|
บอกไว้ก่อนเลยครับว่ายาวมาก.....ถ้าจะอ่านผ่านๆเมนท์เล่นๆ
กรุณาไปห่างๆ..
Part I: Why men love
bitc*

ประมาณต้นปีที่ผ่านมา
วันหนึ่งไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือ
ก็ไปเตะตาหนังสืออยู่เล่มหนึ่งซึ่งมีชื่ออย่างใน topic
ของวันนี้นี่แหละ จริงๆหนังสือเล่มนี้เขียนเพื่อให้ผู้หญิงอ่าน
แต่ผมอ่านแล้วชอบเพราะว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่คนแต่งเขียนว่า...เป็นจริง
เคยมีเพื่อนผู้หญิงมาถามว่าทำไงถึงเป็นคนมีเสน่ห์
ก็จะแนะนำหนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าลองอ่านดู
จริงๆแล้วคำว่า bitc* อาจจะแรงไป
แต่ว่าในหนังสือเปรียบเทียบผู้หญิงไว้สองประเภท doormat กับ
dream girls (หรือ bitc*
ในความหมายของคนแต่งนั่นเอง) ..
ในหนังสือมันมีอยู่ร้อยข้อพร้อมคำอธิบายแต่ขอเลือกเฉพาะข้อที่ผมอ่านแล้วชอบมาละกัน
ขอไม่แปล....ประว่าขี้เกียจ อิอิ จะเขียนไล่เป็นข้อๆก่อน
แล้วจะพูดถึงใจความสรุปถึงใจความสำคัญทีหลัง
From doormat to dreamgirls: Attraction
Principles
- Act like a prize and you'll turn him
into a believer
- The biggest variable between a bitc*
and a woman who is too nice is fear. The bitc* shows
that she's not afraid to be without him
- A man knows which woman will give in
to last-minute requests
- Whenever a woman requires too many
things from a man, he'll resent it. Let him give
what he wants to give freely; then observe who he is.
- A bitc* gives a man plenty of space
so he doesn't fear being trapped in a cage. Then...he
sets out to trap her in his.
- He must feel that you choose to be
with him, not that you need to be with him. Only then
will he perceive you as an equal partner.
- Any time a woman competes with
another woman, she demeans herself.
- When you appear softer and more
feminine, you appeal to his instinct to
protect. When you appear more aggressive, you
appeal to his instinct to compete.
- When a woman acts as thought she's
capable of everything, she gets stuck doing
everything
- Men don't respond to words.
They respond to no contact.
- A woman looks more secure in a man's
eyes when he can't pull her away from her life, because
she's content with her life.
- The nice girl gives away too much of
herself when pleasing him regularly becomes more important
than pleasing herself.
- When you nag, he tunes you
out. But when you speak with your actions, he pays
attention.
- Negative attention is still
attention. It lets a man know that he has you -- right
where he wants you.
- A man takes a woman for granted when
he's interested, but will no longer go out of his way
- If you take his chores away from him
and praise someone else for doing it, he'll want his chores
back.
- In the same way that familiarity
breeds contempt, a slightly aloof demeanor can often renew
his respect.
- Don't be afraid to stand up for
yourself or speak your mind. It will not only earn his
respect, in some cases it will even turn him on.
- He'll never respect you as being
able to hold your own unless you can stand on your own two
feet financially
- You have to show
that you won't accept mistreatment. Then you
will keep his respect.
- People will show you they have
self-respect simply by virtue of the fact that they want to
carry their own weight.
- Don't give a reward for bad
behavior
- The tension that arises with a
slightly bitc*y woman gives a subtle feeling of danger to a
man. He feels slightly unsure because she is never in
the palm of his hand.
- The most attractive quality of all
is dignity
- Truly powerful people don't explain
why they want respect. They simply don't engage
someone who doesn't give it to them
*black font = i like those
the most.
อ่านแล้วสังเกตุอะไรได้ไหมครับ.....
อย่างแรกคือสิ่งที่พูดๆมานั้นไม่ได้เป็นวิธีการ manipulate
ผู้ชายแต่เป็นวิธีที่ทำให้ผู้ชาย respect (ให้เกียรติ) และไม่
take things for granted (เห็นอีกฝ่ายเป็นของตาย) ใน
relationship แล้วสิ่งที่ผมว่าสำคัญนอกจาก trust และ honesty
ก็คือ respectนี่แหละครับ
เวลาคนเรารู้จักกันหรือคบกัน
สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตกลงกันทางวาจาซักเท่าไหร่ก็คือ
ต่างฝ่ายจะดูว่า boundary และ limit มันอยู่ตรงไหน
ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงอาจจะลองทดลองหรือหาเรื่อง
ดูว่าอีกฝ่ายรับความไม่ดีได้แค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น
อาจจะขออีกฝ่ายมีกิ๊กเป็นต้น หรือห้ามโน่นห้ามนี่ที่มันเกินไป
เช่นห้ามกลับดึกหรือไปไหนต้องโทรมารายงาน อะไรที่มันไม่ถูกต้อง
หรือมันเกินไป ถ้าไปยอมเพราะอยากทำตัวเป็นพ่อพระ
หรือแม่พระนั้น
ก็จะทำให้อีกฝั่งมองออกว่าเค้าบังคับเราได้ และเรายอมในสิ่งที่มันไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่.....ผลก็คือก็จะโดนเอาเปรียบไปเรื่อย.....
ถามว่าแล้วทำไมหลายๆคู่เค้าเป็นอย่างงี้แต่เค้าก็อยู่กันได้
อันนี้ผมมองว่า respect อาจจะไม่ต้องมีก็ได้สำหรับบางคู่
แต่ว่าทนได้รึเปล่าล่ะ
ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มองคุณในฐานะที่เท่าเทียมกัน หรือ
ทนได้รึเปล่ากับ double standard
เพราะว่าอะไรที่ไม่เท่าเทียมกันมันก็เหมือนจะบ่งเป็นในๆแล้วว่าเป็น
double standard ถ้าทนได้...ก็ตามใจ อิอิ
แต่สำหรับผมๆคงทนไม่ได้
และก็คงทนไม่ได้เหมือนกันถ้าแฟนของผมตามใจผมในสิ่งที่ไม่ถูก
เพราะเดี๋ยวทำให้ได้ใจและผลสุดท้ายก็จะทำให้ผม lose
respect.
ส่วน taking things for granted
นั้นยังไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาเท่าไหร่
ถ้าต่างฝ่ายต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน
เพราะผมมองว่าจริงๆแล้วการ take things for granted
นั้นเป็นกลไกลการเอาตัวรอดของมนุษย์อย่างหนึ่งเลย
เพราะในชีวิตคนเรามีอะไรให้ทำหลายอย่าง
แต่เวลาที่มีในแต่ละวันนั้นจำกัด
ถ้าไม่สามารถจัดประเภทหลายๆอย่างเป็นของตายได้ คงประสาทก่อน
เพราะต้องมานั่งมัวพะวงในแต่ละอย่างทั้งงาน ความรัก ครอบครัว
และเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าจับปลาหลายมือนี่จะสำเร็จอะไรก็คงยาก.....
------------------------------------------------------------------
Part II: Don't give a
reward for bad behavior

ส่วนนี้ขออิงวิทยาศาสตร์หน่อยนึง
pavlovian dogs ถ้าใครรู้จัก... pavlov
เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่ได้รางวัลโนเบลในปี 1904
ผลงานที่โด่งดังก็คือ conditioned response. สิ่งที่ pavlov
ทดลองก็คือ เวลาที่เค้าให้อาหารหมา เค้าจะสั่นกระดิ่งไปด้วย
ผลที่ได้ก็คือในตอนหลังนั้น
เวลาเค้าสั่นกระดิ่งเฉยๆแต่ไม่มีอาหารน้องหมาก็น้ำลายไหลได้
ที่น้ำลายไหลก็เพราะว่า
อาหารถูกlinkเข้ากับเสียงกระดิ่งนี่เอง....
ทีนี้.....ถ้าสั่นกระดิ่งไปหลายๆทีแต่ไม่มีอาหาร
น้องหมาก็จะเริ่มน้ำลายไม่ไหลและ วิธีที่แก้ได้ก็คือใช้
selective reinforcement คือเวลาที่สั่นกระดิ่งนั้น ให้อาหารบ้าง
เป็นบางครั้งแต่ให้แบบ random
ทำให้น้องหมาเดาไม่ถูกว่าครั้งไหนจะมีอาหาร
(เลยต้องน้ำลายไหลทุกครั้งที่สั่นกระดิ่ง น่าสงสารจริงๆ
lol)
แล้วเรื่องของน้องหมาเกี่ยวอะไรกับหัวข้อ
จริงๆแล้วคนเราก็ไม่ต่างจากน้องหมาเท่าไหร่คือมี conditioned
response... ถ้าเรายอมให้อีกฝ่ายทำไม่ดีกะเรา ผลก็คือ
เค้าก็จะทำไม่ดีกะเราไปเรื่อยๆนั่นเอง
เพราะมันติดเป็นนิสัยเหมือนกะน้องหมาที่น้ำลายไหลเวลาได้ยินเสียงกระดิ่ง
เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเจออะไรที่ไม่ชอบใจ ก็อย่ายอมตั้งแต่แรก
ซึ่งสิ่งที่ผมเชื่อก็คือ
ถ้าเราไม่ชอบใจอะไรในสิ่งที่อีกฝ่ายนึงทำ
มันเป็นหน้าที่ของเราที่บอกให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้
เพราะว่าคนเราถูกเลี้ยงโตขึ้นมามีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
สิ่งที่เราไม่ชอบใจอีกฝ่ายอาจจะเห็นเป็นธรรมดาก็ได้
ถ้าเราไม่บอกออกไปแล้วจะไปโกรธอีกฝ่ายนึงก่อน...ก็ไม่ถูก ส่วนว่า
selective reinforment กับ taking things for granted
นั้นเกี่ยวยังไงอันนี้ต้องลองไปคิดดูเอง :P
ถ้ามองดีๆจะเห็นว่าในสังคมเรานั้น reward
people for bad behaviors เยอะเหมือนกัน
ก็เลยยิ่งทำให้คนพวกนั้นยิ่งทำไม่ดีเข้าไปใหญ่... เคยเห็นในกระทู้ของพันทิพ
แล้วก็จากประสบการณ์คนใกล้ตัว
...พ่อแม่ที่บังคับให้ลูกสาวแต่งงานกับ
ผู้ชายที่มาปล้ำลูกสาวตัวเอง เพียงเพราะว่า
รู้จักเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ผู้ชายคนนั้น
หรือเห็นว่าผู้ชายคนนั้นการงานดี ฐานะดี
ไม่รู้เอาหัวแม่เท้าคิดรึเปล่า
เพราะอย่างงี้ก็เท่ากับส่งเสริมให้คนทำผิดแบบนี้อีก..
------------------------------------------------------------------
Part III: Don
Juan

ไม่รู้เป็นยังไง สงสัยเพราะหน้าตาเชี่ยว lol
ชอบมีเพื่อนหรือรุ่นพี่ผู้หญิงมาถามปัญหาหัวใจอยู่เรื่อย
เมื่อวานมาถามไปคน วันนี้ก็อีกคน
ทำไมไม่เห็นมีผู้ชายมาถามว่าจะจีบหญิงยังไง
(หรือว่ากลัวผมไปแย่ง? 5555)
จริงๆจะว่าไปแล้วคนที่มาถามส่วนใหญ่ก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
ว่าควรจะทำยังไง (ถ้าคนถามจะถามใจตัวเองอย่างเป็นกลาง)
หลายๆครั้งก็เลยมาลงที่ผมต้องถามว่า
ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าคำตอบคืออะไรควรจะทำยังไง แล้วยังจะมาถามอีก
เดี๋ยวคิดค่าฟังซะเลย 555....
A:
ถามจิงคนเจ้าชุ้ทำไงจะเจ็บเป็น
ถึงจะหยุดเป็น
Me:
ถึงจะหยุด? หรือจะเจ็บ?
A:
เอาทั้งสองอย่าง แต่เอาแบบเจ็บก่อน 555 (เจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้ไม่ดีนะครับ :)
)
Me: วันหนึ่งในขณะที่ Don Juan
กำลังเดินเล่นอยู่ใน Madrid สายตาของแกก็เหลือบไปเห็น
ผู้หญิงใส่ชุดหรูหราก้าวลงมาจากรถม้า พร้อมกับเด็กอายุสองขวบ
และคนรับใช้ เค้าแทบไม่เชือสายตาตัวเองเพราะว่าคนๆนั้นคือ
Cristeta นักแสดงเกรดBจากโรงละครในเมือง
เรื่องของเรื่องมันเกิดจากว่า Cristeta
ก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงคนหนึ่งที่...จัดการ... ในตอนนั้น Don Juan
ปั้นเรื่องมาหลอกว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจแล้วก็ใช้คำหวานหว่านล้อม
Cristeta จนได้เสียกัน แต่ Don Juan
ก็จากไปโดยบอกว่าจะไปทำธุรกิจโดยทิ้งเงินไว้ให้ Cristeta ประมาณ
5,000 pesetas
ความรู้สึกแรกที่วิ่งเข้ามาคือ เด็ก... Don
Juan สงสัยว่าลูกเค้ารึเปล่า หรือถ้าไม่ใช่
Cristetaก็ต้องแต่งงานหลังจากเรื่องคราวนั้นเกือบทันที
แต่จากที่เห็นก็คือเธอร่ำรวยแล้ว
จากการสืบถามก็รู้ว่าเธอได้แต่งงานกับคหบดีที่ร่ำรวยคนหนึ่ง...
หรือเธอจะแต่งงานเพื่อเงิน Don Juan คิด.
เขาพยายามส่งจดหมายหาเธอ เพื่อนัดเจอกัน
พอเจอกันความรู้สึกก็ประเดประดังเข้ามาว่า...
Cristetaเป็นของเขามาก่อน เขาจะไม่ยอมให้คนอื่นไปได้
(หวงก้างนั่นเอง)
Cristetaก็บอกว่ามันเป็นอย่างงั้นอีกไม่ได้แล้ว ช่วงนั้น
Don Juan เพียรพยายามนัดพบ Cristetaอีกครั้ง จนกระทั่งเธอยอมพบ
แต่จัดให้พบกันบนที่นั่งในโรงละครโอเปร่าเพื่อความปลอดภัย เธอบอก
Don Juan ว่าลูกนั้นไม่ใช่ของเขาหรอก. Don Juan
บอกว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว และจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้
Cristetaกลับมา ซึ่งแน่นอนเธอก็ปฏิเสธ แต่Don Juan
ก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในแววตาของเธอ
สองสามวันถัดมา Don Juan นอนหลับได้น้อยมาก
เขาฝันร้ายว่าเขาไปฆ่าสามีของเธอ
หรือไม่เขาก็ฝันถึงชีวิตในวัยแก่ที่ต้องอยู่คนเดียว
ในที่สุดเค้าก็ทนไม่ไหว
เขียนจดหมายลาCristetaแล้วกะว่าจะไปเมืองอื่นซักพัก ...
แต่เขาก็ตกใจเมื่อ Cristeta นัดพบเค้าอีกครั้งหนึ่ง....
ตามที่เธอขอร้อง ในครั้งนั้นที่เจอกันCristetaไม่ได้เล่นตัวอีกต่อไป
เธอสารภาพว่ายังรัก Don Juan อยู่และพร้อมที่จะหนีไปกับ Don Juan
แต่ว่าเขาจะต้องมารับเธอในเวลาเช้าที่บ้าน
เพื่อเป็นการให้เกียรติกับเธอ
เขาดีใจมากและตกลงตามที่เธอขอ
เช้าตรู่ของวันนั้นเขาไปหาเธอที่บ้านที่เธอบอกว่าเธออยู่
พอไปถามคนที่ประตูเค้าก็บอกว่า Cristetaไม่ได้อยู่ที่นี่
แต่อยู่ในบ้านเล็กๆหลังบ้านใหญ่หลังนั้นกับคนเช่าคนอื่นๆ
เขาเดินไปบ้านเล็กๆข้างหลังด้วยความงงๆ เขาเคาะประตูแล้วก็เจอ
Cristeta มาเปิดประตูแทนที่จะเป็นคนรับใช้
และในห้องนั้นก็เป็นห้องเก่าๆสำหรับคนจนๆอยู่
แต่ที่เห็นเด่นชัดอยู่บนราวแขวนเสื้อก็คือเสื้อสีแดงสดสวย
ที่เขาเห็นเธอใส่ในวันแรกนั่นเอง....
