|
Diamonds are forever...not
ในโฆษณาผู้ชายบรรจงสวมแหวนเพชรให้กับหญิงสาวช้าๆพร้อมกับ
คำโฆษณาที่ว่า Diamonds are forever
ซึ่งจริงๆแล้วเพชรนี่ไม่อมตะจริงๆอย่างที่โฆษณาหรอก
เพชรเป็นcarbonที่ถูกอัดเข้าด้วยกันที่ความดันสูงทำให้โครงสร้างออกมาเป็นแบบพิเศษที่ทำให้สีขาวๆสวยๆสะท้อนแสง
ถูกเผาก็ไหม้เหมือนถ่านดีๆนี่เอง
แต่ว่าคนทำPRเก่งน่าดูทำให้เป็นประโยคที่คำจำกันได้.
จริงๆแล้วสมัยก่อนเวลาคนเค้าหมั้นหรือว่าแต่งงานกันเค้าไม่ได้ใช้เพชรกันหรอก
เค้าใช้sapphireหรือที่เรียกตามภาษาไทยว่าไพลิน
เหตุผลที่ใช้ไพลินก็อาจจะเป็นเพราะว่าไพลินนั้นมีสีน้ำเงิน
ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงกษัตรยิ์ หรือ ชนชั้นสูง
ทีนี้ในภายหลังไพลินคงหาง่ายขึ้นหรือมีราคาถูกลง
เลยต้องหาทางเปลี่ยนมาใช้อย่างอื่นแทน

รู้สึกว่าบริษัท De Beers
นี่แหละที่เป็นบริษัทที่เริ่มโปรโมทให้มีการใช้เพชรเป็นแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานแทนไพลินพร้อมด้วย
ประโยคที่บอกว่าDiamonds are forever ในตอนต้น
แล้วก็ติดเป็นค่านิยมกันจริงๆด้วย
เพราะไม่ว่าคนในประเทศไหนส่วนใหญ่เวลาแต่งงานกันก็จะต้องมีแหวนเพชร
อย่างในอเมริกาเกือบจะเป็นกฏเลยว่า ถ้าจะซื้อแหวนหมั้นเนี่ย
ต้องราคาอย่างน้อยเท่ากับเงินเดือนสองเดือน
คนที่อเมริกาจบปริญญาโทออกมา เริ่มได้เงินเดือนปีละ 50,000$
ถ้าจะซื้อแหวนหมั้นตามกฏที่บอกไว้ก็จะราคาประมาณ
3แสนกว่าบาท

เคยมานั่งคิดเหมือนกันว่าถ้าทำงานที่เมืองไทยเนี่ยกฏสองเดือนคงใช้ไม่ได้อาจจะต้องเพิ่มเป็น
5-6เดือนแทน
แหวนเพชรก็มีcutหลายแบบแต่แบบที่ผมชอบที่สุดเป็นแบบ emerald cut
คือตัดแบบเดียวกับเวลาเค้าตัดมรกต เป็นเหลี่ยมๆ
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมไม่ชอบแบบกลมๆ
เพราะส่วนใหญ่จะเห็นคนเลือกแหวนเพชรที่ตัดออกมากลมๆ
อาจจะชอบเพราะว่ามันดูมีเส้นตรงๆซ้อนกันหลายๆอัน
แทนที่จะเป็นเพชรแบบกลมซึ่งมองแล้วมันพราวไปหมดแต่มองโครงหรือลายเส้นไม่ออก
ส่วนตัวแหวนกะไว้ว่าอยากให้เป็นทองคำขาว
เพราะรู้สึกว่าทองคำมันดูเชยๆยังไงก็ไม่รู้
คือก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมคนไทยชอบใส่ทองเป็นเส้นๆกันเพราะดูแล้วแปลกๆ..
ทองคำขาวดูแล้วบริสุทธิ์ดีเข้ากับเพชรซึ่งเป็นสีขาวๆ..
มาถึงเรื่องตัวเพชร
ถ้าผมจะซื้อให้ใครซักคนก็คงอยากจะให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด
เพชรเมืองนอกตามร้านใหญ่ๆเช่น De
Beersจะนำออกมาจากเหมืองในอาฟริกา
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย
เพราะในอาฟริกาเนี่ยมีการใช้แรงงานเด็กตามเหมืองแล้วก็ใช้คนงานแบบเอารัดเอาเปรียบ
เหมืองถล่มทีก็ตายกันที สัญลักษณ์ที่แทนถึงความรักของคนสองคน
แต่เปื้อนไปด้วยเลือดและคราบน้ำตาของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน..มันก็กระไรอยู่
นอกจากนั้นอุตสาหกรรมเพชรในอาฟริกายังเป็นอุตสหกรรมที่มีความดำมืดแน่แง่ที่ว่ามีการลักลอบขนเพชรเถื่อนที่ไม่ได้เสียภาษีไปขายที่นอกประเทศ
ส่วนเงินที่ได้จากการขายนั้นก็เอาไปเป็นทุนของพวกผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศซะอีก
เพชรพวกนี้คนจะเรียกว่า blood diamonds
หรือว่าเพชรเปื้อนเลือดนั่นเอง
ส่วนในประเทศไทยอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าร้านแต่ละร้านนำเข้าเพชรมาจากไหนแต่ที่รู้ๆก็คือเคยคุยกับคนที่ทำร้านเพชรคนหนึ่ง
(แต่บอกไม่ได้ว่าเค้าขายที่ไหน เดี๋ยวร้านเค้าขายไม่ออก)
ก็เล่าเรื่องเพชรจากอาฟริกาให้พี่คนนั้นฟัง
เค้าก็บอกว่าน่าสนใจดี
แล้วผมก็ถามพี่เค้ากลับว่าแล้วพี่เอามาจากไหนหรอ
พี่เค้าก็ตอบว่าพวกแขกอินเดียแอบเอาเข้ามาขายจากambsterdam
ส่วนวิธีนำเข้านั้นก็เป็นวิธีเดียวกับที่พวกลับลอบยาเสพติดทำกันคือ
เอาเพชรใส่ถุงพลาสติก แล้วยัดซ่อนใน..รูทวารหนัก 5555
เดี๋ยวนี้พอรู้อย่างงี้แล้วเวลาไปเห็นเพชรที่เมืองไทยทีไรแล้วต้องนึกถึงว่าไอ้ก้อนนี้มันเคยไปอยู่ในก้นอาบังคนไหนรึเปล่าฟะ
(ถ้าใครที่อ่านถึงตรงนี้ขอโทษด้วยนะครับ คุณคงจะภาพติดตาไปแล้ว
ถ้ายังกล้าซื้อเพชรที่เมืองไทยอยู่อีกก็ตามใจ...)

คนอ่านอาจจะคิดว่าเอ๊ะอย่างโง้นก็ไม่ดีอย่างงี้ก็ไม่ดีแล้วจะทำไง
ที่ๆไม่มีปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็กที่เหมือง
หรือว่ากำไรจากการขายเพชรถูกเอาไปเป็นเงินทุนการก่อการร้าย
ก็คือที่ประเทศแคนาดาไงครับ
ถ้าไปซื้อตรงถึงประเทศนั้นก็คงไม่มีปัญหาการลักลอบขนเพชรข้ามประเทศ
เพชรที่ได้ก็คงจะไม่เคยไปอยู่ในอวัยวะขับถ่ายของแขกบังคนไหน
เพชรที่มาจากแคนาดา(เหมืองชื่อEtaki)จะถุกยิงเลเซอร์เป็นสัญลักษณ์อยู่บนตัวเพชร
ถ้าเกิดเจอคนที่ถูกใจก็จะซื้อเพชรจากแคนาดามาทำเป็นแหวนแต่เวลาแต่งจริงๆแล้วจะให้ใส่เป็น
wedding bandมากกว่าเป็นแหวนเกลี้ยงๆ ซึ่งก็คิดว่าคงใช้ทองคำขาว
ผมว่าดูมีclassกว่าทองคำจริงๆนะ แล้วก็ไม่อันตรายด้วย
อยู่เมืองไทยใส่แหวนเพชรเดินไปเดินมาท่าทางจะไม่ค่อยน่าจะปลอดภัย

ใครจะหาว่าเว่อร์ก็ตามเถอะอิอิแต่ผมก็อยากหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้กับคนที่จะมาเป็นภรรยา
(แต่คงไม่ได้เพชรเม็ดโตแน่เพราะท่าทางจะแพง)อาจจะเป็นเพราะเรียนเอกต้องทำงานวิจัยบ่อยๆเลยติดเป็นนิสัยว่าถ้าจะทำอะไรต้องหาข้อมูลให้พร้อม
หรือว่าต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆให้ดีพอสมควรไม่ใช่มีเงินก็หว่านซื้อของไป
เพราะของที่ดีที่สุด..ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเป็นของที่แพงที่สุด
และเธอคนนั้น(ซึ่งตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหน)ก็คงจะดีใจมากกว่าที่จะได้เพชรเม็ดโตๆที่ไม่รู้ที่มาที่ไป
(รึเปล่านะ ผู้หญิงนี่เดาใจยากจริงๆครับ)
บอยด์:
ใคร |