|
All work and no play
makes tuaguan a dull
boy*
5555
ยังไม่จิตขนาดนั้น แต่สองสามวันนี้ก็เครียดกับเรื่องเรียน
เฮอจะจบไม๊เนี่ย
ช่วงนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก รู้สึกหัวสมองด้านการทำวิจัยยังไปพักร้อนอยู่ที่ไหนไม่รู้
(phuket? lol) เคยได้ยินคำพูดของ Thomas Edison
คนที่คิดหลอดไฟไหมครับว่า "Genius is one per cent inspiration
and ninety-nine percent perspiration." คำแปลก็คือ อัจฉริยะ คือ
แรงบันดาลใจหนึ่งเปอร์เซนต์
และการทำงานแบบอาบเหงื่อเก้าสิบเก้าเปอร์เซนต์
ครับคำพูดสวยหรู
แต่ว่าใช่จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เพราะผู้ชนะแล้วจะพูดยังไงก็ได้ หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่า Thomas
Edison จะพูดอีกประโยคนึงว่า "Everybody steals in commerce and
industry. I've stolen a lot myself. But I know how to
steal." คำแปลก็คือ ทุกๆคนขโมยในการค้าและอุตสาหกรรม
ผมก็ขโมยมาเยอะ เพราะผมรู้ว่าควรจะขโมยยังไง.....
อ่านแล้วทำให้คิดนะครับว่าที่บอกว่าทั้งชีวิตประดิษฐ์สิ่งของหลายพันชิ้นเนี่ย
ทำเองซักกี่อัน? ประวัติศาสตร์บางทีอาจจะไม่ได้บิดเบือน
เพียงแต่คนเลือกที่จะเอาด้านดีของคนๆหนึ่งมาพูด
โดยละเลยไม่พูดถึงด้านที่ไม่ดี ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลย...
วันนี้จะมาเล่าช่วงหนึ่งในชีวิตของคนสองคนคือ Thomas
Edison ผู้คิดค้นไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
พวกถ่านไฟฟ้าที่ใช้ๆกันนั้นล่ะครับ DC แล้วก็ Nikola Tesla
ผู้คิดค้นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
จะไม่บรรยายรายละเอียดวิชาการแต่จะพูดถึงในอีกแง่มุมนึง

Thomas Edison
ตัวแสบในความเห็นของผม
ความเลวของโทมัสนี่ก็ไม่เบาเลยครับ
อย่างแรกก็มาจากquoteข้างบน พี่แกมีบริษัทเป็นของตัวเอง
แล้วสิ่งประดิษฐ์หลายๆอย่างนี่ก็คง take credit
มาจากลูกน้องในบริษัทที่ผลิตคิดค้นขึ้นมาได้น่ะแหละ
เรื่องของเรื่องคือว่า แกไม่ถูกกะเทสลาเรื่อง DC กะ AC
นี่ว่าใครเจ๋งกว่าใคร ซึ่งจริงๆแล้วAC
เจ๋งกว่าแต่แกไม่ยอมรับแผนการชั่วร้ายจึงเกิดขึ้น
โดยแกพยายามทำลายซื้อเสียงของเทสล่าด้วยการรณรงค์ว่าไฟฟ้า
ACนั้นไม่ปลอดภัย แล้วแกก็แสดงให้ดูด้วยการ
เอาไฟฟ้าACไปซ้อตสัตว์เล็กๆตาย นอกจากนั้นแกยังไปลอบบี้
ให้มีการประหารผู้ต้องหาประหารชีวิตด้วยไฟฟ้าACอีกด้วย
เผอิญตอนนั้นเทคโนโลยียังไม่ทันสมัย
ผู้ต้องหาโดนช๊อตไปแค่เกือบตาย แต่ไม่ตาย (ซวยไป ทรมานกว่าอีก)
นอกจากนั้นแล้ว โทมัส
กับ เทสล่า จะได้รับรางวัลโนเบลร่วมกันในสาขาฟิสิกส์
แต่ว่าโทมัสบอกคณะกรรมการให้รางวัลว่าไม่รับรางวัล
(หยิ่งอีกแน่ะ)ถ้าต้องรับคู่กับเทสล่า
โนเบลปีนั้นก็เลยตกเป็นของนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษสองคน
เหตุผลของตาโทมัสแกก็คือว่าตอนนั้นชื่อเสียงของแกดังกว่าเทสล่าอยู่แล้ว
เรื่องอะไรที่จะต้องให้เทสล่าได้รับรางวัลโนเบลเป็นการทำให้เทสล่ามีชื่อเสียงขึ้นมาอีก...แสบครับแสบ

Tesla
ฉลาดแต่บื้อ??
คนที่เก่งวิชาการก็ใช่ว่าจะเก่งไปซะทุกเรื่อง
ผมล่ะเซ็งทุกทีที่เห็นพ่อแม่อยากให้ลูกตัวเองเรียนเก่ง
เพราะว่าการเรียนเก่งไม่ได้ช่วยให้คนๆนั้นประสบความสำเร็จในชีวิตหรอก
แค่เป็นตัวการันตีว่าอย่างน้อยจบมามีงานประจำทำเท่านั้น
ตัวอย่างๆดีก็คือเทสล่านี่เอง เทสล่าเป็นคนที่เก่งมากๆ
คิดว่ามากกว่าโทมัส เอดิสันด้วยซ้ำ
แต่ว่าค่อนข้างจะเป็นคนที่โลกลืม lol... เพราะว่า
การจะมีชื่อเสียงได้มันใช้มากกว่าความฉลาด ต้องใช้ทั้ง politic,
connection, เหยียบหัวชาวบ้าน, วิชามาร สารพัดร้อยแปด
เทสล่าเป็นตัวอย่างของคนที่เก่งในการคิดประดิษฐ์
แต่ไร้หัวในเรื่องการเงินอย่างสิ้นเชิง คือประดิษฐ์แต่ไม่มีหัวการค้า
... แกเคยทำงานให้โทมัส โดนโทมัสหลอกว่าถ้าทำสำเร็จจะให้รางวัล
$50,000 เหรียญ พอทำเสร็จก็โดนโทมัสเอาcreditไป ห้าหมื่นก็ไม่ได้
ได้แค่ขึ้นเงินเดือนให้นิดหน่อยกับคำพูดที่ว่า "Tesla, you don't
understand our American humor" (ทำไมมันไม่ไปฟ้องศาล?)
ระบบAC ที่คิดค้นได้ตอนหลังก็โดน Westinghouse หลอกเอาไปด้วยเงิน
216,000$ จากราคาจริงประมาณ 12,000,000$
(สมัยนั้นนี่ถือว่าเยอะมากๆเหมือนกัน)ช่วงชีวิตภายหลังของเค้าก็มีชีวิตอยู่อย่างจนๆ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "credit for an invention or
creation is as important, if not more important, than the
invention itself."
สุดท้ายแล้วquoteอันแรกข้างบน
ก็ไม่ได้ช่วยทำให้คนที่สมองลาไปพักร้อนอย่างผมรู้สึกดีขึ้นมาได้
เพราะว่าคิดถึงคำพูดนั้นทีไรก็จะนึกถึงชีวิตสองขั้วอย่าง Thomas
Edison กับ Nikola Tesla
ทุกที คิดไว้ว่าถ้ามีลูกคงจะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟัง
(และแน่นอนลูกคงเอาเรื่องนี้ไปตอกหน้าอาจารย์ในโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับThomas
Edison แน่เลย lol) พร้อมกับบอกลูกว่า อย่า "เฮีย"เหมือน
Thomas Edison แต่ก็อย่า ซื่อบื้อ เหมือน Nikola Tesla นะลูก
lol
----------------------------------------------------------------------------
ps. * มาจากหนังเรื่อง the shinning
ของ stephen king
เรื่องของ thomas edison และ nikola tesla
เอามาจากหนังสือเรื่อง The Law of Power by Robert
Greene
ตัวกวน 16 ม.ค. 2548 เวลา 05:57 น.
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |