|
The art of kissing

Gondola time at
sunset and you hear the Chapel bell. A legend just for
lovers, dreamers often tell. Your love will last
forever, a truth we won't deny; if you kiss at
sunset beneath the Bridge of Sighs.
-Ed
Gregory-
ยังจะได้ว่าสี่ปีที่แล้ว เพิ่งเริ่มคบกับแฟนคนที่สองใหม่ๆ
ตอนนั้นยังอยู่คนล่ะรัฐกัน
ครั้งแรกที่ผมจะบินไปหาเธอหลังจากเป็นแฟนกัน
นั่งเตรียมอยู่เกือบสองสัปดาห์ว่าห้าวันที่มีอยู่จะใช้เวลาที่ไหนบ้าง
เพราะว่าเป็นครั้งแรกก็เลยอยากให้เป็นอะไรที่ประทับใจ
ก็ไปเจอที่ๆหนึ่งใน Long Beach
ที่มีพาพายเรีอรอบๆเกาะเป็นเรือกอนโดล่าแบบในอิตาลี
ปกติเวลาเตรียมเดทสำคัญๆจะเตรียมล่วงหน้านานมากเพราะว่าในอเมริกา
อะไรที่ดีๆมักจะต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์...ก็เลยนัดเวลานั่งเรือได้ที่ดีที่สุดคือตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี..

วันนั้นอากาศค่อนข้างหนาว แต่ดีที่ในเรือมีผ้าห่ม
เปลวเทียนไหวเบาๆในตะเกียงขนาดเล็กที่วางไว้ข้างหน้าเรือ
กับบรรยากาศใกล้ๆค่ำ
ถึงแม้จะสวยสู้ที่เวนิสไม่ได้..แต่ก็โรแมนติคไม่เบา
เรือเข้าใกล้สะพานอันแรกไปเรื่อยๆ
..ก็เลยเล่าตำนานของเรือกอนโดล่ากับการจูบใต้สะพานให้ฟัง
กะเวลาว่าเล่าจบตอนเรือถึงใต้สะพานพอดี..
คงเดาได้นะครับว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอถาม"แล้วอย่างงี้ไม่ต้องจูบไปทุกใต้สะพานเลยหรอ" คิกๆ
กว่าจะวนรอบเกาะไม่รู้มีกี่สะพานแต่ก็เยอะเหมือนกัน
มีคนบอกไว้ว่าการจะทำอะไรให้ติดเป็นนิสัยต้องทำติดต่อกัน17ครั้ง
สงสัยสะพานรอบเกาะนั้นคงจะเกิน17แห่งแหงๆ อิอิ
รู้สึกว่าเธอจะช๊อคเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โกรธอะไร
สงสัยจะเห็นใจกะความพยายามของผม ฮ่ะๆ
ตอนที่ขึ้นมาจากเรือพนักงานก็เอาการ์ดแบบพับเล็กๆมาให้ข้างในมีรูปpolaroidกับ
poemที่เขียนไว้ข้างบนของ Ed Gregory..
"เห็นเปล่าว่าไม่ได้อำซะหน่อย..มีตำนานอย่างนั้นจริงๆ"
ผมหัวเราะเบาๆพร้อมกับมองหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งของเธอในตอนนั้น..

เดือนที่แล้วได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ถึงรู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ค่อยละเอียดอ่อนในด้านนี้เลย (*)
เวลานึกถึงkissแล้วจะนึกถึงแต่french kissฮ่ะๆ
แต่ก่อนจะนึกว่าก็ทำตามอารมณ์จะพาไป
แต่ในบางเวลาแค่ปากแตะปากเบาๆก็จะเหมาะสมกว่ามากๆ
ในเล่มนี้จะพูดถึงจูบแบบต่างๆหลายๆแบบแล้วก็จะมีตัวอย่างคร่าวๆว่าใช้เวลาไหนถึงจะเหมาะ
ตอนนั้นเคยเขียนไดเรื่องนี้ให้แฟนคนที่สี่อ่าน
ก็listให้ดูว่ามีkissแบบไหน แต่ไม่ได้อธิบายว่าทำยังไง
แต่เธอแค่ถามอยู่อย่างเดียวว่า butterfly kissนี่เป็นยังไง
ยังสงสัยจนถึงวันนี้ว่าถามแค่อันนั้นอันเดียวเพราะชื่อมันน่าสนใจ
หรือว่าที่เหลือรู้หมดแล้วว่าทำยังไง..

หนังสือเล่มนั้นยังบอกไว้ว่า
ส่วนใหญ่แล้วคนยุโรปจะละเอียดอ่อนในเรื่องอย่างงี้มากกว่า
สงสัยท่าจะจริง หลายสัปดาห์ก่อนดูหนังเรื่อง Amelie
นางเอกจูบพระเอกยู่สามที่
มีอยู่สองที่ๆไม่เคยนึกมาก่อนว่าทำแล้วจะดูหวานซึ้ง
ที่แรกคือใต้หูลงมาประมาณหนึ่งนิ้วต้นกราม ที่ๆสองคือ
เหนือปลายริมฝีปากประมาณหนึ่งเซ็นต์..ถ้าสังเกตุดูหนังอเมริกันจะออกหื่นๆหน่อยจะfrenchเอาท่าเดียว
สงสัยที่ตอนแรกเป็นคนไม่ละเอียดอ่อนด้านนี้เพราะว่าตอนเด็กๆดูแต่หนังอเมริกันแหงๆเลย
(โยนความผิดให้หนังดีกว่า)
จริงๆแล้ว the
art of kissing ไม่น่าจะขึ้นอยู่กับวิธีอย่างเดียว
แต่น่าจะขึ้นอยู่กับ อารมณ์ของแต่ละคนในตอนนั้นด้วย
ถ้าใจและความรู้สึกมันไป อะไรๆก็คงจะออกมาดีไปหมด
ส่วนจะทำยังไงให้อารมณ์ไปถึงจุดนั้น..ต้องไปคิดกันเอาเอง อิอิ
สูตรใครก็สูตรใครสิ..
ปล.
lol..รู้ตำนานโบราณไว้บางทีก็เป็นประโยชน์เหมือนกันนะเนี่ย
(*) but now I'm the changed man muah ha
ha.
เอ๊กซ์:
ถ้าเธอหนาว
My boyfriend used to ask his mother, 'How
can I find the right woman for me?' and she would answer,
'Don't worry about finding the right woman- concentrate on
becoming the right man.' [Author unknown] |