ลึกลับ

::ใครๆก็รู้::

1. คนเราอยากรู้อยากรู้อยากเห็น

2. ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

3. Familiarity breeds contempt – อะไรที่เคยชิน หรือ คุ้นเคย ทำให้น่าเบื่อ ขาดจินตนาการ

 

ข้อแรก: คนเราน่ะ ความอยากรู้อยากเห็น มันคงซึมเข้าไปในDNAซะแล้ว ซึ่งจริงๆจะว่าไปมันก็ถือเป็นจุดแข็งของมนุษนย์อย่างนึงก็ได้ เพราะว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็นส่วนที่ผลักดันมนุษย์ชาติให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ แต่จุดที่แข็งที่สุดก็เป็นจุดที่อ่อนที่สุดเหมือนกัน ถ้ารู้จักใช้วิธี…

 

ข้อสอง: เป็นผลพวงจากข้อแรก อะไรที่ห้าม จะทำให้เกิดข้อแรก คืออยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก อีกนัยหนึ่งการห้ามเป็นการทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น ไม่งั้นอีฟคงไม่ไปเด็ดลูกแอปเปิ้ลมากินหรอก นอกเหนือจากการห้ามแล้วก็มีอีกหลายวิธีที่ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน…เช่นเปิดแต่เปิดไม่หมด ผู้หญิงใส่ชุดวาบหวิวดูน่าสนใจกว่าผู้หญิงเดินโป๊มาเลย เพราะทำให้คนดูต้องจินตนาการว่าไอ้ที่อยู่ใต้ผ้านั่นมันเป็นยังไง …. (สงสัยเพราะอย่างงี้หนังโป๊ญี่ปุ่นที่เซนเซอร์ถึงยังขายออก ฮ่ะๆ ) สรุปง่ายๆก็คือว่า วิธีไหนก็ได้ที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถรู้ในสิ่งที่เค้าอยากรู้ ก็จะทำให้อีกฝ่ายอยากรู้

 

ข้อสาม: อะไรที่เห็นบ่อยๆ อะไรที่คุ้นเคย หรือ อะไรที่เราเข้าใจทะลุปรุโปร่ง…ทำให้น่าเบื่อ ปรากฏการนี้มีให้เห็นทั่วไป… ง่ายๆลองไปนับดูว่าเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามีกี่ชุด จำได้เปล่าว่าเสื้อที่ใส่วันนี้สีอะไร ถ้าเจอคนแล้วมองคนนั้นทะลุว่านิสัยยังไง คนๆนั้นก็คงจะน่าเบื่อในสายตาเรา หรือคนที่เป็นแฟนกันคบๆไปแล้วเบื่อเนี่ย ลองสังเกตุไหมครับว่าเป็นเพราะความเคยชินรึเปล่า ทำอะไรเดิมๆไม่มีอะไรแปลกใหม่

 

สามข้อนี้ใครๆก็รู้จริงไหมครับ คนที่ใช้ประโยชน์จากมันเป็นเนี่ย…น้อยกว่าคนที่รู้สามข้อนี้เยอะ อย่างที่บอกไว้ว่าอะไรที่เป็นจุดแข็งที่สุด ก็สามารถเป็นจุดอ่อนที่สุดได้เหมือนกัน…

 

Campbells soup by Andy Warhal

 

บุคคลดังๆในอดีตก็อาศัยข้อตรงเนี้ยให้เป็นประโยชน์เหมือนกันอย่างเช่น Andy Warhol ศิลปินที่ดังมากๆคนหนึ่ง ก่อนที่จะดังแกได้จัดงานแสดงผลงานภาพต่างๆในแกลอรี่แห่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่Andy Warhol ต่างจากศิลปินสมัยนั้นคือ ศิลปินสมัยนั้นจะชอบอธิบายความหมายของผลงานของตัวเอง แต่ตาแอนดี้แกจะแบบเงียบๆ เวลาคนถามว่าทำไมถึงวาดภาพนี้ แกก็ตอบแบบเฉยๆว่า ผมชอบทานซุบ แต่แกคงตอบแบบกั๊กๆให้รู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ง่ายๆก็คือปล่อยให้คนจินตนาการเอาเองว่ามันมีเหตุผลอะไร หลังจากการแสดงครั้งนั้นแกก็ดังเป็นพลุแตก ในชีวิตของแกไม่เคยให้ใครเข้าใกล้แก หรือ เข้าใจแกได้เลย (“fifteen minutes of fame” เป็นquoteของAndy Warholนี่เอง…)

 

นอกเรื่อง: ลองคิดง่ายๆละกันครับว่านายกที่ให้สัมภาษณ์นานๆครั้งกะนายกที่ออกมาพูดๆปาวๆทุกวันเนี่ยใครจะน่าสนใจกว่ากัน

 

พูดถึงประวัตชีวิตคนอ่านอาจจะไม่เห็นภาพเท่าไหร่ ยกตัวอย่างอีกอย่างละกัน…หนังน้ำเน่าเป็นตอนๆ…ที่บางคนแถวนี้ติดนักติดหนา สังเกตุรึเปล่าครับว่า ตอนใกล้ๆจบของแต่ละตอนน่ะ มักจะมีอะไรทิ้งไว้เป็นปริศนาแล้วก็จบไปดื้อๆ หรือหนังที่มีหลายภาคอย่างthe matrix ก็ชอบกั๊กตอนจบไว้…นั่นล่ะ… แต่คนเป็นล้านๆก็ยังติดกันงอมแงม…(เป็นวิธีmanipulationอย่างหนึง อย่างที่เคยเขียนไว้ในเรื่อง manipulation อย่างที่บอกว่าคนเราวันๆอยู่ๆเดินๆใช้ชีวิตไปถูกปั่นหัวไปไม่รู้กี่ครั้ง )

 

เคยเขียนในเรื่อง Belief ไว้ว่า Belief อย่างนึงที่ผมมีก็คือ Don’t flirt, attract คือดึงอีกฝ่ายเข้ามาหาเอง ถ้ารู้จักใช้วิธีก็สามารถดึงให้คนวิ่งเข้าหาเองได้ ไม่ต้องวิ่งตามให้เหนื่อย… แล้วก็ใช้ได้จริงๆด้วย เพราะว่าโดนมากับตัวเอง แฟนเก่าเธอเก่งมากครับ เธอมีวิธีทำให้ผมอยากรู้จนต้องเป็นฝ่ายpursueเธอเอง

---------------------------

 

::ไม่ใช่ทุกคนจะรู้::

 

ง่ายๆในส่วนนี้ก็เป็นวิธีต่างๆที่ผม สังเกตุ อ่านมา หรือไม่ก็โดนมากับตัวเอง (เลยต้องpay the pain forward 555) ที่ทำให้คนอยากรู้.. มาพร้อมตัวอย่าง

 

1. อ่อลืมไป วันนี้เขียนเรื่องทำตัวลึกลับ ตัวอย่างแรกก็คือ กั๊กวิธีที่รู้มาของsectionนี้ซ่อนไว้ ฮิ้วววววววว

 

[private]

 

---------------------------

 

::ถามตอบ::

 

Q: ถ้าใช้แล้วแต่อีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจล่ะ

A: พิจราณาตัวเองครับ 1. ว่าเรื่องนั้นอีกฝ่ายเค้าอยากรู้จริงๆรึเปล่า 2. ทำให้อีกฝ่ายอยากรู้มากพอรึเปล่าพราะว่าถ้าเค้าอยากรู้จริงๆเดี๋ยวเค้าก็หาวิธีเอง ถ้าเค้าไม่อยากรู้มากพอบอกไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดีจริงไหมครับ? (กั๊กต่อไป) …. ส่วนวิธีที่อีกฝ่ายจะใช้ก็แล้วแต่…. ตื้อ? งอน? แกล้งทำเป็นไม่สนใจ? หาวิธีมาหลอกล่อ? กั๊กกลับบ้าง?

 

Q: การทำตัวลึกลับมีประโยชน์อย่างอื่นอีกรึเปล่า

A:

1. ใช้เป็นวิธีทดสอบอีกฝ่ายได้ว่าเป็นคนใจเย็นรึเปล่า ถ้าเป็นคนใจเย็นก็จะไม่โมโหง่ายๆ

2. ทดสอบว่าเป็นคนฉลาดรู้จักใช้จินตนาการรึเปล่า คือแทนที่จะตื้อ ก็ดูดิ๊ว่าจะหาวิธีอื่นมาง้างปากไหม

3. ถือไพ่เหนือกว่า

 

Q: อย่างงี้แสดงว่าคุณไม่ดูหนังน้ำเน่าล่ะสิ

A: พยายามไม่ดูเพราะรู้ว่าดูไปเดี๋ยวก็ต้องโดนทำให้อยากรู้อยู่ดี เพราะว่าผมคิดว่า ความอยากรู้อยากเห็นเนี่ย..มันฝังลึกในสายเลือดของทุกๆคนน่ะแหละ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะรู้ว่าถูกทำให้อยากรู้…จะมีซักกี่คนที่สามารถห้ามใจได้

 

Q: แต่ถ้าคนเราคบกันเป็นแฟนมีอะไรก็ควรจะเปิดเผยไม่ใช่หรอ

A: ควรจะเปิดเผยครับ อย่างเช่นเรื่องของความรู้สึก หรืออะไรที่มันเป็นปัญหาที่ต้องคุยกัน แต่….เรื่องอื่นที่มันไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ก็ไม่เห็นจะต้องเปิดเสมอไป อยากเป็นของตายรึเปล่าล่ะ? อย่างแฟนที่คบอยู่ เค้าก็ไม่ได้บอกอะไรซะทุกอย่าง ซึ่งผมว่าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยมีเวลาค้นหาเรียนรู้กันไปอีกตั้งนาน ไม่เบื่อดีด้วย

 

Q: แล้วที่เขียนๆมาเนี่ย ไม่สวนทางกับที่เขียนวันนี้หรอว่าควรทำตัวลึกลับบ้าง เพราะว่าบอกtrickไปเยอะนี่

A: lol..กั๊กไปเยอะแล้ว… อันที่เหนือชั้นจริงๆก็ไม่คิดจะเอามาเขียนหรอก คงเขียนเก็บไว้คนเดียว

 

----------------------

 

Ps.

1. รู้นะว่าอยากรู้ว่ากั๊กอะไรไว้บ้าง แต่เอ๊ะ สูตรใครก็สูตรใครสิ คิดเองบ้างสมองจะได้ไม่เป็นอัลไซเมอร์ตอนแก่

2. ใครที่คุยๆเอ็มกันอ่านวันนี้แล้วอาจจะร้องอ๋อ ว่าโดนแกล้งให้อยากรู้ไปหลายที 55555 :P

 

Paris Combo: Fibre De Verre


ตัวกวน
11 ก.พ. 2548 เวลา 13:02 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< Belief Push & Pull >>

เราก๊อเป็นประเภทอยากรู้ชิบหายนะ ทำไม๊อยากรุ้ชิบหายก้อไม่รุ้ เบื๊อเบื่อตัวเอง ให้ตายสิ

aor@Michigan
 
ip : 68.66.104.105
11 ก.พ. 2548 เวลา 13:31 น.

ข้อแรก: คนเราน่ะ ความอยากรู้อยากเห็น มันคงซึมเข้าไปในDNAซะแล้ว ซึ่งจริงๆจะว่าไปมันก็ถือเป็นจุดแข็งของมนุษนย์อย่างนึงก็ได้ เพราะว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็นส่วนที่ผลักดันมนุษย์ชาติให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ แต่จุดที่แข็งที่สุดก็เป็นจุดที่อ่อนที่สุดเหมือนกัน ถ้ารู้จักใช้วิธี…

Yes, and I think you know it yourself; one’s advantages and strengths could be ones weak points as well. That’s why I told you in msn that if I were your girl, I could handle you. *winks* the more you listen to somebody, the more you can find that person’s weak points but it also depends on your third here as well. People are individual, people learn something first socially and then individually.

3. Familiarity breeds contempt**

I think familiarity also breeds automaticity. However, familiarity doesn’t mean that you know that person you take relationship as a whole. People have their own privacy bubble, how you could know that you are totally taking control over that bubble? Sometimes people think that they could control over the other, this I would call ‘undersestimate’. People are different ka p pipe. And you are a very good example that I said ‘I couldn’t underestimate you.’ Sometimes people wisely pretend that they are stupid but they are not. Sometimes people act that they are intelligent but they are not. Sometimes people keep themselves silent but deep inside, they are processing a lot of things in their brain like computer—it works silently.

this is my two cents ka.

andromeda
 
ip : 61.90.81.170
11 ก.พ. 2548 เวลา 13:43 น.

อ่านะ มาซ่อนกันซะง้าน -*-
..............
ทำไงดีอ่ะ หาหนังสือไม่ได้จิง ๆ คุยกะนายประภาสเนี่ยค่ะ ปายดูมาทุกร้าน ถามถึงทั้ง 6 เล่ม ...คำตอบเดียวเรย...คือ เค้าเรียกเก็บคืนหมดเรยครับ (โดยมะบอกสาเหตุ) T_T

น้องปลากะพี่โอ.สมาคมไดหวานเจี๊ยบ
 
ip : 203.146.12.114
11 ก.พ. 2548 เวลา 14:15 น.

I really appreciate your writing today.




9.
 
ip : 69.241.234.15
11 ก.พ. 2548 เวลา 14:21 น.

จริงทั้ง 3 ข้อเลยค่ะ

แต่ข้อ 3 เนี่ย....

ส่วนใหญ่จะเกิดกะเพศชายนะเคอะ

นานๆๆไปจะเริ่มเบื่อแฟนสาว หุหุ

• MarroN CreaM •
 
ip : 203.209.78.138
11 ก.พ. 2548 เวลา 15:02 น.

I'm loving Andy Warhol.... *grin*

((ทำไมเราเหมือนกันแบบนี้คะพี่ดี้? ๕๕
))


...สวัสดีค่ะ...

ปล. อย่างง

bambina*
 
ip : 202.57.170.148
11 ก.พ. 2548 เวลา 15:06 น.


familiarity may breed contempt, but along the way it also breeds taking for granted. consider familiar example of air ... or things like tht ... they're all so familair that they make no impression on us anymore. wht i'm trying to say here is tht if we take something for granted we might not know what we have got until we lose them .. u know what i mean?

dont' flirt, attract << nodding .. สำหรับผู้ล่าบางคนที่ชอบทำตัวเป็นผู้ถูกล่า lol

ป.ล. about Andy Warhol ... ฉันว่าที่งานแกสำเร็จถล่มทลายส่วนหนึ่งเพราะ มันแปลกใหม่สำหรับ contemporary art ในยุคนั้นด้วยล่ะ .. และฉันว่างานของแกยิ่งไปมันย้ำกระแสของ American culture of consumerism .. อีกนัยหนึ่งก็คืองานของแกสื่อถึง 'วัฒนธรรมของอเมริกัน' ..........

lol ไปๆมาๆ ... ชักจะโยงเรื่องไปกันใหญ่ .. แชร์ความเห็นกันเล่นเย็นๆใจค่ะสำหรับไดที่มีอะไรมาให้คิดทุกครั้ง :>



Alynn
 
ip : 82.35.42.101
11 ก.พ. 2548 เวลา 15:16 น.

ขอบคุณมากค่ะพี่โก้

อืมส์...ปรายว่าปรายลองทำตัวลึกลับดูบ้างดีกว่าเนอะ

มันคงดึงความสนใจมากกว่าปรายคนที่มีอะไรก็บอกก็เล่าให้ฟังหมด

เอ่อ...แต่อยากเรียนวิธีดึงคนให้เข้ามาหามากกว่าน่ะ แฟนพี่สอนได้ไหมคะ อิอิ

ปราย
 
ip : 202.176.184.18
11 ก.พ. 2548 เวลา 16:03 น.

เอิ๊กๆ ความอยากรู้ อยากเห็น กับยิ่งห้ามยิ่งยุ.... มันมีมาแต่เกิด :P

Pinky Amiko
 
ip : 202.28.180.201->10.19.1.107
11 ก.พ. 2548 เวลา 16:07 น.

^^ เห็นด้วยอย่างมาก ^^

แต่ข้อ 2 นี่มันแทงใจดำดีจัง -"-

Teresa
 
ip : 61.90.31.26
11 ก.พ. 2548 เวลา 17:52 น.

อ่านไปทายาแดงไปได้ทุกครั้งจริงๆนะคะ ^^"

The Confidential Diary
 
ip : 61.90.34.138
11 ก.พ. 2548 เวลา 18:50 น.

เป็นมันหมดทุกข้อเลยอะ แถมเป็นหนักด้วย แล้วยังไม่รู้วิธีหาจุดสมดุลย์อีกต่างหาก ชีวิตมันถึง ยุ่ง ๆ แล้วก็ไม่รุ่งสักเท่าไร

อยากรู้อยากเห็นเนี่ย โคม่ามาก ถ้าอยากรู้ ต้องรู้ให้ได้บัดเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ได้ดังใจก็จะกระวนกระวายอย่างหนัก ครั่นเนื้อครั่นตัว ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องมันก็ไร้สาระสุด ๆ แล้วก็เรื่องของชาวบ้าน สรุปคือ ชอบเจือกนั่นเอง

ส่วนขี้เบื้อนี่ก็เป็นหนักเหมือนกัน ถึงทำอะไรที่ต้องใช้เวลาไม่ค่อยจะสำเร็จ เพราะสักพักก็พาลเบื่อ พอเบื่อ ก็ไม่สน ไม่เอา ลูกเดียว มันถึงมีแววจะเรียนไม่จบ เฮอ...


[ sherry ] ip : 152.78.72.77
11 ก.พ. 2548 เวลา 19:35 น.

Curiosity kills the cat.

lita
 
ip : 203.209.125.149
11 ก.พ. 2548 เวลา 22:27 น.

เป็นเหมือนกัน อยากรู้แล้วอยากรู้อีก
เรื่องไม่ดีเนี่ยะ อยากรู้นัก อี่อี่

นึกถึงคำพูดอาจารย์ที่เรียนด้วยคนนึงค่ะ

ข่าวร้ายฟรี ข่าวดีเสียตังค์

ส่วนเรื่องการทำตัวให้ลึกลับ อืม เห็นด้วยค่ะ แต่เคยเจอคนแบบพยายามทำตัวลึกลับ แต่กลายเป็นดูตลกก็มีนะพี่

แต่จริงแท้แน่นอน-- ยิ่งห้ามยิ่งยุ สันดานหนูเลยอ่ะ ^o^




หมูกระเทียม
 
ip : 203.209.99.7
11 ก.พ. 2548 เวลา 22:55 น.

พี่

มีใครเคยบอกพี่มั๊ย
ว่าไอ้เจ้าไอค่อนหน้าเหลือง ๆ ที่พี่ใช้อ่ะ
หน้าเหมือนพี่ในตีมเลย 555+

.

คนเราก็มักจาพูดว่า ความลับไม่มีในโลก
แต่ถ้ามองดี ๆ จาเห็นนิ ว่าในความเป็นจิง
มันมีอาไรหลาย ๆ อย่าง ซ่อนอยู่ให้เราค้นหาตลอดเวลา ..
เพราะงี๊ มนุษย์ถึงมีแต่ความอยากรู้อยากเห็น
อยากค้นหาอาไรที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า ตลอดเวลานิ

เกี่ยวมั๊ย -"-

.


รู้สึกช่วงนี้อารมณ์โหดขึ้นเรื่อยๆนะครับ :) << เค้าเรียกว่า สันดา น เริ่มออก -"- ... แต่แหม๋ .. หัวตีมเขียนซะเต็มตาว่า Mad mOnii* ก็ต้องโหด ๆ หน่อยสิพี่ 555+ (( จิง ๆ แล้ว มันคือ ธรรมชาติเลยงัย -"- ))

: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
ip : 65.151.156.8
11 ก.พ. 2548 เวลา 23:30 น.

อะนะ บอกให้อยาก แล้วจากไป

ยังไม่ได้จ่ายลิขสิทธิ์เลย จะเก็บเป็นไรดีคะ


Kitty lover
 
ip : 203.150.217.114->203.113.38.13
12 ก.พ. 2548 เวลา 00:09 น.

โธ่

แล้วคุณก็ไปตามทฤษฎี
ไม่ยอมบอกในตอนท้าย

สำหรับตัวเองคิดว่าทำยากค่ะ Don’t flirt, attract



~*hOnEy Be*~ i WaNnA bE oK!
 
ip : 202.5.85.99
12 ก.พ. 2548 เวลา 11:26 น.

ในหนังประเภท Thriller นี่มีประจำ และส่วนมากจะเป็นผู้หญิง และ ก้อจะตายก่อนเป็นประจำซะด้วย

สงสัยต่อมที่หลั่งสาร Curiosity ของผู้หญิงนี่ จะมีมากกว่าผู้ชายอ่ะน่ะ


pOOh tHe MiDdle oNe
 
ip : 202.76.170.20->202.76.185.27
12 ก.พ. 2548 เวลา 11:35 น.

จุ๋มอยากขึ้นไอ้ลูกกลมๆจะตาย แต่ไม่มีใครกล้าขึ้นด้วยเลย เซ็งมากค่ะ

แหม ไม่ใช่เสปคหนุ่มๆสักเท่าไหร่ ไม่มีโจรเข้ามาหาหรอกค่ะ

แล้วที่จะแข่งกะอาตาชิน่ะ ท่าจะยาก ปากดีไปงั้นแหล่ะ



joomyy
 
ip : 61.91.68.118
12 ก.พ. 2548 เวลา 12:43 น.

อยากรู้ อยากเห็นกับสอดรู้สอดเห็น.. เหมือนกันไหม
เราว่าเราเป็นทั้ง 2 อย่าง lol
เชียร์**

mocha : cappuccino
 
ip : 203.172.60.80
12 ก.พ. 2548 เวลา 13:37 น.

"มีใครเคยบอกพี่มั๊ย
ว่าไอ้เจ้าไอค่อนหน้าเหลือง ๆ ที่พี่ใช้อ่ะ
หน้าเหมือนพี่ในตีมเลย 555+"

: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :

คิดเหมือนจุ๋มเลยค่ะ เคยแซวไปป์ไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าไปป์จำได้รึป่าว ว่าหน้ากวนเหมือนหน้าไปป์และสมชื่อตัวกวนเลยค่ะ เพราะไปป์ท่าจะกวนเก่งจริงๆ อิอิ

joomyy
 
ip : 61.91.68.111
12 ก.พ. 2548 เวลา 13:54 น.


อุ๊ยมีคนมาจีบด้วย? ;P << คนตาถึงมีอยู่เยอะค่ะ lol ;P



Alynn
 
ip : 82.35.42.101
12 ก.พ. 2548 เวลา 16:18 น.

>>Campbells soup by Andy Warhal ------ that's my favorite one.

>>>ตอนที่นิดาไปดูงานอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี นิดาประทับใจ ตอนที่ฟังอาจารย์ถวัลย์พูดว่า "ผมไม่อยากอธิบายความหมายในงานของผม ผมไม่อยากให้คนเสพย์งานของผมแล้วต้องคิดตามที่ผมคิดทุกอย่าง ผมถือว่า อิสระภาพทางความคิดในการชมงาน ก็เป็นสิทธิอย่างหนึ่ง "
แกไม่ได้พูดอย่างงี้เป๊ะหรอก นิดาสรุปๆมา


Reddaisy : Arrogant
 
ip : 210.86.140.172
12 ก.พ. 2548 เวลา 17:23 น.

ถ้ามีเวลา ส่งที่อยู่ให้พี่หลังไมล์นะคะ มีรางวัลปลอบใจคะ



พี่คนกลาง
 
ip : 61.91.98.230
12 ก.พ. 2548 เวลา 22:52 น.

เห็นด้วยทั้ง 3 ข้อเลยค่ะ
1.คนเราอยากรู้อยากเห็น
2.ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
3.ทำในสิ่งเดิมๆ ทำให้ขาดจินตนาการ

แต่ถ้าเกิดอยากรู้อยากเห็นไปทุกเรื่อง
โลกนี้คงวุ่นวายน่าดูเลย

ตอนคุณตัวกวนจะปิดได
ทำให้ยิ่งอยากอ่านไดนี้มากขึ้นๆ

อ่านไดคุณตัวกวนเหมือนเดิม
แต่ได้ความคิดที่แปลกใหม่ ทุกทีเลย

^^


Holywater
 
ip : 203.209.118.214
13 ก.พ. 2548 เวลา 16:27 น.

มาตอบคุณตัวกวน เรื่องไดอด ฉันรู้ค่ะ ลิมิทฉันมีแหมคุณก้อ เทศกาลอ่ะนะ นิดนึง (แก้ตัวน้ำขุ่นๆๆ)

วิลโลว์ทรี
 
ip : 203.170.137.204
14 ก.พ. 2548 เวลา 09:18 น.

Familiarity breeds contempt – อะไรที่เคยชิน หรือ คุ้นเคย ทำให้น่าเบื่อ ขาดจินตนาการ
ใช่เลยเห็นด้วย ก็เลยต้องหาไรมาทำให้ตื่นเต้นอยู่เรื่อยเลยอุอุ

black angie
 
ip : 203.144.210.3
14 ก.พ. 2548 เวลา 10:23 น.

Just come to say " Happy valentine for you and your girlfriend kha !! Wish you guys for all the sweetest na kha :)
cheers**

mocha : cappuccino
 
ip : 203.172.60.75
14 ก.พ. 2548 เวลา 10:45 น.

อ๋ออ เวอร์ชั่นบางแสน อิอิ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่ ^/|\^

.

.

เสื้อตัวนั๊น ตอนซื้อ ท่าทางจาเมานิ
แพงจิงแหล่ะ -"-

: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
ip : 65.151.170.51
14 ก.พ. 2548 เวลา 11:28 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  กุมภาพันธ์
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna
- My Favorite Entries

- My pets
- Me

เพิ่มไดอารีใน favorites