แล้วเธอก็เปิดเผยความจริงว่า
เธอไม่ได้แต่งงานหรอก เด็กที่เป็นลูกของเธอก็ยืมมาจากบ้านข้างๆ
ตอนที่ Don Juan หนีเธอไปนั้น เธอพยายามหาทางแก้แค้น
พอเธอรู้ว่า Don Juan เข้าเมืองมา เธอก็เอาเงิน 5000 ที่ Don
Juan ทิ้งไว้ให้ไปซื้อชุดอันนั้น
(แสดงว่าตลอดหลายวันที่เจอกันเธอใส่ชุดนั้นไม่ซักเลย?? lol)..
เช่ารถม้า ยืมเด็ก และ หาคนมาแสดงเป็นคนรับใช้
...ทุกอย่างเพื่อที่จะแก้เผ็ด Don Juan
Don Juan รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไป
พร้อมกับสภาพจิตใจตอนนั้นที่โดน Cristeta
แก้เผ็ดกวนซะจนขุ่นคลั่ก
เขายกโทษให้เธอแล้วก็ยอมที่จะแต่งงานกับเธอ ... แต่เธอปฏิเสธ
เธอบอกว่าผู้ชายอย่าง Don Juan
ถ้าแต่งงานแล้วก็จะเห็นเธอเป็นของตาย
แล้วก็จะไปมองหาผู้หญิงอื่นอีก
การคงสถานภาพแบบนี้เท่านั้นที่จะทำให้เธอเป็นฝ่ายเหนือกว่าเขา...
ซึ่ง Don Juan
ก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเห็นด้วย.....
Me:
หาคำตอบเอาจากเรื่องนี้เอาเองนะครับ ไปกินข้าวก่อนล่ะ
หิว
A:
โอเคจ๊า ไว้คุยกันใหม่ค่ะขอบคุณสำหรับคำปรึกษาน๊า
กินข้าวให้หร่อยน๊าคน
happy in love
เจอคำตอบไหมครับ.....
:P
เรื่องของ Don Juan
เอามาจากหนังสือเล่มนึงที่มีคำพูดในปกหลังเก๋ๆว่า.. "Get what
you want by manipulating everyone's greatest weakness: the
desire for pleasure" อิอิ
เป็นหนังสือรวมประวัติศาสตร์การ...หม้อ...มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบุคคลดังๆ
(ทั้งในชีวิตจริงและตัวละคร...Don Juan
ที่เล่านี่เป็นตัวละครจากนิยายเรื่อง
Dulce Y Sabrosa (Sweet and Savory, 1891)
แต่งโดยนักเขียนชาวสเปนชื่อ Jacinto
Octavio
------------------------------------------------------------------
ps. 1.
เขียนยาวเพราะไม่ได้กะจะอัพบ่อยๆแล้วก็คิดว่าเนื้อเรื่องมันสอดคล้องกัน
2.เขียนเก็บไว้เพราะมีคนมาปรึกษาบ่อยเหลือเกิน
จะได้ไม่ต้องเปลืองพลังนิ้วอธิบายซ้ำๆบ่อยๆ
อิอิ
3.
แหะๆ
รู้ว่าเขียนไทยคำอังกฤษคำไม่ดีแต่ว่าขี้เกียจมานั่งเรียบเรียง
ใครอ่านไม่เข้าใจ.... ก็....จงไม่เข้าใจต่อไป โฮะๆ
4. คอมเมนท์ของ entry
ที่แล้วเดี๋ยวไปตามทีหลังนะครับ ตอนนี้ขอไปนอนก่อน
------------------------------------------------------------------
Jack: ดาว
ตัวกวน 18 ม.ค. 2548 เวลา 16:43 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |