ผมชอบเปรียบการที่คนสองคนคุยกันเหมือนการสู้กัน ในการต่อสู้กันก็ต้องมีการรุก
การรับ บางทีก็ต้องแกล้งเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้าม แกล้งรุกเข้ามา เพื่อจะจัดการสวนเข้าไป
55555. การที่คนจะคุยกันแล้วสนุกหากเปรียบกับการต่อสู้ก็คงเหมือนกับต่างฝ่ายมีกระบวนท่าที่ทำให้มีการรุกมีการรับที่เข้ากัน
คล้ายๆกับการเต้นรำ หากฝ่ายนึงออกหมัดมา แต่อีกฝั่งนึงเอาเท้าขึ้นมาจะกันอย่างงั้นคงโดนน๊อคไปก่อน
เพลงเพิ่งขึ้นเพิ่งเริ่มเต้นแต่น๊อคไปซะแล้ว..
::Case
study::
รุก รับ เปิดช่อง และ วาระซ่อนเร้น
when:
Nov 14, 2004
ผม: อ๋ายยังไม่อาบน้ำหรอ
กลิ่นตุๆ
Phonolac: อาบสิ เฮอะ
ผม:
นึกว่าจะหมักไปถึงพรุ่งนี้
ผม:
Chateau Phonolac
2004
Alcohol 5.6%
A blend of sweat, lipid, parfum create a one-of-a-kind
after taste. Our
best attempt from Edinburgh winery.
Phonolac:
บ้า
ผม: ยี่ห้อนี้ราคาเท่าไหร่น้าา
ผม: ขอดูข้างขวดก่อน
Phonolac:
เท่าไหรละคะ
ผม: อืมม
ผม: แพง ไว้รอ Black Friday
แล้วค่อยมาช๊อปอีกทีเผื่อลดราคา lol
Phonolac: ขอโทษค่า
ที่นี่ไม่มีblack friday
Phonolac: เชอะ
ผม: lol..
ผม: ไม่มีช่วงที่ลดกระหน่ำในรอบปีหรอ
แบบafter christmas sale ไรเงี้ย
Phonolac: boxing day
ผม: วันไหนล่ะ
Phonolac: ไม่รู้จาก boxing dayหรอ
ผม:
ไม่รู้คับ คือวันต่อยมวยหรอ?
Phonolac: lol ต่อยคุณน่ะสิ
พอชี้เป็นจุดๆให้เห็นว่า
dynamic of conversation มีอยู่สี่อย่าง (รุก รับ เปิดช่อง วาระซ่อนเร้น)อ่านแล้วคงพอดูออกใช่ไหมครับว่าตรงไหนเป็นยังไง
ไม่ขออธิบาย อิอิ ถึงให้อธิบายก็ไม่ยอมบอก ขอบคุณผู้ร่วมคุยรายนี้...

บางทีก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าคิดอะไรแปลกๆต๊องๆออกมาได้ไง
เผอิญเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มนึง ที่บอกว่าเหลือบเพราะอ่านเล่มนี้ไปนานแล้ว ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นgeniusอะไรเดี๋ยวจะโดนคนแขวะ
เพียงแต่หนังสือเล่มนี้จะมีสมมติฐานที่คนเขียนตั้งขึ้นมาว่าพวกgeniusในสมัยโบราณๆเนี่ยเค้าคิดอะไรออกมาได้ยังไง..ก็คือการใช้วิธีที่เรียกว่า
metaphorm
ขอดึงparagraphหลักๆที่เป็นใจความสำคัญของหนังสือเล่มนั้นมาละกันครับ:
The
term "metaphorming" is derived from the Greek words meta (transcending) and phora
(transference). It refers to the act of changing something from one state
of matter and meaning to another. It begins with transferring new meanings
and associations from one object or idea to another.
ทีนี้ก็เลยเข้าใจว่าที่ตัวเองหมักไวน์ออกมาได้ขวดนึงเนี่ยเพราะใช้วิธีแบบเดียวกัน..สงสัยต้องกลับไปอ่านหนังสือเล่มนี้ใหม่อีกซักรอบเผื่อจะมีไอเดียดีๆสำหรับthesis
เฮ้อทีเรื่องเล่นๆคิดได้คิดดี ที่เรื่องงานคิดอะไรไม่ค่อยออก 5555.
ชอบสองประโยคในหนังสือเล่มนั้นที่ว่า Geniuses are able
to see what many miss. They see possibilities in the impossible. จริงๆหนังสือเล่มนี้ก็ได้reviewงั้นๆในamazon
พออ่านเจอประโยคนี้ในหนังสือเล่มนั้นตอนเดียวกะที่อ่านreviewของคนบางคนก็รู้สึกว่ามัน
ironicดีแฮะ..
::Epilogue::
ผม:
สองคนยลตามช่อง หนึ่งคนมองเห็นโคลนตม
อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย :P
นิดหน่อย: จำได้แต่ อันของสูงหมายปองต้องจิต
ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ
ผม: ขอใช้กระเช้าดับเพลิงได้เปล่าครับ
ทุ่นแรงดี
ปีนป่ายเนี่ยมันดูเหมือนจิ้งจกเลื้อยเสียฟอร์มน่ะ
สาวที่นั่งอยู่ข้างบนคงหัวเราะแย่
เผอิญไม่เท่เหมือน toby mcquire lol
นิดหน่อย: เหมือนตุ๊กแกมากกว่าค่ะ
ผม: ก็นั่นงายย ถึงบอกใช้กระเช้าดับเพลิงดีกว่า
นิดหน่อย: ตามใจค่ะ
ผม: พอถึงเสื้อผ้ายังเรียบร้อย
เหงื่อไม่ออก
แถมถือช่อดอกไม้ได้อีกช่อ
ปล่อยให้คนอื่นปีนเลื้อยอยู่ชั้นสองชั้นสาม
นิดหน่อย: หมีตัวโตๆด้วยยยย
ผม: โลภ lol

มีคนบอกว่ารูปไอคอนที่ใช้น่ารัก จริงๆเป็นรูปหมีนักดับเพลิงกำลังรูดเสาอยู่
เผอิญไอคอนเล็กไป ถ้ามาเห็นรูปหมีกำลังรูดเสาอยู่สงสัยเหมือนกันว่ายังจะบอกว่าน่ารักไม่เหมาะกับชื่อตัวกวนรึเปล่า
lol..
While I'm at it, anyone
want a glass of Chateau Phonolac?
Private :
Nat
King Cole: L.O.V.E.
ตัวกวน
17 พ.ย. 2547 เวลา 08:43 น.