอก
คงเขียนเก็บไว้คนเดียว
----------------------
Ps.
1. รู้นะว่าอยากรู้ว่ากั๊กอะไรไว้บ้าง
แต่เอ๊ะ สูตรใครก็สูตรใครสิ
คิดเองบ้างสมองจะได้ไม่เป็นอัลไซเมอร์ตอนแก่
2.
ใครที่คุยๆเอ็มกันอ่านวันนี้แล้วอาจจะร้องอ๋อ
ว่าโดนแกล้งให้อยากรู้ไปหลายที 55555
:P
Paris Combo: Fibre De
Verre
ตัวกวน 11 ก.พ. 2548 เวลา 13:02 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |