การเป็นตัวของตัวเอง กับ การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

เมื่อหลายวันก่อนได้เขียนไดไว้เรื่อง ผู้ชายชอบผู้หญิงที่น่าค้นหา (link) ตอนเขียนก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากว่าอยากลองวิเคราะห์ดูว่าคนที่หน้าค้นหาเนี่ยน่าจะมีลักษณะเป็นยังไง แต่พอมาดูๆเมนท์แล้วเหมือนคนตอบจะแบ่งเป็นสองค่ายเลย ค่ายแรกก็เห็นด้วย ค่ายสองก็คือไม่เห็นด้วยในแง่ที่ว่าของอย่างงี้ไม่เห็นจะต้องทำเลยเพราะมันไม่เป็นตัวของตัวเอง พออ่านและตามเมนท์จบ (เหนื่อยวุ้ย) ก็นึกได้ถึงหนังสือเล่มหนึ่ง และเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่ง..

หนังสือเล่มที่นึกถึงคือเรื่อง Guns, Germs, and Steelแต่งโดย Jared Diamond เล่มนี้ได้รางวัล pulitzer prize (คล้ายๆกับรางวัล ซีไรท์ ของเมืองไทย แต่เป็นเฉพาะของอเมริกาเท่านั้น) เนื้อหาในเล่มนี้จะพยายามอธิบายประวัติศาสตร์ของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ว่ามนุษย์เกิดมาอย่างไร ย้ายถิ่นฐานยังไง ยึดครองต่างชนเผ่ายังไง เรื่องที่ติงต๊องที่สุดก็คือ การล่มสลายของอารยธรรมทางฝั่งอเมริกาใต้ (พยายามเขียนจากความจำถ้าชื่อหรืออะไรผิดไปขอโทษด้วยนะครับ) รู้สึกจะเป็นอารธรรมอินคา ตอนนั้นมี Atahuallpaกษัตริย์ ทีนี้พวกสเปนก็พยายามจะยึดครองพื้นที่ ประจวบเหมาะกับทางฝั่งอินคามีตำนานเล่ามาว่าซักวันหนึ่งลูกของเทพเจ้าจะมาหา ซึ่งลูกของเทพเจ้านี้จะมีผิวขาว ฝ่ายสเปนก็เลยตามน้ำลักพาตัวAtahuallpaไปเรียกค่าไถ่โดยไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อซักนิด (ภาพการลักพาตัวอยู่บนปกหนังสือนะครับ)

แต่เรื่องที่ทำให้นึกถึงจริงๆก็คือการล่มสลายของชนเผ่าเร่ร่อน และการผุดขึ้นมาของสังคมเกษตรกรรม สมัยก่อนสังคมมนุษย์จะเป็นสังคมแบบเร่ร่อนคือล่าสัตว์มาเพื่อประทังชีวิตแล้วก็ย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆตามความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า ลักษณะการปกครองก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้ชีวิตของสังคมนั้นๆนั่นเอง ในสังคมแบบนี้ก็จะมีหัวหน้าซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแรงที่สุด หรือมีความสามารถในการล่าสัตว์มากที่สุด เพราะว่าเผ่าพันธุ์ต้องอาศัยคนแบบนี้เพื่อล่าสัตว์มาเพื่อประทังชีวิต หัวหน้าจะค่อนข้างมีอำนาจมาก มีเมียได้ทีละหลายๆคน (อิจฉาวุ้ย)ถ้าลองสังเกตุดีๆสังคมแบบนี้จะไม่ต่างกับสัตว์ป่าที่อยู่อาศัยแบบเป็นฝูง

ทีนี้บังเอิ๊ญบังเอิญ ก็มีคนไปค้นพบวิธีปลูกพืชขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ทุกเผ่าจะค้นพบวิธีปลูกพืชนะครับ อาจจะมีแค่ไม่กี่เผ่าที่ค้นพบการปลูกพืช แล้วความรู้เหล่านี้อาจจะถูกถ่ายถอดไปยังเผ่าอื่นๆ ซึ่งก็แน่ล่ะ มีทั้งเผ่าที่ยอมรับความรู้ด้านการปลูกพืช และก็เผ่าที่ไม่ยอมรับความรู้แบบนี้ แล้วสังคมเร่ร่อนล่มสลายได้ยังไง อันนี้ก็ต้องตามอ่านต่อไปอิอิ ลักษณะของสังคมเกษตรกรรมนั้นจะเป็นอะไร

ที่เริ่มจะแตกต่างจากการอาศัยเป็นฝูงสัตว์ป่าอย่างสิ้นเชิง การที่สามารถปลูกพืชได้ ทำให้ไม่ต้องเร่ร่อน ไล่ล่าหาสัตว์ แล้วก็สามารถเก็บผลผลิตไว้กิน เพราะฉะนั้นความจำเป็นที่ต้องออกไปล่าสัตว์ก็น้อยลง มีคนที่มีเวลาว่างมากขึ้น...พวกคนที่มีเวลาว่างเหล่านั้นก็เลยมีเวลาคิดประดิษฐ์อะไรใหม่ๆ หรือค้นพบความรู้ใหม่ๆ นำไปสู้การปฏิวัติทางวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และอื่นๆอีกหลายด้าน

จริงๆหนังสือเล่มนี้ยังมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะพิมพ์มาตั้งนานยังไม่เห็นพูดถึง ปืน เชื้อโรค หรือ เหล็กซักกะคำ อิอิ แต่ที่ต้องการพูดถึงคือการล่มสลายของชนเผ่าเร่ร่อน เพราะว่าสังคมเกษตรกรรมแข็งแรงแพร่พันธ์เร็วกว่าพร้อมทั้งอาจจะมีอาวุธใหม่ๆถูกประดิษฐ์ออกมา ก็เลยคิดว่าชีวิตของคนเรานี่รอบๆข้างเรามันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ก็ต้องดูดีๆว่าจะรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงรึเปล่าเพราะว่าสิ่งนั้นอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ แล้วถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเราล่ะ...อันนี้ก็ต้องอ่านเรื่องเล่าชาวประมง..อันนี้มีคนสอนมา คิดว่าคงหาอ่านที่ไหนไม่ได้ อิอิ...(ขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ชอบตกปลาเพราะสงสารปลา แต่ชอบกินปลา หุหุ)

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าคนหัดตกปลาใหม่ๆก็มาขอให้ชาวประมงช่วยสอนว่าจะตกปลายังไง
ชาวประมงก็ถามชายคนนั้นว่าชอบทานอะไร ชายคนนั้นก็ตอบว่า สเต๊ก
ชาวประมงเลยถามต่อว่า แล้วคุณจะเอาสเต๊กไปตกปลารึเปล่าล่ะ
ชายคนนั้นก็ตอบว่าจะเอาสเต๊กไปตกปลาได้ยังไง ก็ต้องใช้เหยื่อปลาสิ
ชาวประมงก็เลยตอบว่าก็ใช่ สิ่งที่คุณชอบ ไม่ได้หมายความว่าปลาจะชอบสิ่งนั้น ถ้าจะตกปลาก็ต้องใช้เหยื่อปลาซึ่งก็มีหลายชนิด แม้กระทั่งเบ็ดตกปลาก็มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและสถานการณ์

ผมก็เลยคิดว่ามันก็เหมือนกับการที่เราต้องติดต่อกับผู้คน (หรือว่าจะจีบสาว อิอิ) ก็เหมือนกะการที่เราไปตกปลา ปลาแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน เหยื่อที่ใช้ก็ต้องไม่เหมือนกันเช่นกัน การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆก็เหมือนกับชาวประมงที่มีคันเบ็ดรุ่นใหม่ๆหรือเหยื่อปลารุ่นใหม่ๆ ถามว่ายังเป็นตัวของตัวเองรึเปล่า ชาวประมงก็ยังเป็นชาวประมง และก็ยังตกปลาเหมือนเดิม เพียงแต่มีเครื่องไม้เครื่องมือมากขึ้น..เท่านั้นเอง แล้วถ้าถามว่ามันจะไม่เป็นการฝืนตัวเองหรอ ตอนแรกมันก็ฝืนนิดหน่อยเพราะมันยังไม่ชิน ก็เหมือนกับเบ็ดตกปลาที่มันยังใช้ไม่ถนัดยังไม่ชินมือ แต่พอใช้ชินมือแล้วมันก็ไม่รู้สึกอะไรอีก ก็เหมือนกับหัดขี่จักรยานที่ตอนแรกที่ต้องระวังหลายอย่าง ทั้งเท้าที่ถีบ หน้าที่ต้องมองตรง การทรงตัวทีให้ได้พอเหมาะ แต่พอขี่เป็นแล้วรายละเอียดพวกนี้มันเป็นไปตามอัตโนมัติโดยไม่ต้องมานั่งสนใจอีก..เอาสายตาไว้ชื่นชมทิวทัศน์รอบข้างได้..

ส่วนทำยังไงให้ติดเป็นนิสัยนั้น นายMichael Webbจากตอนก่อนที่เขียนเรื่องทำไงให้เป็นคนโรแมนติค (link) ได้บอกไว้ว่า ถ้าทำอะไรติดต่อกัน 17ครั้ง แล้วจะติดเป็นนิสัยเอง โดยแกได้ยกตัวอย่างว่า จะหอมแฟนทุกครั้งเวลาที่ติดไฟแดงซักสองสามวันก็คงจะติดเป็นนิสัย ... นี่ถ้าเป็นกรุงเทพแก้มแฟนคงจะเปื่อยไปก่อนแน่เลย...

สรุปก็คือ ผมคิดว่าการที่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆแล้วเอามาใช้หรือการทำอะไรให้เป็นนิสัย กับ การเป็นตัวของตัวเองนั้นคนละเรื่องกัน เหมือนกับชาวประมงที่มีเบ็ดตกปลากับเหยื่อหลายๆชนิดเวลาใช้ตกปลา ...เมื่อก่อนโดนว่าประจำว่าทำไมไม่ออกกำลังกาย ก็เคยคิดเหมือนกันว่าก็ไม่ชอบนี่หว่ามันไม่ใช่นิสัยของตัวเอง แต่พอเริ่มคบกะแฟนเก่าก็เริ่มออกกำลังกายเพราะอยากให้ตัวเองดูดีและทำอะไรเพื่อเธอ จนตอนนี้ติดเป็นนิสัยไปแล้ว ต้องวิ่งวันเว้นวัน มองย้อนไปเมื่อก่อนไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะออกกำลังกายเป็นประจำได้แล้วก็ลดน้ำหนักได้ตั้งเยอะแยะขนาดนี้..

ไดวันนี้ค่อนข้างยาวจริงๆ ถ้าใครอ่านแบบตั้งใจมาถึงตรงนี้ได้ขอตบมือให้สองแปะ พร้อมกับคำคมประจำวัน ที่ต้องนั่งอ่านแล้วคิดซักนิดแล้วจะรู้ว่าหมายความว่าไง...

what you resist persist, what you accept you gain the power to use it.

Turn on: เชื่อใหม

วันนี้โดนบังคับให้อัพไดเร็วๆเลยไม่ทันได้เลือกเพลงให้เข้าเลย

My boyfriend used to ask his mother,
'How can I find the right woman for me?'
and she would answer, 'Don't worry about finding the right woman- concentrate on becoming the right man.'
[Author unknown]

<< หน้าตานั้นสำคัญไฉน คุณน่ากลัว... >>

เจนว่านะ..ผู้หญิงถ้าเค้าเจอคนที่ใช่..เค้าก้อคงต้องมีวิธีทำให ้คนนั้นมาสนใจ..แต่ถ้าไม่ใช่มันก้อไม่มีประโยชน์อะไรใช่มั้ยค่ะ ..เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ต่างๆก้อกั๊กๆเอาไว้..เลาะมาใช้บ้างบางครั ้งบางโอกาส แต่ก้อไม่สุ่มสีสุ่มห้า...การที่ทำให้คนๆนึงสนใจ(ไม่ใช่รัก)ไม่ ยาก..แต่การทำให้เค้าออกไปจากเรา(โดยไม่ทำให้ฝ่านใดฝ่านนึงเจ็บ หรือรู้สึกผิด)นั้นยากกว่า..



Piglet ( Only)
 
ip : 161.73.37.84
2 พ.ย. 2547 เวลา 16:25 น.

อืมมมม

อ่านเรื่องประวัติศาสตร์ด้านบนแล้ว นึถึงตอนเรียนเลยยย

พูดถึงเรื่องตกปลา

พูดถึงเรื่องความเป็นตัว เอง

เคยอ่านหนังสือเล่มนึง

เค้าบอกว่า...

เมื่อเรารักใครมากมาย

เรามักจะสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อเค้า

หา กแต่ว่า...

มันอยู่บนพื้นฐานของความรัก

และเ กิดขึ้นด้วยความเต็มใจที่ทำเพื่อคนที่เรารัก

........ .....................

มันไม่แปลกที่เราจะยอมทำอะไรเพ ื่อใคร

หรือ เปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อใคร

เพียงแต่...

อย่าลื มที่จะกลับมามองตัวเองบ้างเท่านั้น

เทคแคร์ค่ะ

jaoying
 
ip : 202.129.56.198
2 พ.ย. 2547 เวลา 16:52 น.

ปล. ลองฟังเพลงดอกไม้กับแจกัน ดูนะ
..............................
แค่อยากเป็นตัวเอง อยากเป็นตัวฉันคนเดิม อย่าเติมอะไรลงไป
ฉันเคยเหนื่อย ใช้ชีวิตหนักๆ มีรักก็อยากให้ผ่อนคลาย
อยากให้รักฉัน แต่ที่เป็นฉันจริงๆ อย่าทำให้เป็นใครๆ
รักเธอมาก รักเธอมากที่สุด แต่มันก็ต้องเปลี่ยนไป
วันนี้ฉันจะจากไป ฉันขอไปเป็นตัวเอง
.................................


jaoying
 
ip : 202.129.56.198
2 พ.ย. 2547 เวลา 16:57 น.

ไดยาวมั่กมาก อ่านไม่จบขอโทษด้วย
ชอบแมว ออิอิอิ รักแมวมากกว่าตัวเองอีก แน่ะ
เรียนอะไรอ่ะ ไปซะไกล เหอๆๆๆ
ไว้มาใหม่

nOoN^o^เมี๊ยว
 
ip : 203.149.4.102
2 พ.ย. 2547 เวลา 19:00 น.

สิ่งใหม่ๆใช่ว่าจะไม่ดีเนอะ แต่บางครั้งเก่าก้อดีกว่า(สรุปเอางัยเนี่ย)อิอิ

luzy_p
 
ip : 202.183.141.66
2 พ.ย. 2547 เวลา 20:13 น.

Love is so powerful!!!

Let's fall in love.................lalalalala


[ mint ] ip : 24.68.118.0
3 พ.ย. 2547 เวลา 01:22 น.

   

อ่านจนจบนะ กว่าจะอ่านจบ เปิดหน้านี้ค้างอยู่นาน 555

บางทีอะไรที่เราคิดว่า เราคงไม่มีวันทำหรอก เพราะไม่ใช่เรา แต่ถ้าเราได้ลองทำ (โดยเฉพาะถ้าคนที่เรารักบอกให้เราลองทำดู) เราก้ออาจจะทำจนติดเป็นนิสัยได้เนอะ

สำหรับเรา เราไม่คิดว่าเค้าจะมาเปลี่ยนเรานะ แต่กับบางคน บางสิ่งแวดล้อม มันทำให้เราอยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับเค้าได้มั้ง แต่ยังไงก้อยังเป็นตัวเราเอง คนเดิมนี่แหละ เพราะถ้าจะเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น มันก้อน่าจะดีอะเนอะ :)

เม้นท์งงๆมั้ยวันนี้ เราเองยังงงเอง -"-

ไปดูบอลต่อก่อนละ มัวแต่ดูบอล เลยเม้นท์งงๆเลย ^^"


:¤: Noon Poon :¤:
 
ip : 203.145.14.108
3 พ.ย. 2547 เวลา 03:15 น.

คนเราไม่เหมือนกัน อุอุอุอุ ถ้าใช้เหยื่อย ที่ถูกใจ ปลาก็มาติดอุอุอ อย่างนี้ ก่อนจะตกปลาคงต้องหาข้อมูลกันหน่อยว่าปลาที่เราอยากได้จะชอบเหย ื่อแบบไหน แต่การตกปลามัน ต้องใช้เวลา ถ้าคนตกปลาไม่มีใจรักจิงๆๆ ยังไงๆก็คงไม่ได้ปลา

black angie
 
ip : 203.144.210.3
3 พ.ย. 2547 เวลา 10:59 น.

เคยชอบไปตกปลา

แต่พอได้แล้วก็สงสาร

ปล่อยมัน ไปหมด

และก็เลิกเลย

รู้สึกบาป

ไปซื ่อที่มันตายแล้วดีกว่า

อยากได้วิธีจีบหนุ่มๆมั่งอ่ะ

อิ อิ

[ mint ] ip : 24.68.118.0
3 พ.ย. 2547 เวลา 12:58 น.

   

ขอบคุณสำหรับฉบับย่อ เพราะว่าเพิ่งอ่านไปบ้าง แต่ไม่ค่อยมีเวลา (เอ๊ะหรือว่าขี้เกียจอยู่เป็นนิจ)
รอบตัวเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา... อืม เห็นด้วย และคนเราก็ควรเปลี่ยนแปลงบ้างเพื่อการปรับตัว เว้นแต่ในบางคนที่ชอบเป็นพวก Self-centered ...
อ้อ... สรุปไม่ได้เย็บค่ะ เพราะว่าไปช้าไปวันหนึ่ง แผลไม่สดพอ แผลก็คงออกมาไม่สวยล่ะ... เศร้า

Chaos
 
ip : 202.28.121.129->172.17.3.241
3 พ.ย. 2547 เวลา 14:16 น.

เป็นตัวของตัวเองมันก็ดี

As long as you don't hurt others' feelings by being yourself.

พบกันครึ่งทางดีกว่าค่ะ

ต่างคนต่า งเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน

Happy ending ka!

[ สุดสวย ] ip : 24.68.118.0
3 พ.ย. 2547 เวลา 23:17 น.

   

ตกปลา กะ การจีบสาว

อืม
อืมม
อืมมม

Nancy
 
ip : 220.244.102.170
4 พ.ย. 2547 เวลา 08:16 น.

รู้สึกว่า....เหมือนว่ากะลัง...ฟังเล็กเชอร์.....อยู่เลยค่ะ หุหุ

เล่มแรกเนี่ย..ตรงเด๊ะกะวิชาที่ครีมสอน....

เล่มที่ 2 การตกปลาเชื่อมโยงกะเรื่องของการจีบสาว

จริงๆละการพยา ยามหาคำอธิบาย...

เรื่องอะไรก็ตาม....ถ้าเป็นเรื่องที ่มีกฎตายตัวแน่นอน....

ป่านนี้คงจะได้คำตอบ....และคงเ ลิกค้นหากันไปแล้วละค่ะ

เรื่องระหว่างผู้ชายและผู้หญิ ง...จึงเป็นข้อยกเว้น

และเป็นประเด็นให้คิด...ได้เสมอ ค่ะ



• MarroN CreaM •
 
ip : 203.209.78.138
4 พ.ย. 2547 เวลา 10:31 น.

งอน งอน งอน

555

[ ไม่บอก ] ip : 24.68.118.0
4 พ.ย. 2547 เวลา 12:59 น.

   

ยังไม่อัพอีกหรอค่ะ
จะรออ่านนะค่ะ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นที่ไปเม้นไว้ให้นะค ่ะ ^-^

luzy_p
 
ip : 202.183.132.75
4 พ.ย. 2547 เวลา 21:38 น.

อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

jaoying
 
ip : 203.172.54.43
4 พ.ย. 2547 เวลา 22:13 น.

ชื่อ :  
อีเมลล์ :  
เว็บไซต์ :  
ข้อความ :  
 
 

 

  พฤศจิกายน
อ. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30

- รู้จักกันก่อน

เพิ่มไดอารีใน favorites