Attitude

เพื่อน(ผู้หญิง)มาถามว่าอยากมีเสน่ห์ทำยังไง ก็เลยแนะนำหนังสือไปให้สองสามเล่ม แต่ก็บอกไปว่าการจะเปลี่ยนตัวเองสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลง attitude (ทัศนคติ หรือ ความเชื่อ นั่นเอง) เพราะว่า ทัศนติ จะส่งผลกับ ความคิด และ ความคิด ก็ส่งผลจากการกระทำ

ทัศนคติ ---> ความคิด ---> การกระทำ

ทัศนคติที่แต่ละคนมีก็ได้มาจากหลายวิธี จากคนสอน จากสังคม จากประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าทัศนคติที่มีอยู่ จะเป็นสิ่งที่ถูก หรือว่า เหมาะกับอายุที่โตมากขึ้น

ตัวอย่างของทัศนคติที่หมดอายุ: ตอนเด็กๆคนส่วนใหญ่จะถูกสอนว่าห้ามคุยกะคนแปลกหน้า เพราะเด็กยังไม่รู้เท่าทันคนพอ พอโตขึ้นมาแล้วก็จะมีหลายคนที่ยังรู้สึกแปลกๆในการที่จะเข้าไปคุยกะคนซักคนนึง เพราะถูก

จริงๆแล้วคงจะบอกไม่ได้เหมือนกันว่าความเชื่อสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ถูก แต่ผมเชื่ออยู่อย่างนึงว่า (อันนี้ก็เป็น attitude อันหนึ่งเหมือนกัน)

Discard that which drags you down, incorporate that which sends you soaring.

แต่สิ่งที่ล้างสมองเพื่อนไป (ไม่รู้สำเร็จรึเปล่า) ก็คือถามเพื่อนว่าเวลาทำงานเคยเห็น คนที่ได้ตำแหน่งหน้าที่การงานดีเพราะว่า  ใช้หน้าตารึเปล่า แล้วรู้สึกว่าคนที่ได้ดีอย่างงั้นเนี่ยน่าเกลียดไหม คนส่วนใหญ่จะมองว่าน่าเกลียด แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะน่าเกลียดเลย มนุษย์ทุกคนเกิดมาไม่เท่ากันอยู่แล้ว บางคนเกิดมาสมองดีกว่าคนอื่น บางคนเกิดมาบ้านรวยกว่าคนอื่น บางคนเกิดมาหน้าตาดีกว่าคนอื่น แต่ละคนเวลาเกิดมาได้สิ่งที่ดีๆติดกับตัวมาไม่เหมือนกัน ผมเชื่อว่าการเอาสิ่งที่ดีๆที่ติดตัวมากะเรามาใช้ก็ไม่เห็นผิดเลย (หรือการเอาสิ่งที่เราเรียนรู้มาใช้ก็ไม่ผิดเหมือนกัน :P)จะให้คนที่สวยๆแต่สมองไม่ดี มาทำงานใช้สมองแข่งกับคนที่สมองดีเพียงเพราะว่าการไต่เต้าในที่ทำงานควรจะมาจากผลงานนั้นก็คงดูแปลกๆ เหมือนกับ คนหนึ่งยิงปืนแม่น อีกคนหนึ่งยิงธนูแม่น แต่เวลาดวลกัน คงที่ยิงธนูแม่นโวยให้คนที่ยิงปืนแม่นเปลี่ยนมาใช้ธนูเพราะว่าปืนนั้นมีเปรียบกว่าธนู เป็นคุณๆจะเปลี่ยนจากปืนมาใช้ธนูรึเปล่าครับ อิอิ ผมคงจะยิงคนเก่งธนูตั้งแต่ตอนที่เค้าโวยวายไปแล้ว น่ารำคาญ (รู้สึกพักนี้รุนแรงๆชอบกล...สงสัยติดนิสัยรุนแรงๆ ห่ามๆมาจากคนแถวนี้ :P) 

มีหลายคนบอกว่าผมน่ากลัว (อีกแล้ว อิอิ ไม่รู้จะกลัวอะไรกันนักหนา เพราะคนที่น่ากลัวจริงๆ คุณจะไม่รู้ตัวหรอกว่าคนๆนั้นน่ากลัวจนกว่าจะสายไปซะแล้ว) ก็เลยตอบไปว่าก็คงอยู่ที่คนใช้ว่ามีเจตนายังไงและเอาไปใช้ทำอะไรมากกว่า ครกถ้าเอาไปใช้ทำส้มตำก็ได้อาหารจานนึง แต่ถ้าเอาไปทุ่มหัวคนก็เป็นอาวุธฆ่าคนไม่ต่างจากปืน...แต่...มีปืนแล้วไม่ต้องใช้ ดีกว่าเวลาจะใช้แล้วไม่มี จริงไหมครับ

::On the top of my head::
สิ่งที่เป็นความเชื่อของตัวเองเท่าที่คิดออกตอนนี้

1. Discard that which drags you down, incorporate that which sends you soaring

สิ่งไม่ดีๆ (ทัศนคติแย่ๆ,เพื่อนไม่ดี)ที่อยู่ข้างๆตัวที่ถ่วงเราลงก็ทิ้งมันไปซะ ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บไว้เป็น sunk-cost fallacy (sunk-cost fallacy เป็นจุดอ่อนของมนุษย์อย่างนึงใครอยากรู้ว่าคืออะไร ไปหาอ่านเอาเอง :P) หัดสังเกตุว่าสิ่งไหนที่ดีกับตัวเราก็เอามาใช้


2. Extraordinary things happen in extraordinary ways

อะไรที่ไม่ธรรดาก็เกิดขึ้นด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา ถ้าอยากให้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองที่ไม่ธรรมดา ก็ต้องใช้ความพยายามที่เหนือธรรมดา และ ความคิดที่ไม่ธรรมดา..หรือบางทีก็..ความทรมานหรือการเสียสละที่ไม่ธรรมดา (เพราะว่าอะไรที่ได้อย่างก็ต้องมีเสียอย่าง)

3. The enemy of greatness is goodness -- A little goes a long way

สิ่งที่เป็นศัตรูของ ดีมากมาย* คือ ดี  90%ของคนส่วนใหญ่หยุดอยู่ตรงแค่คำว่า ดี แต่หารู้ไม่ว่า การพยายามอะไรเพิ่มอีกเล็กๆน้อยๆผ่านจุดที่คนอื่นเค้าหยุดกันแล้ว จะดันให้สิ่งที่ตัวเองทำจากแค่ ดี เป็น ดีมากมาย และดันตัวเองให้ห่างจากคนอื่นที่หยุดอยู่..ตรงแค่ค่ำว่าดี

*ตอนแรกจะใช้ดีเยี่ยมแต่เปลี่ยนใจ ใช้ดีมากมายดีกว่า in trend เผื่อถ้ามีลูกแล้วลูกมาอ่านจะได้รู้เรื่อง lol

4. What you resist, persist. What you accept, you gain power to use it.

เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ

5. If you do what you have always done, you will get what you have always got.

ถ้าวิธีไหนใช้ไม่ได้ผล ทางที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนวิธี เป็นอะไรที่ง่ายมากแต่คนหลายคนมองข้ามมันไป ยกตัวอย่างเช่น เวลาคนสองคนคบกัน ถ้าไม่ชอบอะไรในอีกฝ่ายนึงอยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็เริ่มด้วยการบ่น พอบ่นไม่ได้ผล แทนที่จะเปลี่ยนวิธี กลับ บ่นเหมือนเดิม แต่บ่นมากขึ้น บ่นแรงขึ้น บ่นบ่อยขึ้น หุหุ สุดท้ายก็ลงเหว

6. Perturb

อยากรู้ว่าใครตัวตนจริงๆเป็นไง...กวนน้ำให้ขุ่น (หาวิธีมาทดสอบ)
ทำอะไรแล้วติด หรือ อะไรในชีวิตที่มันน่าเบื่อ ...กวนน้ำให้ขุ่น (ด้วยการหาอะไรใหม่ๆมาทำ)
หลักๆคือถ้ารู้สึกไม่ชอบสภาพแวดล้อมที่สมดุลที่อยู่รอบตัวก็ลองกวนน้ำให้ขุ่น อาจจะทำให้เห็นอะไรใหม่ๆ หรือทางออกดีๆ

Amy Studt - Misfit
(Thanks Chateau Phonolac for the song)


ตัวกวน
24 พ.ย. 2547 เวลา 10:17 น.

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< ::หายไป:: Hand massage >>

ช่างเป็นไดฯที่
ได้อารมณ์แบ่บ
โกธิค..อย่างแรง
.
.
.

e ถึ ก จิ ต เเ ด ก
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 10:41 น.

ได้ทัศนคติแบบได้อารมณ์อีกแบบนะเนี่ย

(-`๏’•ิ__•ิ`๏’- )
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 10:44 น.

อ่านคร่าวๆไปรอบนึง แปะไว้ก่อน ยังไม่มีอารมณ์ใช้สมอง :P


Chaos
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 11:00 น.

ทำอะไร คิดอะไรก็ตาม ถ้าไม่เดือดร้อนใครแล้วไม่ให้ผลร้ายกะตัวเองก็ทำเลยอ่ะ

black angie
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 11:03 น.

ทัศนคติ กำหนดความคิด และการกระทำ....เห็นด้วยคร๊าบบบ

[ whitemoon ] 24 พ.ย. 2547 เวลา 12:03 น.

 

ขายบ้านค่ะ

คิดไปถึงไหนล่ะคุณเนี่ย

ฉันไม่ใช ่เจ้าหน้าที่ขายนี่หน่า เอ๊อ

เกเร
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 14:05 น.

ได้อารมมากๆคับ

ปลั๊กคุง
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 14:28 น.

ไม่เข้าใจขอหลังฮับ หมายถึงอะไรฮะ

KingKong
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 14:44 น.

การงาน ตำแหน่งดีกว่า เพราะหน้าตาดีกว่าเรา?
หืมมม? ...
โมว่า ถ้างานที่ว่าคือเกี่ยวกะวงการบันเทิง อันนี๊ไม่แปลกนะพี่
แต่ถ้างานที่ว่าคืองานออฟฟิส หรืออื่น ๆ ที่ต้องใช้สมอง และ ผลงานมาตัดสินอ่ะ
หน้าตาไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องนิ
เรื่องการยิงปืน กะยิงธนูอ่ะ มันควรจาเป็นคู่แข่งที่สมเหตุสมผล และยุติธรรมนิ
แต่อย่างว่า .. มันก็ขึ้นอยู่กะฝีมือไม่ใช่หรอ? (( เอ๊ะ .. ตรงประเด็นมั๊ย -"- ))

กะให้ลูกมาอ่านเลยหรอ?
ว่าแต่ ... มีแม่ให้ลูกยังอ่ะ?
กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
(( หลบก่อน .. ได้ข่าวว่าชอบยิงปืน >< ))


ทิด สะ ดี ((เขียนไม่เป็น = = )) กวนน้ำให้ขุ่นนี่ .. ใช้ได้กะทุกสถานการณ์จิง ๆ :P


// ช่วงนี๊พี่โหดจิง ๆ นะ เมื่อวานก็ยิงกระจายเลย O___o"



: โ ม นิ* เ ด่ ะ เ ว ง ™ :
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 14:48 น.

: )

i realized many things from your points..thx..

พักนี้รุนแรงชอบกลๆ สงสัยติดนิสัยรุนแรงมาจากคนแถวนี้ << เชื้อนี้ไม่น่าจะติดกันง่าย อยู่ใกล้เป็นเพื่อนบ้านกันมานานอีลำยองยังไม่โหดเลย 555

: P

lumyong
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 14:53 น.

Charming is not just the outside look, it's come from what's in side that person from my opinion.

A beautyful girl acan be very mean and not charming at all.

An ugly girl with a good heart can be very charming to the others coz of what she did.

I found myself as the second girl, not as beautifull as the other girl but I've my care and love to the others...that's what I considered as my charm.

For you "Tau Gaun", I found your charm is your words and good piont of view.

Take care and Thanks for all your support ka.

joomyy
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 15:06 น.

พักนี้รุนแรงชอบกลๆ สงสัยติดนิสัยรุนแรงมาจากคนแถวนี้ << เชื้อนี้ไม่น่าจะติดกันง่าย อยู่ใกล้เป็นเพื่อนบ้านกันมานานอีลำยองยังไม่โหดเลย 555
^ ^
^ ^
อีปากสด เดี๋ยวเถอะอีไฮเตอร์
โป้งแล้ว

Chaos
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 15:07 น.

เปลี่ยนเป็น

จิตไร้สำนึก
อารมณ์ --> ความคิด --> การกระทำ
ทัศนคติ

ได้มะ...
ไม่รู้ดิ.. บางอย่างมันก็ไม่ได้คิดอยู่กะทัศนคติ
จริงๆ เราอาจจะไม่เข้าใจความหมายของ 3 คำนี้เท่าไรหรอกนะ
แต่แบบว่า ชีวิตเรามันก็ไม่ได้ถูกจับมัดมือชกใช่มะ

รักษ์รัก
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 15:10 น.

attitude สำคัญที่สุดเลยมั้ง

หยิงว่างั้นนะ

เห็นด้วยว ่า

การมีหน้าตาดีอ่ะ มันคือพรสวรรค์ส่วนตัว

ปล. เกิดมาสวย ช่วยไม่ได้

อิอิ

jaoying
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 15:20 น.

Attitude -> Thought -> Behavior

เห็นด้วยอย่างยิ่ง
แต่ environment และ mood ก็เป็นทั้งปัจจัยเสริมและปัจจัยแทรกที่สำคัญที่กำหนด attitude คนคนนึง ณ.ช่วงเวลานั้นๆ

ป.ล.1 ชอบรูปไข่เลือดกระจาย
ป.ล.2 ฉันไม่ชอบคำว่า 'มากมาย' เลยให้ตายสิ อย่าเช่น ดีมากมาย ชอบมากมาย ขอบคุณมากมาย .. อ่านแล้วขัดๆไงไม่รู้ ฉันคงแก่เกินไปไม่ in trend ซะแล้ว

Alynn
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 16:59 น.

In my opinion, there are some internal psychological factors that influence human behaviour such as perception, personality, motives and also attitude. Perception is by which individual select to behave and then associated with personality. Motives are thought of as internal energizing forces that direct a person's behaviour toward the achievement of personal goals. Finally, attitudes consists of knowledge and positive or negative feelings about another person or what should behave.
แฮะๆโทษที่ช่วงนี้อินไปหน่อย..เลยใส่มาเป็นชุด..เอ าเป็นว่า..ต่างคนก้อต่างความคิดละกันนะค่ะ

::SoLiTaRy::
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 17:04 น.

อืม ใช่ เห็นด้วยอย่างมากมายเลย
มันก็ขึ้นอยู่กับว่ารู้มายังไง
แบบไหน ว่ายังไง ด้วยแหละ..
แต่ละคนอาจดูแตกต่าง
แต่สุดท้าย ก็ยังคงเหมือนกันอยู่ดี ..

ก็เพราะว่าสากสร้างมาเพื่อตำ
แต่ปืนสร้างมาเพื ่อฆ่า ...

จะปกป้องหรือไม่ ก็ฆ่าอยู่ดี
จะยิงโดนสักกี่นัด ที่เสียไปก็ชีวิต
เสียใจ .. เห็นจริง ..
ก็คงหลังจากที่ได้ทำ ..
ก็เว้นแต่คุณจะเป็นนักล่าสัตว์ หรือผู้รับใช้ชาติ ..


ป.ล. เห็นรูปแล้วกินข้าวต่อไม่ลงเลย ..
= =''



UnE PaPill0n
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 17:14 น.

พักนี้รุนแรงชอบกลๆ สงสัยติดนิสัยรุนแรงมาจากคนแถวนี้
Hu hu...(have comments but chose to keep it to myself)

Ur suggestions are v. good, but it's v. hard to adopt though. The problem is not 'what' kind of attitude should we adopt, but 'how' to adopt it. I think it is v. hard to change our attitude coz it's been built and rooted since the day we were born. That's why I stop reading those how-to books...reading cannot change the way we think for good. I usually feel that oh...this is a nice attitude to have, but then that's it, after I closed the book and a few days or weeks passed, I'm still my old self, and in the end, what I got from those how-to books are only nice ideas to quote to make myself look intelligent in the eyes of others but my real problems are still unsolved...

From my personal expereince, it is refreshing to read how-to books but just reading cannot change anything (even when those books offer detailed step-to-step way to change ourselves)...reading without believing is too shallow a way for human to allow themselves to change something so deep and complex as their attitude. It should take some real-life experience like being dumped, a suicide, or sth with more perception changing effects to really change attitude...IMHO though...

What am I doing here, murmuring sth that is not really related to what u wrote...

Thanx anyway for ur insights on the attitude that we should adopt na krab...

And thanx for ur message on my privated diary...ur guess is half right and ur suggestion is, as always, insightful and v. considerate krab.


Atashi
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 17:24 น.

อืมการเปลี่ยนคนมันยากนะ

PET
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 18:09 น.

Your diary .... has such great impact on the feeling :)

Discard that which drags you down, incorporate that which sends you soaring << It’s a difficult thing to ignore things that make us feel down… If it’s that easy…people will be much happier than they are now.. Changing attitude is not easy task though … There are so many factors that lead to its alteration.. Time and environment will greatly affect the attitude :)

People just need to realize that by changing the attitude.. their life can be better…
P.s. I like your pixture na ka... it's very sa-jai ka 555+


P.s. 2 ...R u gonna keep this diary for ur child to read...???

Gotta find the mother of the child first na ka 555+



Pinky Amiko
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 18:12 น.

i kinda like ur story^-^

nuhaew
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 20:45 น.

เปิดรับสิ่งใหม่ๆ

luzy_p
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 22:00 น.

เห็นด้วยกะข้อ 5แหละ

Haniffer
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 22:23 น.

attitude เปนสิ่งสำคัญ

หมูน้อยจอมพลัง
 
24 พ.ย. 2547 เวลา 23:27 น.

sound familiar....eieie

>>มีหลายคนบอกว่าผมน่ากลัว

Yeahh...afraid of loving you.. i guess.

:P

Kitty lover
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 00:51 น.

ทัศนคติรึนมฮะนี่มีหมดอายุด้วย ;"P

เคยอ่านการ์ตูนทำอาหารเรื่องนึงนะ เค้าทำอาหารประหลาด ๆ แต่อร่อย (คือไม่ได้ชิมเองน่ะ แต่คนอื่นในเรื่องเค้าชิมแล้วบอกว่างั้นนะ) แต่ตอนแรกมีคนนึงมาแบบเฮ้ย ไอ่นี่ กับไอ่นั่นมันจะเข้ากันได้ไงไรเงี้ยะ แล้วคนทำอาหารเค้าก็บอกว่ามีคำว่า "ทัศนคติ" ติดอยู่ที่หน้าผาก เอาออกก่อนสิ . .

ปล. สังเกตไม่มีสระอุ :)

t03y
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 01:00 น.

เนื้อหานำมาโยงได้กับไดคุณวันนี้เลยนะค่ะ

จรืงอยู่จะเ ปลี่ยนการกระทำของคนเรานั้นต้องเริ่มจากความคิดก่อน และเผอิญ attitude ของคนเรานั้น บางครั้งก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นสันดาน (( หยาบไปมั้ยเนี่ย ไม่รู้จะใช้ศัพท์ไหนแทนนะคะ )) ซึ่งจะให้เปลี่ยนก็เป็นเรื่องที่ยากเช่นกัน เพราะ attitude ถ้าจะให้สาวลึกลงไปจริงๆ น่าจะเป็นสิ่งที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก ว่าเราเห็นและคิดยังไง โดนสังคมรอบข้างตั้งแต่สถาบันเล็กๆไปจนถึงสังคมใหญ่ และที่สุดแล้วก็คือตัวเราเอง บ่มเพาะความคิดดีๆ หรือนิสัยแย่ๆ attitude ก็แตกต่างกันไป

บางครั้งเห็นพฤติกรรมของคนรอบข้าง เรามองว่า เค้ามี attitude อย่างนั้น อย่างนี้ แต่ถามว่าเราไปบอกแนะนำให้เค้าเปลี่ยนได้มั้ย ก็คงไม่ได้ เผลอๆโดนโวยเข้าให้อีก นอกจากเปลี่ยนเป็นคำแนะนำดีๆแทน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะฟังแล้วเอาไปคิดมั้ยก็อีกเรื่องนึง แต่โดยมากแล้ว คนเราจะมีอีโก้สูง ซึ่งน้อยคนนักที่จะรับฟังและเก็บเอาไปคิดจริงๆ

คอมเมน ต์แบบงงนะคะ ยังไม่ได้น้อยเลย อาจจะเมนต์รั่วๆไปนิด

LittleBee
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 01:34 น.

ส่วนตัวเรากลับเห็นว่า คนที่ก้าวหน้าโดยอาศัยหน้าตานะน่าเกลียด โอเค ถ้างานนั้น คุณสมบัติของงานคือหน้าตา ช่น นางงาม แบบนั้นก็เหมาะสมที่คนที่หน้าตาดีจะได้ไป แต่ถ้าการงานนั้น ต้องการความสามารถด้านอื่น มันก็ไม่ถูกต้องที่คนหนึ่งจะได้ก้าวหน้าโดยคุณสมบัติที่ไม่เกี่ ยวข้องเลยอย่างหน้าตา ถ้าเราเป็นคนนั้น เราก็คงรู้สึก
ละอายใจและคงรับงานนั้นไม่ได้

~*< sHeRrY >*~
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 05:55 น.

ดีมากมาย....
น่าลองทำดูจัง :D

วันนี้ได้อะไรดีๆเยอะเรย
ทัศนคติเป็นสิ่งที่สำ คัญมากจริงๆ


๑ YbN ๑
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 07:01 น.

ก้อเพราะทัศนคติไม่ตรงกันเนี่ยแหละ ..... ที่ทำให้คนหลายคนทะเลาะกัน แต่ก้อทำให้เกิดประโยชน์ได้ด้วย จากทัศนคติที่แปลกออกไป ทำให้มองอีกมุมนึงได้ดีกว่าคนที่มีทัศนคติต่างกัน ใช้ในทางที่ดีก้อดีไป :)

คู่รักบางคู่ ก้อใช้คำว่า "ทัศนคติไม่ตรงกัน" มาอ้างเวลาจะเลิกกัน ...... อืมมมม

มันถึงได้สำคัญอย่างงี้นี่เอง .... แต่ทัศนคติเนี่ย เปลี่ยนยากพอๆกับ inborn traits เลยนะ (ไม่กล้าเขียนภาษาไทย มันแรงไปอะ)

:: I'm with you ::
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 08:03 น.

เห็นด้วยเป็นอย่างมาเลยกะข้อที่ว่าไม่ควรหยุดที่ "ดี" เท่านั้นเพราะมันหมายถึงการไม่มีการพัฒนาของตัวเอง :D
เชียร์ !
พีเอส: วันนี้รูปน่ากลัวอ่ะ.... โดยส่วนตัวแล้วไม่กล้าดูอ่ะ...

cheetah : wicked
 
25 พ.ย. 2547 เวลา 20:35 น.

คนที่บอกว่าคุณน่ากลัวน่ะ อาจจะกลัวเผลอไปชอบคุณหรือเปล่า เลยต้องบอก
เตือนสติไว้ก่อนว่าคุณน่ากลัว

ปล.

ก็คุณทำท่าคิดก่อนทำไม
ฉันก็คิดตามน่ะสิ ๕๕ ไม่เชื่อคุณ
ไปดูคอมเม้นท์คุณดิ แปลกๆ น่ะว่าม่ะ


คนเกเร
 
26 พ.ย. 2547 เวลา 02:03 น.

ตามมาตอบ.....ไขข้องใจค่า

ครีมทราบดีค่า ว่าการทำ Resume ควรเขียนให้กระชับ สั้น ชัดเจน แต่ได้ใจความ

แต่สำหรับที่บริษัทนี้.....

เค้าระบุกะครีมมาเลย...ค่ะว่า

ขอ Job description อย่างละเอียดละออ

ไม่รู้เหมือนกัน....ว่าทำไม....น้อ

เรียกเราไปสัมภาษณ์เลยไม่ง่ายก่าหรอเนอะ....

ปล....ยังไม่รวมกระบวนการดูโหงวเฮ้งอีกนะคะเนี่ย!!!

• MarroN CreaM •
 
26 พ.ย. 2547 เวลา 09:35 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  พฤศจิกายน
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30

- รู้จักกันก่อน
- Rhianna

- My pets
- Me